ข้อมูลรายจังหวัด/นคร

นครโฮจิมินห์

ho chi minh

นครโฮจิมินห์

(เกิดจากการควบรวมระหว่างนครโฮจิมินห์ จังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่า และจังหวัดบิ่ญเซือง ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568)
*หมายเหตุ: ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในเวียดนามอยู่ระหว่างปรับปรุงข้อมูลรายจังหวัดให้เป็นปัจจุบัน

ข้อมูลนครโฮจิมินห์โดยสังเขป

  • นครโฮจิมินห์เป็นศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่สำคัญที่สุดของเวียดนาม โดยมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมท้องถิ่น (GDRP) สูงที่สุดของเวียดนามคิดเป็นร้อยละ 16ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติทั้งประเทศ มีการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) สะสมและมูลค่าการค้าระหว่างประเทศสูงที่สุดในเวียดนาม
  • นครโฮจิมินห์เป็นหนึ่งในเมืองที่การเจริญเติบโตเร็วที่สุดในโลก ปัจจุบันมีประชากรกว่า 9.16 ล้านคน และยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียนร่วมกับอีก 26 เมืองของประเทศอาเซียน (ASEAN Smart Cities Network :ASCN)
  • นครโฮจิมินห์เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสายใต้ของอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขงส่วนกลาง (Central subcorridor) หรือเส้นทาง R1 ซึ่งเริ่มต้นที่กรุงเทพมหานคร ผ่านกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา นครโฮจิมินห์และสิ้นสุดที่จังหวัดบะเสี่ยะ – หวุงเต่าของประเทศเวียดนาม
  • นครโฮจิมินห์เป็นศูนย์กลางด้านธุรกิจ Startup และเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงกำลังพัฒนาเมืองนวัตกรรม เมืองอัฉริยะและศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาคภายใต้ชื่อ เมืองถูดึ๊ก (Thu Duc City)

ข้อมูลจังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่า โดยสังเขป

  • เป็นเมืองชายทะเลที่อยู่ใกล้นครโฮจิมินห์มากที่สุด ได้รับการขนาดนามว่าเป็นเมืองแห่งเศรษฐกิจชายทะเล โดยมีอุตสาหกรรมที่โดดเด่น ได้แก่ อุตสาหกรรมน้ำมันดิบ ปิโตรเคมี โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว
  • เป็นจังหวัดที่มีน้ำมันดิบสะสมมากที่สุดของเวียดนาม คิดเป็นร้อยละ 93 หรือ 100,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
  • มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อหัวประชากร(GDP per capita) สูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจากนครโฮจิมินห์และนครฮานอย ตามลำดับ
  • มี 3 สินค้าที่ได้รับความคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ได้แก่ ลำไยเนื้อทอง (Nhan xuồng cơm vàng), น้อยหน่า, เกลือ Ba Ria และพริกไทยดำหวุงเต่า
  • ตั้งอยู่บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสายใต้ (Southern Economic Corridor :SEC) หรือเส้นทาง R1 ซึ่งเริ่มต้นที่กรุงเทพมหานคร ผ่านนครพนมเปญ ประเทศกัมพูชา, นครโฮจิมินห์ และสิ้นสุดที่จังหวัดบ่าเสี่ยะ-หวุงเต่า
  • ท่าเรือน้ำลึก Thi Vai – Cap Mep เป็นหนึ่งในท่าเรือ 23 แห่งของโลกที่สามารถรองรับเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ถึง 250.000 ตัน และเป็นจัดอยู่ในกลุ่มท่าเรือ 50 อันดับแรกของโลกที่มีตู้ขนส่งสินค้าผ่านท่าเรือมากที่สุดในโลกอีกด้วย

ข้อมูลจังหวัดบิ่ญเซืองโดยสังเขป

  • จังหวัดบิ่ญเซืองเป็นจังหวัดที่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมมากที่สุดจังหวัดหนึ่ง เนื่องจากมีที่ตั้งติดกับนครโฮจิมินห์ซึ่งเป็นศูนย์กลางพัฒนาเศรษฐกิจในเวียดนามใต้ โดยมีเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติมากที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศรองจากนครโฮจิมินห์เท่านั้น
  • การค้าระหว่างประเทศของจังหวัดเติบโตอย่างรวดเร็วเนื่องจากข้อตกลงทางค้าระหว่างประเทศ เช่น CPTPP และระหว่างเวียดนามกับคู่ค้าอื่นๆ มีผลบังคับใช้ ทำให้มีการผลิตและส่งออกมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าในกลุ่มรองเท้า เสื้อผ้า และสินค้าแปรรูปจากไม้
  • จังหวัดมีที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ที่ดี ใกล้นครโฮจิมินห์และท่าเรือ Cat Lai มีแรงงานจำนวนมาก ในอนาคตน่าจะเป็นเขตการพัฒนาเศรษฐกิจส่วนต่อขยายที่สำคัญของนครโฮจิมินห์ โดยเน้นการดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยี

ข้อมูลพื้นฐานของนครโฮจิมินห์

นครโฮจิมินห์หรือชื่อเดิมคือ “ไซ่ง่อน” เป็น 1 ใน 5 นครที่สำคัญของเวียดนามมีประวัติศาสตร์การพัฒนามากว่า 300 ปี ช่วงที่ฝรั่งเศสปกครองประเทศเวียดนาม เมืองไซ่ง่อนได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นศูนย์กลางการปกครองสหภาพอินโดจีนระหว่างปี 2430 ถึง 2444 ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งอินโดจีน” และหลังจากเวียดนามรวมประเทศเป็นหนึ่งเดียวจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “นครโฮจิมินห์”

ปัจจุบันนครโฮจิมินห์เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเวียดนาม และมีแผนจะพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้านการเงินอันดับต้นของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันนครโฮจิมินห์ยังได้รับการคัดเลือกเข้าจัดอันดับศูนย์กลางด้านการเงินของโลก โดย  Global Financial Centres Index เมื่อปี 2564

นครโฮจิมินห์มีอาณาเขตทางด้านทิศเหนือติดจังหวัดบิ่นเซือง (Binh Duong Province) ด้านทิศตะวันออกติดจังหวัดด่งนาย (Dong Nai Province) และจังหวัดบะเสี่ยะ – หวุงเต่า (Ba Ria – Vung Tau Province) ด้านทิศใต้เป็นทางออกสู่ทะเลจีนใต้ และด้านทิศตะวันออกติดจังหวัดเตี่ยนซาง (Tien Giang Province), จังหวัดล็องอาน (Long An Province) และจังหวัดเต็ยนิญ (Tay Ninh Province)

รูปที่ 1 แผนที่นครโฮจิมินห์

ที่มา: http://gis.chinhphu.vn/(2563)

ภูมิประเทศของนครโฮจิมินห์เป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำและคลองอีกหลายสายไหลผ่านพื้นที่ โดยแม่น้ำไซ่ง่อน – ด่งนาย (Saigon – Dong Nai River) เป็นแม่น้ำสายสำคัญทั้งในด้านการอุปโภคบริโภคและเป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้าทางน้ำ นครโฮจิมินห์มีอุณหภูมิโดยเฉลี่ย 28 – 33 องศาเซลเซียส ช่วงฤดูร้อนอาจจะมีอุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนกันยายนมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,800 – 2,000 มิลลิเมตรต่อปี

นครโฮจิมินห์มีพื้นที่ทั้งหมด 2,095 ตารางกิโลเมตร แบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 24 พื้นที่ ได้แก่ 19 เขตและอีก 5 อำเภอ สามารถแบ่งออกเป็นเขตใจกลางเมืองเดิม และเขตเมืองใหม่ โดยเขตเมืองที่มีอยู่แล้ว 13 เขต ได้แก่ เขต 1, 3, 4, 5, 6, 8, 10, 11, เขตบิ่ญถั่น (Binh Thanh District), เขตฟู้หญ่วน (Phu Nhuan District), เขตก่อเวิ้บ (Go Vap District), เขตเตินบิ่ญ (Tan Binh District) และเขตเตินฟู้ (Tan Phu District) และเขตเมืองใหม่ ได้แก่ เขต 2, 7, 9, 12, เขตถูดึ๊ก (Thu Duc District), เขตบิ่ญเติน (Binh Tan District), อำเภอฮ้อบโมน (Hoc Mon District) และอำเภอหญ่าแบ่ (Nha Be District) โดยข้อมูลแต่ละเขต/อำเภอโดยสังเขป ได้แก่

