
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 นิตยสาร Vietnam Real Estate Electronic Magazine ร่วมกับสถาบันวิจัยอสังหาริมทรัพย์เวียดนาม จัดสัมมนาเพื่อหารือถึงศักยภาพการพัฒนาเขตเมืองชายฝั่ง Ca Na ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนอย่างมากหลังการควบรวมกับจังหวัดนิญถ่วน โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า Ca Na มีศักยภาพสูงในการก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมแห่งใหม่” และจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้จังหวัดคั้ญฮว่าได้รับการยกระดับเป็น “นคร” ในอนาคต
นาย Truong Van Quang รองเลขาธิการสมาคมผังเมืองและพัฒนาเขตเมืองเวียดนาม เปิดเผยว่า Ca Na กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรม ท่าเรือ และพลังงาน โดยมีโครงการหลัก ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ขนาด 1,500 เมกะวัตต์ เขตอุตสาหกรรม Ca Na กว่า 827 เฮกตาร์ และท่าเรือระหว่างประเทศ Trung Nam Ca Na ซึ่งกำลังวางแผนพัฒนาเป็น “ท่าเรือรองรับสินค้าน้ำหนักมาก (Super-Heavy Wharf)” อีกทั้งยังได้เปรียบด้านเครือข่ายคมนาคม เช่น ทางด่วนสาย Cam Lam – Vinh Hao และการเชื่อมต่อทางด่วนเหนือ-ใต้ ทำให้เกิดระบบโลจิสติกส์สมบูรณ์แบบของภูมิภาค
สำหรับช่วงปี 2568-2573 Ca Na ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรม ก่อสร้าง และบริการให้สูงกว่าร้อยละ 90 ของโครงสร้างเศรษฐกิจทั้งหมด รองรับการขยายตัวด้านการลงทุนและการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมของจังหวัดฯ ซึ่งการพัฒนาอุตสาหกรรมและท่าเรือคาดว่าจะดึงดูดแรงงานที่มีคุณภาพสูง ส่งเสริมการขยายตัวของเมือง และกระตุ้นภาคบริการ การค้า และอสังหาริมทรัพย์
การเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานและการไหลเข้าของเงินทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในสาขาอุตสาหกรรมและพลังงาน รวมถึงความสำคัญของท่าเรือระหว่างประเทศ กำลังผลักดันความต้องการพื้นที่อยู่อาศัยและบริการเชิงพาณิชย์ใกล้ท่าเรือ ทำให้โครงการพัฒนาเขตเมืองขนาดใหญ่เกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะเขตอุตสาหกรรม Ca Na ที่คาดว่าจะต้องการแรงงานกว่า 56,000 คนในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยและบริการในพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อนึ่ง ในระยะต่อไป พื้นที่ดังกล่าวยังมีแผนพัฒนาโรงไฟฟ้า LNG เพิ่มอีก 4 แห่ง ซึ่งจะดึงดูดผู้เชี่ยวชาญ วิศวกร และแรงงานทักษะสูงเข้าสู่พื้นที่มากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ปัจจัยดังกล่าวจะช่วยผลักดันให้ Ca Na กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจทางทะเลและโลจิสติกส์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาของภาคกลางตอนใต้และเวียดนามในอนาคต
* * * * *
ที่มา: 1.สำนักข่าว Vietnam News เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568