
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 สภาประชาชนนครโฮจิมินห์มีมติอนุมัติแนวทางการจัดตั้งการขยาย และปรับขอบเขตของเขตประกอบการเสรี (Free Trade Zone:FTZ)[1] เพื่อใช้เป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ ส่งเสริมการค้า โลจิสติกส์ และบริการมูลค่าสูง รวมถึงสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้แก่การเติบโตทางเศรษฐกิจของนครโฮจิมินห์ในระยะต่อไป
ตามมติดังกล่าว นครโฮจิมินห์จะพัฒนาเขตFTZ ภายใต้รูปแบบ “หนึ่งเขต-หลายพื้นที่ย่อย” (One Zone – Multiple Subzones) แทนการจัดตั้งเขตประกอบการเสรีหลายแห่งแยกจากกัน โดยในระยะแรก จะจัดตั้งเขต FTZ เพียงแห่งเดียวในพื้นที่ Cai Mep Ha ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3,800 เฮกตาร์ ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่แกนกลาง และต้องเชื่อมโยงกับท่าเรือน้ำลึกโดยตรง เพื่อใช้ประโยชน์จากศักยภาพของกลุ่มท่าเรือ Cai Mep-Thi Vai ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบนเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศสายเอเชีย-ยุโรป และเอเชีย-อเมริกา
จากพื้นที่แกนกลาง Cai Mep นครโฮจิมินห์มีแผนจะขยายเขต FTZ ไปยังพื้นที่ย่อยอื่น ๆ ที่มีความได้เปรียบเฉพาะด้านโลจิสติกส์ ท่าเรือ และการเชื่อมต่อคมนาคม ได้แก่
1. พื้นที่ย่อยAn Binh (จังหวัดบิ่ญเซืองเดิม) ขนาดประมาณ100 เฮกตาร์ เชื่อมโยงกับท่าเรือบกและศูนย์โลจิสติกส์ที่มีอยู่ ทำหน้าที่เป็นฐานโลจิสติกส์รวบรวมและกระจายสินค้า และเชื่อมต่อโดยตรงกับพื้นที่แกนกลาง Cai Mep Ha
2. พื้นที่ย่อย Bau Bang (จังหวัดบิ่ญเซืองเดิม) ขนาดประมาณ100 เฮกตาร์ มีจุดเด่นด้านการเชื่อมต่อทางรถไฟสายนครโฮจิมินห์-Loc Ninh (จังหวัดบิ่ญเฟือกเดิม) และคาดว่าจะพัฒนาเป็นศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้าจากที่ราบสูงตอนกลาง กัมพูชา และจังหวัดทางภาคเหนือเข้าสู่ระบบท่าเรือนานาชาติ
3. พื้นที่ย่อยCan Gio ขนาดประมาณ1,000-2,000 เฮกตาร์ ซึ่งถูกกำหนดให้เชื่อมโยงกับโครงการท่าเรือถ่ายลำระหว่างประเทศ ทำหน้าที่เป็น“ประตูสู่การถ่ายลำสินค้า” ทางทะเล เสริมบทบาทด้านโลจิสติกส์ที่พื้นที่แกนกลางไม่สามารถรองรับได้อย่างเต็มที่เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่
เขต FTZ ของนครโฮจิมินห์ถูกออกแบบให้ดำเนินงานในลักษณะเขตปลอดอากร (Duty-Free) โดยใช้กลไกด้านศุลกากรและการกำกับดูแลแบบพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการค้าระหว่างประเทศ แม้ว่าพื้นที่ย่อยต่าง ๆ จะตั้งอยู่แยกจากกันทางภูมิศาสตร์ แต่ทั้งหมดจะอยู่ภายใต้กรอบนโยบายเดียวกันและการบริหารจัดการจากหน่วยงานกลางเดียว เพื่อให้การดำเนินงานเป็นเอกภาพ มีประสิทธิภาพ และลดความซ้ำซ้อน
นครโฮจิมินห์คาดหวังว่า การจัดตั้งเขต FTZ ที่ประกอบด้วยหลายพื้นที่ย่อยจะช่วยสร้างแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ เสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านท่าเรือ โลจิสติกส์ และการเชื่อมโยงระดับภูมิภาค ยกระดับบทบาทของนครโฮจิมินห์ในห่วงโซ่อุปทานโลก และตอกย้ำสถานะการเป็นหัวจักรเศรษฐกิจที่สำคัญของภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของเวียดนามในระยะยาว
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว VNExpress วันที่ 26 ธ.ค. 2568
https://vnexpress.net/tp-hcm-lap-mot-khu-thuong-mai-tu-do-va-mo-rong-nhieu-phan-khu-4998772.html
[1] สอดคล้องกับข้อมติที่ 260/2025/QH15 ว่าด้วยการแก้ไขและเพิ่มเติมบางมาตราของข้อมติที่ 98/2023/QH15 เกี่ยวกับโครงการนำร่องกลไกและนโยบายพิเศษสำหรับการพัฒนานครโฮจิมินห์