  • เขต 1 เป็นที่ตั้งศูนย์กลางการปกครองส่วนท้องถิ่น ย่านธุรกิจการค้า และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สำคัญ
  • เขต 3, เขตบิ่ญถั่น (Binh Thanh District), เขต 4, เขต 10 และเขตฟู้หญ่วน (Phu Nhuan District) เป็นเขตที่ติดกับเขต 1 โดยเป็นที่ทำการธุรกิจต่าง ๆ และเป็นเขตที่อยู่อาศัย
  • เขต 5 และเขต 6 เป็นเขตที่มีชาวเวียดนามเชื้อสายจีนอาศัยอยู่มาก เดิมเคยเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนสินค้าขนาดใหญ่ที่เรียกว่า เจอะเลิ้น (Cho Lon)
  • เขตเตินบิ่ญ (Tan Binh District) และเขตเตินฟู้เป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติเตินเซิน เญิ้ต (Tan Son Nhat International Airpot: SGN) ซึ่งเป็นสนามบินที่ทันสมัยและมีผู้เดินทางมากที่สุดแห่งหนึ่งในเวียดนาม และเป็นพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสิ่งทอและตัดเย็บ ประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สำคัญของเวียดนาม
  • เขต 2, เขต 9 และเขตถูดึ๊ก (Thu Duc District) เป็นย่านเมืองใหม่ด้านทิศตะวันออกของนครโฮจิมินห์ซึ่งได้รับการอนุมัติจากนายกรัฐมนตรีเวียดนาม จัดตั้งเป็นเมืองใหม่ชื่อว่า “เมืองถูดึ๊ก” (Thu Duc City) ขึ้นตรงกับนครโฮจิมินห์เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2563 ที่ผ่านมา โดยรวม 3 เขตไว้ด้วยกัน มีเป้าหมายให้เป็นเมืองด้านการบริการคุณภาพสูงและอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โดยเป็นพื้นที่ที่มีระดับการศึกษา วิจัยและพัฒนาสูงที่สุดในประเทศเวียดนาม และเป็นศูนย์กลางด้านการเงินระดับสากล ปัจจุบันเขต 2 มีท่าเรือนานาชาติก๊าตล้าย (Cat Lai Port) เป็นท่าเรือขนาดใหญ่และมีปริมาณการค้ามากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ นอกจากนี้ บริเวณดังกล่าว กำลังก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยจำนวนมาก นิคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงในเขต 9 และเมืองการศึกษาในเขตถูดึ๊ก ซึ่งมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งสาธารณะจากเขต 1 จนถึงเมืองถูดึ๊ก ได้แก่ ระบบรถโดยสารประจำทาง เรือโดยสารประจำทาง และรถไฟฟ้าหมายเลข 1 เบ๊นถั่น – ซุ้ยเตียน (Ben Thanh – Suoi Tien Route) ที่กำลังก่อสร้างและมีแผนเปิดใช้งานปี 2564
  • เขต 7 เป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกเตินถ่วน ซึ่งเป็นนิคม แห่งแรกของนครโฮจิมินห์ มีพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาโดยชาวไต้หวัน ปัจจุบัน แขวงฟู้หมีฮึง (Phu My Hung subdistrict) เป็นที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติมากที่สุดในนครโฮจิมินห์ เนื่องจากมีชาวเกาหลีอยู่เป็นจำนวนมากจึงมีร้านอาหารและบริการต่าง ๆ ของชาวเกาหลี ซึ่งจากแผนการพัฒนาเมืองบริวารจะมีการรวมเขต 7, อำเภอหญ่าแบ่ และบางส่วนของเขต 8 เพื่อพัฒนาเป็นเมืองบริวารด้านทิศใต้ โดยจะเน้นการพัฒนาบริการท่าเรือและบริการด้านการค้าอื่นที่เกี่ยวข้อง
  • เขต 8 (บางส่วน), เขตบิ่ญเติน และอำเภอบิ่นจั๊ญ เป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากและเป็นเส้นทางสู่จังหวัดต่าง ๆ บนที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงซึ่งมีแผนพัฒนาเป็นเมืองบริวารด้านตะวันตก และเป็นจุดเชื่อมโยงสู่จังหวัดต่าง ๆ บนที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงของเวียดนาม
  • เขต 12, อำเภอกู๋จี และอำเภอฮ้อบโมน ปัจจุบันเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและปศุสัตว์ของนครโฮจิมินห์ โดยมีแผนพัฒนาให้เป็นเมืองด้านทิศเหนือซึ่งเป็นพื้นที่การเกษตรใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและศูนย์วิจัยด้านการเกษตร
  • เขตเกิ่นเซ่อ (Can Gio District) คิดเป็นพื้นที่ 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมดของนครโฮจิมินห์ เป็นพื้นที่ป่าชุ่มน้ำที่ได้รับรองเป็นเขตชีวมณฑลของโลกโดยองค์การยูเนสโก้เมื่อปี 2543 และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติของนครโฮจิมินห์

ปี 2564 นครโฮจิมินห์ได้รับการจัดอันดับ 14 จาก 63 จังหวัดในด้านความสามารถในแข่งขันระดับประเทศ (PCI) ขณะที่การจัดอันดับเกี่ยวกับความสามารถในการบริหารจัดการภาครัฐ (PAPI) ถือว่ามีคุณภาพดีเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นของเวียดนาม ซึ่งนครโฮจิมินห์มีแผนยุทธศาสตร์มุ่งสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะในปี 2573 โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการบริการภาครัฐทุกระดับ ใช้ข้อมูลในการพัฒนาเมือง ยกระดับอินเตอร์เน็ต 5 จี และส่งเสริมให้ประชาชนชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยปี 2564 นครโฮจิมินห์มีมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลร้อยละ 15 – 20 ของมูลค่

 

1.2 ทรัพยากร

1.2.1 ทรัพยากรธรรมชาติ

นครโฮจิมินห์มีพื้นที่ทั้งหมด 209,500 เฮกตาร์เป็นพื้นที่เพื่อการเกษตรร้อยละ 31 พื้นที่ป่าไม้ร้อยละ 17 และพื้นที่เพื่ออยู่อาศัยและเพื่อประกอบธุรกิจอื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ 31 ทั้งนี้นครโฮจิมินห์เป็นเมืองที่มีการพัฒนามาอย่างยาวนานจึงมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัย พื้นที่ประกอบธุรกิจและอุตสาหกรรม  อย่างไรก็ตามในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา นครโฮจิมินห์ประสบปัญหาด้านการจราจร น้ำเสีย น้ำท่วม รวมถึงมลพิษทางอากาศเช่นเดียวกับเมืองอีกหลายแห่งทั้งในและต่างประเทศ

1.2.2 ทรัพยากรมนุษย์

ปี 2564 นครโฮจิมินห์มีประชากรตามทะเบียนราษฎร์ทั้งหมด 9.16 ล้านคน โดยแรงงานที่มีอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไป 4.76 ล้านคน นครโฮจิมินห์เป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางด้านการศึกษาของประเทศเวียดนาม โดยมีสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษากว่า 60 แห่ง และวิทยาลัยอาชีวะอีก 42 แห่ง โดยมีทั้งสถาบันการศึกษาของรัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาจากการลงทุนของต่างประเทศทำให้นครโฮจิมินห์มีแรงงานฝีมือจำนวนมาก โดยแรงงานมีค่าแรงพื้นฐานอยู่ที่ 4.16 – 4.68 ล้านด่งต่อเดือนขึ้นอยู่กับพื้นที่ (Decree No.38/2022/NĐ-CP)

 

1.3 โครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่ง

ด้านการขนส่งทางอากาศ นครโฮจิมินห์มี มีสนามบินนานาชาติเตินเซินเญิ้ต (Tan Son Nhat International Airport: SGN) ที่มีเที่ยวบินตรงจากประเทศต่าง ๆ ครอบคลุมเกือบทุกทวีปทั่วโลก โดยในสถานการณ์ปกติมีเที่ยวบินจากกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ อุดรธานี และภูเก็ต และมีเที่ยวบินตรงจากเมืองสำคัญของเวียดนามทุกจังหวัดและนคร

ด้านการขนส่งทางน้ำ นครโฮจิมินห์มีพื้นที่ติดทะเล มีแม่น้ำและลำคลองตลอดพื้นที่จึงเป็นเมืองท่าที่สำคัญที่สุดของเวียดนามใต้ โดยมีท่าเรือน้ำลึกและท่าเรือขนส่งสินค้าจำนวนมากถึง 42 แห่งเพื่อขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและภายในประเทศ ต่อเรือและซ่อมบำรุงเรือ โดยมีท่าเรือที่สำคัญ ได้แก่

