เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 กรมก่อสร้างนครโฮจิมินห์ ได้จัดการประชุมเพื่อรายงานผลการวิจัย “เขตการปล่อยมลพิษต่ำ (Low Emission Zone: LEZ)” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการควบคุมการปล่อยมลพิษจากยานพาหนะในนครฯ โดยมีเป้าหมายจำกัดการใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลที่ไม่ผ่านมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป โดยพื้นที่นำร่องของโครงการ LEZ ครอบคลุมสะพานหลัก 15 แห่ง ถนนสายสำคัญเกือบ 20 สายใจกลางนครโฮจิมินห์ และถนน Rung Sac ตำบล Can Gio (ภาพที่ 1)
แผนดำเนินงานและการควบคุมการใช้ยานยนต์ที่ใช้น้ำมัน
1. ตั้งแต่ปี 2569 จำกัดการเข้าพื้นที่ LEZ สำหรับรถบรรทุกดีเซลขนาดใหญ่ รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่ไม่ผ่านมาตรฐาน Euro 4 และรถจักรยานยนต์เชิงพาณิชย์ที่ไม่ผ่านมาตรฐาน Euro 2
2. ภายในปี 2570 เริ่มบังคับตรวจการปล่อยมลพิษของรถจักรยานยนต์ โดยรถที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสู่เขต LEZ
3. ตั้งแต่ปี 2574 ขยายเขต LEZ ครอบคลุมพื้นที่วงแหวนถนนหมายเลข 1 ได้แก่ เส้นทาง Pham Van Dong – Nguyen Thai Son – Bay Hien – Huong Lo 2 และ Nguyen Van Linh (ภาพที่ 2)
4. ภายในปี 2575 รถทุกคันที่เข้าสู่เขต LEZ จะต้องผ่านมาตรฐานการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดขึ้น นาย Bui Hoa An รองผู้อำนวยการกรมก่อสร้างนครโฮจิมินห์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นครโฮจิมินห์มีแผนติดตั้งกล้องตรวจจับป้ายทะเบียนรถ (Automatic Number Plate Recognition: ANPR) จำนวน 58 ตัว บริเวณใจกลางเมือง และ 9 ตัว บนถนน Rung Sac ตำบล Can Gio เพื่อบันทึกป้ายทะเบียนรถที่ไม่ผ่านมาตรฐานโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ กระทรวงก่อสร้างมีแผนบรรจุป้าย “เขตปล่อยมลพิษต่ำ” ในข้อกำหนดมาตรฐานทางเทคนิคแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนสามารถระบุพื้นที่ LEZ ได้ง่ายขึ้น

(ภาพที่ 1: เขตการปล่อยมลพิษต่ำ)

(ภาพที่ 2: เขตการปล่อยมลพิษต่ำ)
นครฯ มีแผนที่จะดำเนินมาตรการสนับสนุนทางการเงินสำหรับการเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ได้แก่
สำหรับประชาชน
1. ครัวเรือนยากจน จะได้รับเงินสนับสนุนเต็มราคา สูงสุดไม่เกิน 20 ล้านด่ง
2. ครัวเรือนที่เกือบยากจน จะได้รับเงินสนับสนุนร้อยละ 80 สูงสุดไม่เกิน 16 ล้านด่ง
3. ครัวเรือนทั่วไปจะได้รับเงินสนับสนุนร้อยละ 10 สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านด่ง
4. สิทธิประโยชน์อื่น ๆ เช่น ลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนและป้ายทะเบียนร้อยละ 50 และสนับสนุนดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับการซื้อยานยนต์ไฟฟ้า
สำหรับภาคธุรกิจขนส่ง จะได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนเต็มจำนวน ลดหย่อนค่าธรรมเนียมบำรุงรักษาถนนและป้ายทะเบียนร้อยละ 50 และสนับสนุนดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับการลงทุนในยานยนต์ไฟฟ้าร้อยละ 50 ของมูลค่าการลงทุนในปีแรก
สำหรับธุรกิจรถเมล์ สามารถกู้ยืมได้สูงสุดร้อยละ 85 ของต้นทุน อัตราดอกเบี้ยพิเศษนาน 7 ปี เมื่อเปลี่ยนมาใช้รถเมล์ไฟฟ้า
ภายในปี 2573 นครโฮจิมินห์ตั้งเป้าหมายที่จะเปิดให้บริการเส้นทางรถเมล์ไฟฟ้าใหม่จำนวน 72 เส้นทาง โดยมีรถเมล์ไฟฟ้ากว่า 1,100 คัน รวมถึงติดตั้งจักรยานสาธารณะประมาณ 8,000 คัน ตลอดจนสร้างทางเดินสีเขียวสำหรับคนเดินเท้าและจักรยาน พร้อมติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า 750–1,300 แห่งในลานจอดรถและศูนย์การค้าต่าง ๆ ทั้งนี้ การดำเนินโครงการดังกล่าวระหว่างช่วงปี 2568–2573 คาดว่าจะต้องใช้การลงทุนกว่า 8 ล้านล้านด่ง (ประมาณ 303 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยร้อยละ 80 จะมาจากงบประมาณของรัฐ
หลังจากการควบรวมกับจังหวัดบิ่ญเซืองและจังหวัดบ่าเสียะ-หวุงเต่า นครโอจิมินห์มีประชากรเพิ่มเป็นกว่า 14 ล้านคน และมียานพาหนะมากถึง 13 ล้านคัน (ไม่รวมรถที่เดินทางผ่านหรือจอดชั่วคราว) ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM) ที่เกิดจากการจราจรทางบก ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 88 ของฝุ่นที่เกิดจากกิจกรรมคมนาคมทั้งหมด และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 3 ล้านล้านด่ง (ประมาณ 113.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปี
* * * * *
ที่มา: 1. สำนักข่าว Sai Gon Giai Phong เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568
2. สำนักข่าว VNExpress เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568