
นครเกิ่นเทอตั้งเป้าหมายจะพัฒนานครฯ ให้เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์แบบบูรณาการหลายรูปแบบ (Multimodal Logistics Hub) ของภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง พร้อมยกระดับบทบาทการเป็นแหล่งจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรแปรรูปสำคัญของประเทศภายในปี2573 โดยมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนการขนส่ง เพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าในภูมิภาคอย่างยั่งยืน
ภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงถือเป็นฐานการผลิตอาหารที่สำคัญที่สุดของเวียดนาม โดยสามารถผลิตข้าวเปลือกร้อยละ50 ของประเทศ ข้าวเพื่อการส่งออกร้อยละ 95 สัตว์น้ำจากการเพาะเลี้ยงร้อยละ 65 และผลไม้เกือบร้อยละ70 ของผลผลิตทั่วประเทศ ปัจจุบัน ภูมิภาคนี้สามารถส่งออกสินค้าประมาณ 20 ล้านตันต่อปี อย่างไรก็ตาม สินค้ากว่าร้อยละ80 ยังต้องพึ่งพาการขนส่งผ่านท่าเรือในนครโฮจิมินห์ ส่งผลให้ต้นทุนด้านโลจิสติกส์อยู่ในระดับสูง คิดเป็นร้อยละ30-40 ของราคาสินค้า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ นครเกิ่นเทอยังเผชิญกับข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ โดยเฉพาะการไม่เชื่อมโยงของระบบขนส่งทางน้ำ ท่าเรือ คลังสินค้า เทคโนโลยีดิจิทัล และบริการโลจิสติกส์ด้านการเกษตรที่ยังไม่เชื่อมโยง ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการรวบรวม การแปรรูป และการส่งออกสินค้าในภูมิภาคยังไม่สามารถดำเนินการได้เต็มศักยภาพ
เพื่อแก้ไขปัญหาและบรรลุเป้าหมายดังกล่าว นครเกิ่นเทอได้กำหนดแนวทางดำเนินการที่สำคัญ ดังนี้
1. ปรับปรุงนโยบายและขั้นตอนด้านการลงทุน ลดความซ้ำซ้อนของระเบียบ เพิ่มความโปร่งใส และอำนวยความสะดวกแก่ภาคเอกชนและนักลงทุน
2. เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมยุทธศาสตร์ อาทิ ทางด่วน Can Tho – Ca Mau ทางด่วน Chau Doc – Can Tho – Soc Trang การยกระดับท่าเรือ Cai Cui ท่าอากาศยานนานาชาติเกิ่นเทอ และการเตรียมลงทุนโครงการรถไฟเชื่อมโยงนครโฮจิมินห์และนครเกิ่นเทอ
3. ดึงดูดการลงทุนในศูนย์โลจิสติกส์สมัยใหม่ ได้แก่ ศูนย์โลจิสติกส์เชื่อมท่าเรือ Cai Cui (100 เฮกตาร์) ศูนย์โลจิสติกส์ทางอากาศที่เชื่อมกับท่าอากาศยานนานาชาติเกิ่นเทอ (100 เฮกตาร์) และท่าเรือบริการโลจิสติกส์ในนิคมอุตสาหกรรม Thot Not (40 เฮกเตอร์) และท่าเรือในนิคมอุตสาหกรรม Hau Giang (100 เฮกตาร์)
4. จัดตั้งศูนย์เชื่อมโยงการผลิตและแปรรูปอาหารเกษตรระดับภูมิภาค บนพื้นที่ประมาณ 250 เฮกตาร์ เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์โลจิสติกส์เฉพาะทางด้านสินค้าเกษตรและประมงครบวงจร พร้อมคลังสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิและเทคโนโลยีการเก็บรักษาที่ทันสมัย
5. ผลักดันโครงการท่าเรือน้ำลึก Tran De ให้เป็นโครงการยุทธศาสตร์ระดับชาติ โดยเสนอให้รัฐบาลพิจารณาอนุมัติและจัดสรรงบประมาณ เพื่อพัฒนาเป็นหนึ่งในท่าเรือหลักของภาคใต้ ช่วยแบ่งเบาภาระของกลุ่มท่าเรือนครโฮจิมินห์และท่าเรือ Cai Mep – Thi Vai และรองรับการส่งออกสินค้าเกษตรและประมงของภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงโดยตรง
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว VNExpress เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2568
https://vnexpress.net/can-tho-muon-tro-thanh-trung-tam-logistics-o-mien-tay-4983382.html