  1. ท่าเรือเตินถ่วน (Tan Thuan Port) ตั้งอยู่ที่เขต 7 สามารถรองรับเรือขนาด 58,000 ตัน
  2. ท่าเรือนานาชาติก๊าตล้าย (Cat Lai International Port) ตั้งอยู่ที่บริเวณเขต 2 ของนครโฮจิมินห์ สามารถรองรับเรือขนส่งสินค้าขนาด 40,000 ตัน
  3. ท่าเรือนานาชาติเหียบเฟื้อก (Hiep Phuoc International Port) ตั้งอยู่ที่อำเภอหญ่าแบ่ ใกล้กับเขต 7 สามารถรองรับเรือขนส่งสินค้าขนาด 50,000 ตัน
  4. ท่าเรือคอนเทนเนอร์กลางไซ่ง่อน (Sai Gon Central Container Terminal, SPCT) ตั้งอยู่บริเวณอำเภอหญ่าแบ่ สามารถรองเรือขนส่งคอนเทนเนอร์ขนาด 50,000 ตัน
  5. ท่าเรือคอนเทนเนอร์นนานาชาติ SP-ITC (SP-ITC International Container Terminal) ตั้งอยู่ที่เขต 9 รองรับเรือคอนเทนเนอร์ขนาดไม่เกิน 35,000 ตัน
  6. ท่าเรือหญ่าหล่องคั้นโห่ย (Nha Rong Khanh Hoi Port) เป็นท่าเทียบเรือสำราญเพื่อการท่องเที่ยวขนาดไม่เกิน 30,000 ตัน
  7. ท่าเรือบัดดั่ง (Bach Dang pier) ตั้งอยู่ที่เขต 1 เป็นท่าเรือเร็วไปยังจังหวัดบะเสี่ยะ – หวุงเต่า และเรือท่องเที่ยว

 

ด้านการขนส่งทางบกและการเชื่อมโยงระดับภูมิภาค นครโฮจิมินห์เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจการค้าอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนใต้ส่วนกลาง (Central Subcorridor) หรือ เส้นทาง R1 ซึ่งเริ่มต้นที่กรุงเทพมหานคร ผ่านกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เข้าสู่ประเทศเวียดนามที่จังหวัดเต็ยนิญ เข้าสู่นครโฮจิมินห์และสิ้นสุดที่จังหวัดบะเสี่ยะ – หวุงเต่าของประเทศเวียดนาม โดยด่านชายแดนนานาชาติที่สำคัญระหว่างประเทศเวียดนามและกัมพูชา ได้แก่ ด่านชายแดนนานาชาติหม็อบบ่าย จังหวัดเต็ยนิญ (Moc Bai International Border Gate) ซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางนครโฮจิมินห์ประมาณ 63 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง

นครโฮจิมินห์มีระบบคมนาคมขนส่งทางบกค่อนข้างดี มีระบบขนส่งทางบกเชื่อมโยงไปยังจังหวัดต่างๆ ได้แก่ QL1A, QL10, QL13, QL15, QL22, QL50, QL52, QL21B, QL23, QL32, ถนนทางด่วน CT1 นครโฮจิมินห์และจังหวัดต่าง ๆ ในที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง

รูปที่ 2 ถนนหลวงในนครโฮจิมินห์

ที่มา: Google Map (2563)

ด้านระบบรถไฟมีรถไฟสายเหนือ-ใต้ หรือเส้นทางกรุงฮานอย – นครโฮจิมินห์เพียงเส้นทางเดียว ส่วนการเดินทางทางบกจากนครโฮจิมินห์ไปยังจังหวัดอื่นสามารถเดินทางผ่านรถโดยสารของบริษัทต่าง ๆ เช่น Phuong Trang, Thanh Buoi เป็นต้น

การเดินทางภายในนครโฮจิมินห์ยังสามารถใช้ระบบขนส่งรถโดยสารประจำทางที่มีมากกว่า 120 เส้นทางเพื่อเดินทางภายในนครโฮจิมินห์และจังหวัดโดยรอบ และมีเรือโดยประจำทางซึ่งเริ่มที่ท่าเรือบัดดั่ง เขต 1 (Bach Dang Pier, District 1) และสิ้นสุดที่เขตถูดึ๊ก อย่างไรก็ตาม เรือโดยสารประจำทางยังขาดการเชื่อมโยงกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นทำให้ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร

นอกจากนี้นครโฮจิมินห์กำลังดำเนินการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้งหมด 6 เส้นทางครอบคลุมนครโฮจิมินห์โดยสอดคล้องกับแผนพัฒนาเมืองบริวารทั้ง 4 ด้าน ปัจจุบันกำลังดำเนินการก่อสร้างรถไฟฟ้าหมายเลข 1 เบ๊นถั่น – ซุ้ยเตียน (No. 1 Sai Gon Route: Ben Thanh – Soui Tien) มีกำหนดการเปิดใช้งานปี 2565 และรถไฟฟ้าหมายเลข 2 กู๋จี – ถูเทียม (No.2 Ba Queo Route: Cu Chi – Thu Thiem) คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2569 ส่วนเส้นทางเดินรถไฟฟ้าอื่น ๆ ได้แก่ เส้นทางหมายเลข 3A, 3B, 4, 4B, 5 และ 6 ยังอยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนาแผนการก่อสร้าง

รูปที่ 3 เส้นทางการเดินรถไฟฟ้าของนครโฮจิมินห์

ที่มา: Wikepedia Creative Commons (2563)

ด้านเขตเศรษฐกิจและนิคมอุตสาหกรรม นครโฮจิมินห์เป็นเมืองแรกของเวียดนามที่มีการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและเขตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศเวียดนาม โดยปัจจุบันมีเขตอุตสาหกรรมเทคโนโลยี 2 แห่ง และนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมด 18 แห่ง ได้แก่

  1. เมืองอุตสาหกรรมซอฟแวร์กวางจุง (Quang Trung Software City) เป็นเขตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจรแห่งแรกของประเทศเวียดนามก่อตั้งเมื่อปี 2544 ที่เขต 12 นครโฮจิมินห์ มีพื้นที่ 43 เฮกตาร์ ภายในเมืองอุตสาหกรรมซอฟแวร์ประกอบไปด้วยพื้นที่ผลิตซอฟแวร์ การศึกษา ที่อยู่อาศัย พักผ่อนหย่อนใจ และการสาธารณสุข นอกจากนี้ยังมีระบบการจัดการและช่วยเหลือผู้ประกอบการตั้งแต่ด้านกฎหมาย จัดหาแรงงาน และศูนย์วิจัยพัฒนาร่วม ปัจจุบันมีอัตราการเช่าพื้นที่ร้อยละ 90 มีผู้ประกอบการรายใหญ่จากต่างประเทศลงทุนหลายราย เช่น ADMS, Swiss Post Solutions, Concentrix, Apollo Technology Solution เป็นต้น
  2. เขตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงนครโฮจิมินห์ (Saigon Hi-Tech Park) เป็นหนึ่งในเขตอุตสาหกรรมระดับชาติที่ก่อตั้งโดยรัฐบาลกลางเวียดนามเมื่อปี 2545 มีพื้นที่ทั้งหมด 913 เฮกตาร์ โดยจัดสรรเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงครบวงจรตั้งแต่วิจัยพัฒนา ฝึกอบรม จนถึงการผลิตเพื่อการค้า โดยส่งเสริมการลงทุนใน 4 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่

1) ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร

2) วิศวกรรมความเที่ยงตรงและอัตโนมัติ

3) เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการประยุกต์ใช้ในเวชภัณฑ์และสิ่งแวดล้อม

4) วัสดุใหม่ พลังงานใหม่ และเทคโนโลยีนาโน

จากข้อมูลถึงเดือนเมษายน ปี 2562 มีมูลค่าการลงทุนในเขตอุตสาหกรรมกว่า 7,136 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากทั้งเครือบริษัทเวียดนามและต่างประเทศ เช่น บริษัท Intel (สหรัฐอเมริกา), Samsung (เกาหลีใต้), Sonion (เดนมาร์ค), Datalogic (อิตาลี), Nidec (ญี่ปุ่น), Sanofi (ฝรั่งเศส) และบริษัทใหญ่ด้านเทคโนโลยีของประเทศเวียดนาม FPT Software และนอกจากนี้ยังมีพื้นทีสำหรับสถานศึกษาและวิจัยพัฒนา เช่น ศูนย์นวัตกรรม, มหาวิทยาลัย FPT, มหาวิทยาลัย Fulbright (สัญชาติสหรัฐอเมริกา), มหาวิทยาลัย Hutech มหาวิทยาลัย NTT และมหาวิทยาลัย RMIT (สัญชาติออสเตรเลีย) อีกด้วย ปัจจุบันเขตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงกำลังลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมเพื่อดึงดูดการลงทุนในโครงการ “Saigon Silicon Valley”

(อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: http://www.saigonsiliconcity.com.vn/ebrochure)

นิคมอุตสาหกรรมของนครโฮจิมินห์ส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่ในอำเภอกู๋จีและอำเภอบิ่ญจั๊ญ เนื่องจากเป็นพื้นที่เมืองใหม่ที่สามารถจัดสรรพื้นที่สะดวกกว่า ปัจจุบันมีนิคมอุตสาหกรรมและเขตอุตสาหกรรมส่งออกรวม 18 แห่ง ได้แก่

ด้านเขตเศรษฐกิจและนิคมอุตสาหกรรม นครโฮจิมินห์เป็นเมืองแรกของเวียดนามที่มีการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและเขตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศเวียดนาม โดยปัจจุบันมีเขตอุตสาหกรรมเทคโนโลยี 2 แห่ง และนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมด 18 แห่ง ได้แก่

  1. 1. เมืองอุตสาหกรรมซอฟแวร์กวางจุง (Quang Trung Software City) เป็นเขตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจรแห่งแรกของประเทศเวียดนามก่อตั้งเมื่อปี 2544 ที่เขต 12 นครโฮจิมินห์ มีพื้นที่ 43 เฮกตาร์ ภายในเมืองอุตสาหกรรมซอฟแวร์ประกอบไปด้วยพื้นที่ผลิตซอฟแวร์ การศึกษา ที่อยู่อาศัย พักผ่อนหย่อนใจ และการสาธารณสุข นอกจากนี้ยังมีระบบการจัดการและช่วยเหลือผู้ประกอบการตั้งแต่ด้านกฎหมาย จัดหาแรงงาน และศูนย์วิจัยพัฒนาร่วม ปัจจุบันมีอัตราการเช่าพื้นที่ร้อยละ 90 มีผู้ประกอบการรายใหญ่จากต่างประเทศลงทุนหลายราย เช่น ADMS, Swiss Post Solutions, Concentrix, Apollo Technology Solution เป็นต้น
  2. 2. เขตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงนครโฮจิมินห์ (Saigon Hi-Tech Park) เป็นหนึ่งในเขตอุตสาหกรรมระดับชาติที่ก่อตั้งโดยรัฐบาลกลางเวียดนามเมื่อปี 2545 มีพื้นที่ทั้งหมด 913 เฮกตาร์ โดยจัดสรรเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงครบวงจรตั้งแต่วิจัยพัฒนา ฝึกอบรม จนถึงการผลิตเพื่อการค้า โดยส่งเสริมการลงทุนใน 4 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่

1) ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร

2) วิศวกรรมความเที่ยงตรงและอัตโนมัติ

3) เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการประยุกต์ใช้ในเวชภัณฑ์และสิ่งแวดล้อม

4) วัสดุใหม่ พลังงานใหม่ และเทคโนโลยีนาโน

เขตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงนครโฮจิมินห์มีการลงทุนจากทั้งเครือบริษัทเวียดนามและต่างประเทศ เช่น บริษัท Intel (สหรัฐอเมริกา), Samsung (เกาหลีใต้), Sonion (เดนมาร์ค), Datalogic (อิตาลี), Nidec (ญี่ปุ่น), Sanofi (ฝรั่งเศส) และบริษัทใหญ่ด้านเทคโนโลยีของประเทศเวียดนาม FPT Software และนอกจากนี้ยังมีพื้นทีสำหรับสถานศึกษาและวิจัยพัฒนา เช่น ศูนย์นวัตกรรม, มหาวิทยาลัย FPT, มหาวิทยาลัย Fulbright (สัญชาติสหรัฐอเมริกา), มหาวิทยาลัย Hutech มหาวิทยาลัย NTT และมหาวิทยาลัย RMIT (สัญชาติออสเตรเลีย) อีกด้วย ปัจจุบันเขตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงกำลังลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมเพื่อดึงดูดการลงทุนในโครงการ “Saigon Silicon Valley”

(อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: http://www.saigonsiliconcity.com.vn/ebrochure)

นิคมอุตสาหกรรมของนครโฮจิมินห์ส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่ในอำเภอกู๋จีและอำเภอบิ่ญจั๊ญ เนื่องจากเป็นพื้นที่เมืองใหม่ที่สามารถจัดสรรพื้นที่สะดวกกว่า ปัจจุบันมีนิคมอุตสาหกรรมและเขตอุตสาหกรรมส่งออกรวม 18 แห่ง ได้แก่

ที่ นิคมอุตสาหกรรมและเขตอุตสาหกรรมส่งออก พื้นที่

(ha)

พื้นที่พร้อมให้เช่าตามข้อมูลปี 2019

(ha)

สถานที่ตั้ง/เว็บไซต์
1 นิคมอุตสาหกรรมเพื่อส่งออกเตินถ่วน

(Tan Thuan Export Processing Zone)

300 13 เขต 7

Website: http://ttc-vn.com

2 นิคมอุตสาหกรรมเพื่อส่งออกลิญจุง 1

(Linh Trung 1 Export Processing Zone)

62 0 เขตถูดึ๊ก

Website: www.linhtrungepz.com

3 นิคมอุตสาหกรรมเพื่อส่งออกลิญจุง 2

(Linh Trung 2 Export Processing Zone)

61.7 0 เขตถูดึ๊ก

Website: www.linhtrungepz.com

4 นิคมอุตสาหกรรมเตินต่าว

(Tan Tao Industrial Park)

380.15 0 เขตบิ่ญเติน

Website: www.itaexpress.com.vn

5 นิคมอุตสาหกรรมเตินบิ่ญ

(Tan Binh Industrial Park)

128.7 0 เขตเตินฟู้

Website: www.tanimex.com.vn

6 นิคมอุตสาหกรรมเลมิญซวน

(Le Minh Xuan Industrial Park)

100 0 อำเภอบิ่ญจั๊ญ

Website: bcci.com.vn

7 นิคมอุตสาหกรรมหวิญหล็อก

(Vinh Loc Industrial Park)

203 0 เขตบิ่ญเติน

Website: www.kcnvinhloc.vn

8 นิคมอุตสาหกรรมเตินเท้ยเหียบ

(Tan Thoi Hiep Industrial Park)

28 0 เขต 12

Email: [email protected]

9 นิคมอุตสาหกรรมเต็ยบั๊กกู๋จี

(Tay Bac Cu Chi Industrial Park)

208 0 อำเภอกู๋จี

Website: www.cidico.com.vn

10 นิคมอุตสาหกรรมบิ่ญจิ๋ว

(Binh Chieu Industrial Park)

27.34 0 อำเภอถูดึ๊ก

Email: [email protected]

11 นิคมอุตสาหกรรมเหียบเฟื้อก ส่วนที่ 1

(Hiep Phuoc Industrial Park – phase 1)

311.4 0 อำเภอหญ่าแบ่

Website: http://hiepphuoc.vn

12 นิคมอุตสาหกรรมเหียบเฟื้อก ส่วนที่ 2

(Hiep Phuoc Industrial Park – phase 2)

597 195.35 อำเภอหญ่าแบ่

Website: http://hiepphuoc.vn

13 นิคมอุตสาหกรรมก๊าตล้าย 2

(Cat Lai 2 Industrial Park)

124 0 เขต 2

Website: www.dvciq2.com.vn

14 นิคมอุตสาหกรรมอานหะ

(An Ha Industrial Park)

123.51 19.06 อำเภอบิ่นจั๊ญ

Website: www.anha.vn

15 นิคมอุตสาหกรรมเตินฟู้จุม

(Tan Phu Trung Industrial Park)

542.64 50 อำเภอกู๋จี

Website: www.tanphutrung-ip.com

16 นิคมอุตสาหกรรมดงนาม

(Dong Nam Industrial Park)

286,76 15 อำเภอกู๋จี

Website: www.saigonvrg.com.vn

17 นิคมอุตสาหกรรมรถยนต์

(Ho Chi Minh City’s Automotive- Mechanical Industrial Park)

99 10 อำเภอกู๋จี

Website: http://hoaphu.vn

18 นิคมอุตสาหกรรมเลมิญซวน 3

(Le Minh Xuan 3 Industrial Park)

155,75 40 อำเภอบิ่นจั๊ญ

Website: www.saigonvrg.com.vn

รูปที่ 4 นครโฮจิมินห์

ที่มา: Wikipedia Creative commons

 


 

