
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 คณะกรรมการประชาชนจังหวัดก่าเมา ร่วมกับสมาคมธุรกิจเวียดนาม จัดการประชุมธุรกิจประจำปี 2568 โดยนาย Pham Van Thieu ประธานสภาประชาชนจังหวัดฯ เปิดเผยว่า รัฐบาลเวียดนามได้กำหนดให้จังหวัดก่าเมาเป็น “ประตูสู่ทะเล” ที่มีศักยภาพสูงและมีข้อได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์เฉพาะตัว ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงในระยะยาว
หลังการควบรวมกับจังหวัดบากเลียว พื้นที่ของจังหวัดก่าเมาขยายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เปิดโอกาสสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และบริการ โดยมีโครงการสำคัญ ได้แก่ ท่าเรือ Hon Khoai ท่าอากาศยานก่าเมา และทางด่วน 3 สายหลักที่จะเชื่อมต่อจังหวัดเก่าเมากับจังหวัดต่าง ๆ ในภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงและนครโฮจิมินห์[1] ทั้งนี้ จังหวัดก่าเมามุ่งดึงดูดนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการสำคัญดังกล่าว
นาง Vo Thi Thu Huong รองผู้อำนวยการสหพันธ์การค้าและอุตสาหกรรมเวียดนาม (VCCI) สาขาภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง เปิดเผยว่า ท่าเรือ Hon Khoai เป็นโครงการที่ได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเมื่อพัฒนาแล้วเสร็จจะเชื่อมโยงกับระบบถนนและโครงข่ายคมนาคมหลักของภูมิภาค ช่วยเพิ่มศักยภาพการส่งออกสินค้าจากพื้นที่ไปยังตลาดต่างประเทศทั่วโลก ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ภาคธุรกิจจะสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในห่วงโซ่การผลิตและอุปทานระดับโลก ทั้งนี้ จังหวัดก่าเมาอยู่ระหว่างทบทวนและจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดฉบับสมบูรณ์ เพื่อวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการดึงดูดการลงทุนและพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคตอย่างยั่งยืน
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว VietnamNet เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568
[1] ได้แก่ (1) ทางด่วนสาย Can Tho – Ca Mau ระยะทาง 110 กิโลเมตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทางด่วนสายเหนือ-ใต้ (ฝั่งตะวันออก) ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2568 (2) ทางด่วนสาย Ca Mau – Dat Mui ระยะทาง 81 กิโลเมตร เชื่อมต่อกับทางด่วนสายเหนือ-ใต้เช่นกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2571 และ (3) ทางด่วนสาย Ha Tien – Rach Gia – Bac Lieu ตัดผ่านจังหวัดเกียนซาง จังหวัดเหิ่วซางเดิม (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของนครเกิ่นเทอ) จังหวัดซ็อกจังเดิม (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของนครเกิ่นเทอ) และจังหวัดบากเลียวเดิม (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดก่าเมา) โดยมีแผนเริ่มก่อสร้างช่วง Ha Tien – Rach Gia (ประมาณ 100 กิโลเมตร) ภายในปี 2573 และช่วง Rach Gia – Bac Lieu (ประมาณ 112 กิโลเมตร) หลังปี 2573