
โครงการท่าอากาศยาน Phan Thiet ในจังหวัดเลิมด่ง (พื้นที่รวมกับจังหวัดบิ่ญถ่วนเดิม) กำลังกลับมาเดินหน้าก่อสร้างในส่วนพลเรือน หลังหยุดชะงักมานานกว่า 10 ปี โดยเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 นายกรัฐมนตรีเวียดนามได้อนุมัติให้ใช้โครงสร้างพื้นฐานทางทหาร เช่น ทางวิ่ง ทางขับ และลานจอดเครื่องบิน เพื่อวัตถุประสงค์ทั้งทางทหารและพลเรือน ซึ่งจะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมาย พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดต้นทุนการลงทุน และสนับสนุนการป้องกันประเทศควบคู่ไปกับการตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
ท่าอากาศยาน Phan Thiet เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2558 ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่ (1) เขตทหาร พัฒนาโดยกระทรวงกลาโหม ซึ่งได้ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มใช้งานแล้ว และ (2) เขตพลเรือนเดิมวางแผนเป็นสนามบินระดับ 4C[1] (รองรับผู้โดยสาร 500,000 คน/ปี ทางวิ่งยาว 2,400 เมตร) แต่ปัจจุบันได้ปรับแผนให้เป็นสนามบินตามมาตรฐานระดับ 4E[2] ด้วยทางวิ่งยาว 3,050 เมตร คาดว่าจะรองรับผู้โดยสารได้ 2 ล้านคนต่อปีในปี 2573 และมากกว่า 3 ล้านคนภายในปี 2593
จังหวัดเลิมด่ง (รวมกับจังหวัดบิ่ญถ่วนเดิม) เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม แต่ยังมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมทางถนน การเร่งก่อสร้างท่าอากาศยาน Phan Thiet ให้แล้วเสร็จจึงเป็นภารกิจเร่งด่วนในการเชื่อมพื้นที่ชายฝั่งทะเลกับที่ราบสูง สนับสนุนการท่องเที่ยว ขยายเขตเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุน เพิ่มโอกาสการจ้างงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
อนึ่ง เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2568 บริษัท Sun Airport Joint Stock ได้ยื่นข้อเสนอการลงทุนท่าอากาศยาน Phan Thiet ในส่วนของการการพัฒนาเขตพลเรือนต่อคณะกรรมการประชาชนจังหวัดเลิมด่ง โดยเสนอให้เปลี่ยนรูปแบบการลงทุนจากระบบ Build-Operate-Transfer (BOT) เป็นการลงทุนเชิงธุรกิจภายใต้กฎหมายการลงทุน พร้อมเสนอให้มีการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมระหว่างภาคทหารและพลเรือนบางส่วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้ประโยชน์จากสนามบินแห่งนี้
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว The Saigon Times เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568
[1] รองรับเครื่องบินลำตัวแคบ และมีพิสัยบินระยะกลาง เช่น Airbus A320, Boeing 737
[2] สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ เช่น A350 และ B787 ได้