ข้อมูลพื้นฐานของจังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่า

1.1 ข้อมูลที่ตั้ง การปกครอง

จังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่า เป็น 1 ใน 6 จังหวัดและนครในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเวียดนาม มีอาณาเขตทางด้านทิศตะวันตกติดกับนครโฮจิมินห์ซึ่งเป็นศูนย์กลางพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเวียดนามทางใต้ ทิศเหนือติดกับจังหวัดด่งนาย (Dong Nai Province) และจังหวัดบิ่ญถ่วน (Binh Thuan Province) ส่วนทางด้านทิศตะวันออกเป็นประตูสู่ทะเลจีนใต้ นอกจากนี้ ยังอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติล็องถั่น (Long Thanh International Airport: LON) ประมาณ 50 กิโลเมตร ซึ่งกำลังก่อสร้างเพื่อเป็นสนามบินนานาชาติที่ใช้ควบคู่กับสนามบิน Tan Son Nhat ในอนาคตอันใกล้

รูปที่ 1 แผนที่จังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่า

ที่มา: http://gis.chinhphu.vn/(2563)

ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัด สามารถแบ่งได้เป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ หมู่เกาะ พื้นที่ภูเขาสูงปานกลาง และพื้นที่หุบเขาติดชายทะเล ระดับความสูงของพื้นที่เฉลี่ย 3 – 4 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีคาบสมุทรหวุงเต่ายื่นออกไปในทะเล พื้นที่ชายฝั่งของจังหวัดติดทะเลถึง 156 กิโลเมตร บางส่วนเป็นชายหาดที่สวยงามเหมาะแก่การท่องเที่ยวตากอากาศ

จังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่ามีอุณภูมิโดยเฉลี่ย 25 – 29 องศาเซลเซียส โดยฤดูฝนจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึง ตุลาคมของทุกปี ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ย 1500 มิลลิเมตร และมีชั่วโมงที่มีแสงอาทิตย์ต่อปีประมาณ 2,400 ชั่วโมง

จังหวัดมีพื้นที่ทั้งหมด 1,989.46 ตารางกิโลเมตร และมีพื้นที่ไหล่ทวีปกว่า 100,000 ตารางกิโลเมตรทำให้จังหวัดมีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์ความมั่งคงของชาติและการพัฒนาอุตสาหกรรมเศรษฐกิจทางทะเล

จังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่าแบ่งการปกครองออกเป็น 7 พื้นที่ ประกอบด้วยเมืองบ่าเสี่ยะ (Ba Ria City) เมืองหวุงเต่า (Vung Tau City) และอีก 5 อำเภอ โดยมีอำเภอเกาะโกนด๋าว (Con Dao Islands) เป็นหมู่เกาะที่อยู่ห่างจากตัวเมืองไป 180 กิโลเมตร

ปี 2562 จังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่าได้รับการจัดอันดับ 4 จาก 63 จังหวัดในด้านความสามารถในแข่งขันระดับประเทศ (PCI) ขณะที่การจัดอันดับเกี่ยวกับความสามารถในการบริหารจัดการภาครัฐ (PAPI) ถือว่ามีคุณภาพสูงเป็นอันดับต้นของประเทศเวียดนาม

1.2 ทรัพยากร

1.2.1 ที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ

จังหวัดบ่าเสี่ยะ-หวุงเต่า มีที่ดินทั้งหมด 198,100 เฮกตาร์ เป็นพื้นที่เพื่อการเกษตรร้อยละ 53 พื้นที่ป่าไม้ร้อยละ 17 และพื้นที่อยู่อาศัย ประกอบธุรกิจและวัตถุประสงค์อื่นอีกร้อยละ 20 จากการที่มีแม่น้ำ 2 สายใหญ่ไหลผ่าน และมีบ่อเก็บน้ำธรรมชาติถึง 3 แห่งทำให้จังหวัดมีน้ำจืดใช้อย่างเพียงพอสำหรับอุตสาหกรรมและบริโภคในครัวเรือนตลอดทั้งปี

พื้นที่ป่าในเขตจังหวัดคิดเป็น 33,794 เฮกตาร์ มีพื้นที่ป่าดงดิบ 2 แห่ง คือพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติ Binh Chau – Phuoc Huu และเกาะโกนด๋าว

จังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่า มีทรัพยากรธรรมชาติหลากหลาย มีน้ำมันดิบสะสมมากที่สุดของเวียดนาม คิดเป็นร้อยละ 93 หรือ 100,000 ล้านลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ยังมีแก๊ซธรรมชาติ แก๊สเหลว เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมพลังงานของจังหวัดพัฒนา มีกำลังผลิตกว่า 4,000 MW หรือร้อยละ 15 ของทั้งประเทศ ส่วนแร่ธาตุวัสดุก่อสร้าง เช่น หินแกรนิต หินก่อสร้าง วัสดุเติมแต่งปูนซีเมนต์ ทรายแก้ว เบนโทไนท์ ดินขาว ทรายก่อสร้าง อิมเมนต์ เป็นต้น

1.2.2 ทรัพยากรมนุษย์และวัฒนธรรม

ปี 2562 จังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่ามีประชากรทั้งหมด 1.15 ล้านคน คิดเป็นแรงงานที่มีอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไป 0.615 ล้านคน จังหวัดมี 2 มหาวิทยาลัย คือ มหาวิทยาลัยบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่า และมหาวิทยาลัยน้ำมันปิโตรเลียม และมีวิทยาลัยอาชีวะ 4 แห่ง โดยค่าแรงขั้นต่ำในปัจจุบัน 3.43 – 4.42 ล้านด่องต่อเดือน (150 – 192 เหรียญสหรัฐฯ) แล้วแต่พื้นที่ในจังหวัด

1.3 โครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่ง

การคมนาคมทางอากาศ จังหวัดมี 2 สนามบิน คือ สนามบินหวุงเต่า และสนามบินโกนด๋าว นามบินหวุงเต่าให้บริการเครื่องบินประเภทเฮลิคอปเตอร์ อย่างไรก็ตามเที่ยวบินพาณิชย์ภายในประเทศให้บริการเพียงสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ ในเส้นทางจากนครฮานอย – โกนด๋าว และจากนครโฮจิมินห์ – โกนด๋าวเท่านั้น

ด้านการคมนาคมทางน้ำ สามารถเดินทางจากนครโฮจิมินห์ไปที่จัดหวัดด้วยเรือเร็ว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 120 นาที นอกจากนี้จังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่า ยังถือเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางทะเลระดับสากลของประเทศเวียดนาม สามารถแบ่งพื้นที่ท่าเรือออกเป็น 4 พื้นที่หลักได้แก่

พื้นที่ท่าเรือ Cai Mep – Thi Vai เป็นท่าเรือที่สำคัญที่สุด ขนาดใหญ่ที่สุด มีท่าเทียบเรือย่อยๆ 35 ท่าเทียบเรือ ใช้ในการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์สินค้าจากประเทศต่างๆ สามารถรองรับเรือที่มีความจุกว่า 100,000 ตัน หรือเรือขนคอนเทนเนอร์ที่มีความจุ 8,000 TEU หรือใหญ่กว่า          มีระบบการยกของที่ทันสมัย ได้มาตรฐานสากล

พื้นที่ท่าเรือบริเวณแม่น้ำ Dinh และอ่าว Ganh Rai ประกอบไปด้วยท่าเทียบเรือ 30 ท่าที่เชี่ยวชาญการขนส่งน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี บริการเกี่ยวกับขุดเจาะและซ่อมแท่นขุดเจาะน้ำมัน ท่าเรือทหาร พื้นที่ซ่อมบำรุงเรือ ท่าเรือสำราญ รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ท่าเรือ Long Son ซึ่งเป็นทั้งท่าเรือและโรงกลั่นน้ำมันดิบรวมอยู่ด้วย

พื้นที่ท่าเรือเกาะโกนด๋าว เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนสินค้า แก๊ซ LPG และผู้โดยสารระหว่างเกาะกับแผ่นดินใหญ่ สามารถรองรับเรือขนาดความจุ 2,000 ตัน

ท่าเรือนอกชายฝั่งสำหรับขนส่งน้ำมัน รองรับเรือขนาดความจุ 110,000 – 150,000 ตัน

ด้านการคมนาคมทางบกและการเชื่อมโยงระดับภูมิภาค จังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่า มีระบบการคมนาคมขนส่งทางบกที่ดีโดยเป็นหนึ่งในระเบียงเศรษฐกิจสายใต้ (Southern Economic Corridor :SEC) หรือเส้นทาง R1 ซึ่งเริ่มต้นที่กรุงเทพมหานคร ผ่านนครพนมเปญ ประเทศกัมพูชา, นครโฮจิมินห์ และมาสิ้นสุดที่จังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่าประเทศเวียดนาม ระบบถนนเชื่อมโยงระหว่างจังหวัด นครโฮจิมินห์ รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงเป็นระบบทางหลวง และทางด่วน ทำให้การเดินทางสะดวกรวดเร็ว โดยจากนครโฮจิมินห์เดินทางมาถึงใจกลาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 120 นาที ถนนหลวงของจังหวัด ได้แก่ QL51, QL51C, QL55 และ QL56

รูปที่ 2 ถนนหลวงในจังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่า

ที่มา: Google Map (2563

ด้านนิคมอุตสาหกรรม ตามข้อมูลปี 2563 จังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่ามีเขตอุตสาหกรรมทั้งหมด 15 แห่ง คิดเป็นพื้นที่รวม 8,510 เฮกตาร์ ส่วนใหญ่อยู่ใกล้กับพื้นที่ท่าเรือ Cai Mep – Thi Vai และมีการใช้งานไปแล้วประมาณร้อยละ 35 ของพื้นที่เขตอุตสหกรรมทั้งหมด ได้แก่

ลำดับ ชื่อนิคมอุตสาหกรรม ขนาด (เฮกตาร์) โครงการที่สนับสนุนให้เข้ามาลงทุน
1 Dong Xuan Industrial Zone 160 อุตสาหกรรมพลังงาน การต่อเรือการประกอบรถยนต์ และอื่นๆ
2 Phu My I Industrial Zone 959.38 อุตสาหกรรมอิเล็คทรอนิกส์ ปุ๋ยและสารเคมี เหล็ก และการผลิตปูนซีเมนต์
3 My Xuan A Industrial Zone อุตสาหกรรมเบา
4 My Xuan A2 Industrial Zone 422.22 อุตสาหกรรมเบา การผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักกล
5 Long Son – Petroleum Industrial Zone 850 อุตสาหกรรมปิโตรเคมี
6 Phu My II Industrial Zone 1,023.6 อุตสาหกรรมเครื่องจักรกล อิเล็กทรอนิกส์ และอื่นๆ
7 CaiMep Industrial Zone 670 อุตสาหกรรมหนักที่เกี่ยวข้องกับท่าเรือ การต่อเรือ/การซ่อมแซมเรือ และอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร
8 My Xuan B1-Conac Industrial Zone 227.14 อุตสาหกรรมเบา
9 My Xuan B1- Tien Hung Industrial Zone 200 อุตสาหกรรมเบา
10 My Xuan B1- Dai Dung Industrial Zone 145.7 อุตสาหกรรมจักรกล อุตสาหกรรมการซ่อมแซมและประกอบ อุตสาหกรรมการแปรรูปสินค้าทางการเกษตรอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และอื่นๆ
11 Phu My III Intensive Industrial Zone 999 อุตสาหกรรมหนัก อุตสาหกรรมสนับสนุน และอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
12 Chau Duc Industrial Zone 1,550.24 ha อุตสาหกรรมผลิตและประกอบสินค้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และอื่นๆ
13 Dat Do 1 Industrial Zone 496.22 อุตสาหกรรมสะอาด อุตสาหกรรมการบริการ และอื่นๆ
14 Long Huong Industrial Zone 400 อุตสาหกรรมการผลิตและประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ เคเบิ้ล เวชภัณฑ์ และอื่นๆ
15 Da Bac Industrial Zone 300 อุตสาหกรรมสหวิทยาการ

 


 

ข้อมูลพื้นฐานของจังหวัดบิ่ญเซือง

1.1 ข้อมูลที่ตั้งและเขตการปกครอง

บิ่ญเซืองเป็น 1 ใน 6 จังหวัดบริเวณภาคตะวันออกเฉียงใต้ของเวียดนาม มีอาณาเขตของจังหวัดบิ่ญเซืองทางด้านทิศเหนือติดจังหวัดบิ่ญเฟื้อก (Binh Phuoc Province) ด้านทิศตะวันออกติดกับจังหวัดด่งนาย (Dong Nai Province) ทิศใต้ติดนครโฮจิมินห์ และทิศตะวันออกติดกับจังหวัดเต็ยนิญ (Tay Ninh Province)

รูปที่ 1 แผนที่จังหวัดบิ่ญเซือง

ที่มา: http://gis.chinhphu.vn/(2563)

ภูมิประเทศจังหวัดบิ่ญเซืองเป็นที่ราบ บางส่วนมีภูเขาเตี้ยกระจายตัวอยู่ พื้นที่สูงจากระดับน้ำทะล 10 – 60 เมตร โดยค่อยๆ ลดระดับจากทิศเหนือลงมาทางทิศใต้ มีแม่น้ำ 4 สายไหลผ่านพื้นที่จังหวัด ได้แก่ แม่น้ำด่งนาย แม่น้ำไซ่ง่อน แม่น้ำแบ๊ (Be River) และแม่น้ำถิติ๊ญ (Thi Tinh River) ทำให้เหมาะแก่การคมนาคมขนส่ง และการเกษตรกรรม

จังหวัดมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ย 27 – 30 องศาเซลเซียส ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนพฤศจิกายน มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยประมาณ 1,800 – 2,000 มิลลิเมตรต่อปี

จังหวัดบิ่ญเซืองมีพื้นที่ทั้งหมด 2,694 ตารางกิโลเมตร แบ่งพื้นที่การปกครองส่วนท้องถิ่นออกเป็น 9 พื้นที่ ประกอบไปด้วยเมืองถูเยิ่วหมด (Thu Dau Mot City) เป็นศูนย์กลางราชการส่วนท้องถิ่น เมืองยี๋อาน, เมืองถ่วนอาน และอีก 6 อำเภอ

จังหวัดบิ่ญเซืองได้รับการจัดอันดับ 6 จาก 63 จังหวัดในด้านความสามารถในแข่งขันระดับประเทศ (PCI) ขณะที่การจัดอันดับเกี่ยวกับความสามารถในการบริหารจัดการภาครัฐ (PAPI) ถือว่ามีคุณภาพดีมากเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นของเวียดนาม

1.2 ทรัพยากร

1.2.1 ทรัพยากรธรรมชาติ

จังหวัดบิ่ญเซือง มีที่ดินทั้งหมด 269,464 เฮกตาร์ เป็นพื้นที่เพื่อการเกษตรร้อยละ 71 พื้นที่ป่าไม้ร้อยละ 4 และพื้นที่เพื่ออยู่อาศัยและเพื่อประกอบธุรกิจอื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 22

บิ่ญเซืองเป็นจังหวัดที่ค่อนข้างพัฒนาด้านการอุตสาหกรรม แต่ยังคงรักษาพื้นที่ป่าไม้ที่มีไม้หากยาก และสมุนไพรหลายชนิด นอกจากนี้ ยังมีทรัพยากรแร่ธาตุ เช่น ดินขาว ดินเหนียว ดินเหนียวขาว ศิลาแลง หินก่อสร้าง ทรายก่อสร้าง ถ่านหิน เป็นต้น ทั้งนี้ ดินขาว และดินเหนียวชนิดต่างๆ ในจังหวัดเป็นดินคุณภาพดี ทำให้บิ่ญเซืองมีอุตสาหกรรมเครื่องชามกระเบื้องมานับร้อยปี

1.2.2 ทรัพยากรมนุษย์

ปี 2564 จังหวัดบิ่ญเซือง มีประชากรทั้งหมด 2.59 ล้านคน โดยแรงงานที่มีอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไป 1.64 ล้านคน มีมหาวิทยาลัย 8 แห่ง และวิทยาลัยอาชีวะอีก 8 แห่งอบรมแรงงานให้กับจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง ค่าแรงพื้นฐานอยู่ที่ 4.68 ล้านด่งต่อเดือน (200 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน) (Decree No.38/2022/NĐ-CP)

1.3 โครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่ง

ด้านการคมนาคมทางอากาศ จังหวัดบิ่ญเซืองไม่มีสนามบิน แต่สามารถเดินทางผ่านสนามบินนานาชาติ Tan Son Nhat ที่นครโฮจิมินห์ และอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติ Long Thanh ซึ่งมีแผนจะเปิดใหม่เป็นระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร

ด้านการคมนาคมทางน้ำ บิ่ญเซืองมีท่าเรือ 3 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือ An Son, ท่าเรือ Thanh Phuoc และท่าเรือ Binh Duong เป็นท่าเรือแม่น้ำทั้งหมด โดยสามารถรองรับเรือน้ำหนัก 1,000 – 5,000 ตัน ทั้งนี้บิ่ญเซืองอยู่ติดกับนครโฮจิมินห์ ด่งนาย และบะเสี่ยะ – หวุงเต่า (Baria – Vung Tau Province) ซึ่งมีท่าเรือขนาดใหญ่หลายแห่ง และสามารถบรรทุกสินค้ามาที่นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ผ่านระบบคมนาคมขนส่งทางบกได้โดยง่าย

ด้านการคมนาคมทางบก จังหวัดมีอาณาเขตติดกับนครโฮจิมินห์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสายใต้ (เส้นทาง R1) โดยบิ่ญเซืองมีถนนหลวงสายหลัก ได้แก่ QL13 ทั้งนี้ภายในจังหวัดยังมีถนนหลวงชนบทและถนนของจังหวัดเชื่อมทุกพื้นที่สะดวกแก่การเดินทาง

รูปที่ 2 ถนนหลวงในจังหวัดบิ่ญเซือง

 

 

ที่มา: Google Map (2565)

จังหวัดบิ่ญเซือง มีนิคมอุตสาหกรรม 29 แห่ง รวมพื้นที่ 12,798 เฮกตาร์ และเขตอุตสาหกรรมย่อยอีก 12 แห่ง รวมพื้นที่ 814.8 เฮกตาร์ ตามแผนพัฒนานิคมอุตสาหกรรม จังหวัดบิ่ญเซืองจะเปิดนิคมอุตสาหกรรมและเขตอุตสาหกรรมย่อยเพิ่มอีกหลายแห่ง โดยหนึ่งในนิคมอุตวสหกรรมที่สำคัญคือ BECAMEX IDC (เวียดนาม) และ VSIP I-II (ผู้ลงทุนสิงคโปร์)

ดูข้อมูลแต่ละนิคมอุตสาหกรรมและเขตอุตสาหกรรมย่อยได้ที่: http://ipc.mpi.gov.vn/upload/7731/fck/files/List%20of%20IZ.pdf

การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และโอกาสในการลงทุนทำธุรกิจ  นครโฮจิมินห์

2.1 สถานการณ์เศรษฐกิจ

ปี 2564 ผลิตภัณฑ์มวลรวมของนครโฮจิมินห์ (GDP) คิดเป็นมูลค่า 1,298,791 พันล้านด่ง (55.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ 6.7 แบ่งออกเป็นภาคการเกษตรร้อยละ 0.6  อุตสาหกรรมและก่อสร้างร้อยละ 22.4 และภาคบริการร้อยละ 63.4 (ภาษีสินค้าร้อยละ 13.6)

ด้านการเกษตร ประมงและป่าไม้ ปี 2564 ลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ 13.6 โดยนครโฮจิมินห์มีพื้นที่ปลูกข้าวและพืชไร่รวม 35,696 เฮกตาร์ ได้ผลผลิตข้าว 83,706 ตัน ผักชนิดต่าง ๆ 239,186 ตัน และกล้วยไม้ 42,010 กิ่ง ส่วนไม้ยืนต้น นครโฮจิมินห์มีการเพาะปลูกผลไม้และไม้อุตสาหกรรมบ้างแต่มีจำนวนไม่มากนัก นอกจากนี้ยังมีการแปรรูปไม้ 7,100 ลูกบาศก์เมตร

นครโฮจิมินห์มีอุตสาหกรรมการเลี้ยงโคนมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเวียดนาม โดยในปี 2564 มีจำนวนโคนม 75,999 ตัว โคเนื้อ 36,525 ตัว กระบือ 4,555 ตัว สุกร 161,683 ตัว สัตว์ปีก 0.35 ล้านตัว และนกนางแอ่น ซึ่งสามารถเก็บเกี่ยวรังนกได้ 12,950 ตันมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศเวียดนาม ส่วนในด้านการประมงได้ผลผลิต 52,781 ตันแบ่งออกเป็นผลผลิตจากการเพาะเลี้ยง 37,992 ตันและจากการประมงอีก 14,788 ตัน

ด้านอุตสาหกรรมและก่อสร้าง ในปี 2564 ลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ 12.9 โดยภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญของนครโฮจิมินห์ ได้แก่ ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม เสื้อผ้า เครื่องหนัง เคมีภัณฑ์ เวชภัณฑ์ ยางพาราและพลาสติก เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซอฟแวร์ และรถยนต์ ส่วนด้านการก่อสร้าง การลงทุนภาครัฐมีการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมเป็นส่วนใหญ่

ด้านบริการและการค้า ในปี 2564 ลดลงร้อยละ 5.5 เป็นภาคส่วนที่มีมูลค่ามากที่สุดของนครโฮจิมินห์ นครโฮจิมินห์มีการพัฒนาบริการด้านโลจิสติกส์และคลังสินค้า บริการที่พักและอาหาร ข้อมูลและประชาสัมพันธ์ การเงินและการประกัน อสังหาริมทรัพย์ การศึกษา และการแพทย์

การค้าปลีกเป็นภาคส่วนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากภาคการผลิตและแปรรูปเท่านั้น คิดเป็นร้อยละ 15.3 ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของนครโฮจิมินห์ หรือเป็นรองเพียงมูลค่าอุตสาหกรรมเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ปี 2564 มูลค่าค้าปลีกลดลงร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทั้งนี้ นครโฮจิมินห์มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าปลีกจำนวนมาก จำหน่ายสินค้าหลากหลายทั้งแง่คุณภาพและรูปแบบสินค้า ทั้งนี้บริการค้าปลีก คลังสินค้าและโลจิสติกส์ การเงินและการประกัน อสังหาริมทรัพย์ บริการอาหารและเครื่องดื่ม ข้อมูลและสื่อประชาสัมพันธ์ การศึกษา และการแพทย์

ในด้านการท่องเที่ยว ปี 2564 ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่นครโฮจิมินห์ 15 ล้านคนทั้งหมดเป็นนักท่องเที่ยวในประเทศ มีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 63,200 พันล้านด่ง (2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยแหล่งท่องเที่ยวของนครโฮจิมินห์เป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม-ประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยวเพื่อร่วมงานนิทรรศการและแสดงสินค้า การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เช่น โบสถ์นอร์ทเทอดาม ไปรษณีย์กลางนครโฮจิมินห์ สภาอิสระภาพ (Independence Palace) พิพิธภัณฑ์ต่างๆ ตลาดเบ้นถั่น ย่านเจอะเลิ้น เป็นต้น นอกจากนี้ นครโฮจิมินห์ส่วนหนึ่งของเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น นครโฮจิมินห์ – เมืองดาลัท – มุยเน่ หรือ นครโฮจิมินห์ – บะเสี่ยะ หวุงเต่า เป็นต้น

2.2 การค้าและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ

ด้านการค้าระหว่างประเทศ ปี 2564 นครโฮจิมินห์ มีมูลค่านำเข้าสินค้าและมูลค่าส่งออกสินค้าคิดเป็น 60,219 และ 44,881 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ

มูลค่าลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสะสมจนถึงปี 2564 รวมทั้งหมด 10,434 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 49,470.30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มากที่สุดในประเทศเวียดนาม โดยมีโครงการลงทุนใหม่ 633 โครงการ มูลค่า 686.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ธุรกิจไทยเริ่มมีการลงทุนในนครโฮจิมินห์ตั้งแต่ปี 2532 ปัจจุบันประเทศไทยมีการลงทุนในนครโฮจิมินห์กว่า 250 โครงการในหลายอุตสาหกรรมตั้งแต่ผลิตและแปรรูปสินค้า การเกษตร อาหารเครื่องดื่ม และธุรกิจบริการต่าง ๆ โดยเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของบริษัทไทยชั้นนำ  เช่น เครือบริษัท SCG, เครือบริษัท C.P., เครือบริษัท เซ็นทรัล รีเทล, เครือบริษัท BJC, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกสิกรไทย, กันตนากรุ๊ป, สายการบินต่าง ๆ ได้แก่ การบินไทย นกแอร์ ไทยเวียดเจ็ด บางกอกแอร์ เป็นต้น

2.3 อุตสาหกรรมที่ให้การส่งเสริมและสนับสนุนด้านการลงทุน

  • อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
  • อุตสาหกรรมท่องเที่ยว
  • อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการศึกษา วิทยาศาสตร์ และการแพทย์
  • อุตสาหกรรมการเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
  • โครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาเมือง

 


 

 

การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และโอกาสในการลงทุนทำธุรกิจ จังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่า

2.1 สถานการณ์เศรษฐกิจ

ปี 2562 ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด (GDP) คิดเป็นมูลค่า 358,937 พันล้านด่อง (15.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 1.98 แบ่งออกเป็นภาคการเกษตรร้อยละ 5.5 อุตสาหกรรมและก่อสร้างร้อยละ 75 ภาคบริการร้อยละ 14 และภาษีร้อยละ 5.6

หากไม่รวมมูลค่าเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมน้ำมัน ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดเติบโตขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 7.65 โดยภาคการเกษตรเติบโตขึ้นร้อยละ 2.98 ภาคอุตสาหกรรมและก่อสร้างเติบโตร้อยละ 8.89 และภาคการบริการเติบโตร้อยละ 6.41

ด้านการเกษตร ป่าไม้ และการประมง ปี 2562 มีพื้นที่เพื่อการเกษตร 145,798 เฮกตาร์ หรือคิดเป็นร้อยละ 74 ของพื้นที่ทั้งหมด แบ่งออกเป็นการปลูกข้าว 24,736 เฮกตาร์  พืชไร่ชนิดต่างๆ อีก 34,603 เฮกตาร์ ผลผลิตจากข้าวตลอดปีคิดเป็น 85,751 ตัน, มันสำปะหลัง 175,481 ตัน ผักชนิดต่างๆ 139,153 ตันและข้าวโพด 74,967 ตัน

ด้านไม้ยืนต้น จังหวัดมีการปลูกผลไม้และพืชเศรษฐกิจชนิดต่างๆ บนพื้นที่ 59,796 เฮกตาร์ ได้แก่ กาแฟ ยางพารา พริกไทย เม็ดมะม่วงหิมพานต์ โกโก้ ส้ม มะม่วง ลำไย กล้วย เงาะ เป็นต้น สินค้าเกษตรที่มีชื่อเสียงของจังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่า ได้แก่ ลำไยเนื้อทอง (Nhan Xuong Com Vang) พริกไทยดำหวุงเต่า และน้อยหน่า ได้รับการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาตร์ (Geographical Indications) และได้รับการปกป้องทางการค้า

ปัจจุบัน จังหวัดได้ริเริ่มโครงการพัฒนาการเกษตรใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและโครงการการเกษตรกรรมปลอดสารพิษ (Quyết định số 999/QĐ-UBND ngày 23/4/2019) ทั้งในด้านผักผลไม้และการเลี้ยงสัตว์ มีบริษัทและผู้ร่วมลงทุนทั้งหมด 52 รายบนพืนที่กว่า 2,819 เฮกตาร์ คิดป็นผลผลิตประมาณ 41,056 ตันต่อปี และจะขยายเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

ด้านการประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มีพื้นที่ทั้งหมด 6,902 เฮกตาร์ ส่วนใหญ่เป็นการเลี้ยงแบบธรรมชาติ (Extensive Farming) แบ่งออกเป็นเลี้ยงกุ้ง 4,072 เฮกตาร์ เลี้ยงปลา 2,303 เฮกตาร์ และสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ 527 เฮกตาร์ รวมผลผลิตปี 2562 เท่ากับ 17,380 ตัน และจากการประมงจับสัตว์น้ำ 343,127 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 3.12

ด้านการปศุสัตว์ของจังหวัดมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น โดยมีการเลี้ยงโคกระบือรวมกัน 49,160 ตัว สุกร 0.25 ล้านตัว สัตว์ปีก 4.9 ล้านตัว

ด้านอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง สินค้าสำคัญของจังหวัด ได้แก่ น้ำมันดิบ แก๊สธรรมชาติ สินค้าปิโตรเคมี เหล็กกล้า พลาสติก อาหารและเครื่องดื่มแปรรูป อาหารทะเลแช่แข็ง เสื้อผ้าสิ่งทอ เครื่องหนัง ยางพารา และพลังงานไฟฟ้า คิดเป็นมูลค่าในปี 2562 ทั้งหมด 268,886 พันล้านด่อง จากข้อมูลปี 2562 จังหวัดมีผลผลิตน้ำมันดิบ 11,177,000 ตัน แก๊สธรรมชาติ 8,848 ล้านลูกบาศก์เมตร น้ำมันถั่วเหลือง 1369667 ตัน LPG 569,276 ตัน ปุ๋ยยูเรีย 742,371 ตัน ไฟฟ้าเพื่ออุตสาหกรรม 31,485 ล้าน Kwh และไฟฟ้าเพื่อการบริโภค 3,924 ล้าน Kwh

ด้านบริการและการค้า มาจากการค้าปลีกเป็นหลัก จังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่าถือว่าเป็นจังหวัดที่เจริญก้าวหน้า มีระบบการค้าปลีกทันสมัย ปัจจุบันมีตลาด 77 แห่ง ห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่ 3 แห่ง และซุปเปอร์มาร์เก็ตอีก 7 แห่ง รวมรายได้จากการค้าปลีกสูงถึง 45,720 พันล้านด่อง เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 14

การท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้องก็เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่สำคัญของจังหวัด โดยแผนส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวถึงปี 2025 (Quyết định 2538/QĐ-UBND) มุ่งเน้นที่การท่องเที่ยวพักผ่อนชายทะเลคุณภาพสูง การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพรักษาโรคบริเวณพื้นที่แหล่งน้ำร้อนธรรมชาติ การท่องเที่ยวร่วมกับการจัดงานนิทรรศการ (MICE) การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และการท่องเที่ยวสันทนาการซึ่งรวมถึงบริการใช้บริการสนามกอล์ฟ คาสิโน ปีนเขา ดำน้ำและผจญภัย จากสถิติปี 2562 จังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่า มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาที่จังหวัดประมาณ 6.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 ในจำนวนดังกล่าวเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.9 ล้านคน รวมรายได้จากที่พัก บริการอาหารและบริการนำเที่ยว รวมทั้งหมด 12,938.9 พันล้านด่อง  (562.52 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 15 โดยมีเกาะโกนด๋าว (Con Dao Islands) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง อยู่ห่างจากเมืองหวุงเต่าประมาณ 185 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 3 – 4 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางด้วยเครื่องบินจากนครโฮจิมินห์ถึงเกาะโกนด๋าวอีกด้วย แต่ละวันมีเที่ยวบินไป-กลับเพียงเที่ยวเดียวโดยสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์

2.2 การค้าและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ

ด้านการค้าระหว่างประเทศ ปี 2562 จังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่า มีมูลค่านำเข้าสินค้า และมูลค่าส่งออกสินค้า คิดเป็น 6.9 และ 8.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ตามลำดับ

มูลค่าลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสะสมจนถึงปี 2562 คิดเป็น 31,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2562  มีโครงการลงทุนใหม่จากต่างประเทศ 49 โครงการเป็นมูลค่า 1,085 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

จังหวัดมีโครงการลงทุนจากนักทุนไทย 5 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 3.82 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่อันดับที่ 4 ในจังหวัด และเป็นจังหวัดที่นักลงทุนไทยเข้ามาลงทุนมูลค่ารวมสูงสุดในประเทศเวียดนาม ได้แก่

  1. Baconco Co.,Ltd. – โครงการผลิตปุ๋ย NPK มูลค่าการลงทุน 30.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  2. Da Nang SSCORP Ltd. (Vung Tau) – โครงการแปรรูปผลผลิตการเกษตร มูลค่าการลงทุน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  3. C.P. Vietnam Livestock JSC (Ba Ria – Vung Tau Branch) –ประเภทฟาร์มเพาะเลี้ยงพันธุ์กุ้ง มูลค่าการลงทุน 8.87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  4. โครงการ Long Son Petrochemicals Co.,Ltd. – เป็นการลงทุนของบริษัท SCG ร้อยละ 100 มีมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 3.77 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ LSP เป็นโครงการปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกของเวียดนาม มีการเชื่อมโยงจากโรงงานปิโตรเคมีขั้นต้นถึงขั้นปลายครบวงจร บนพื้นที่กว่า 464 เฮกตาร์
  5. MM Mega Market Vung Tau – มูลค่าการลงทุน 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

2.3 อุตสาหกรรมที่ให้การส่งเสริมและสนับสนุนด้านการลงทุน

  • อุตสาหกรรมกลั่นน้ำมัน ปิโตรเคมี พลาสติก เมทานอล
  • อุตสาหกรรมอุปกรณ์ และเครื่องจักร เช่น อุปกรณ์ทางการแพทย์ เหล็กคุณภาพสูง อุปกรณ์และอะไหล่เรือ อุปกรณ์ขุดเจาะน้ำมัน เป็นต้น
  • อุตสาหกรรมโลจิสติกส์และเขตอุตสาหกรรม
  • อุตสาหกรรมกรรมการเกษตรออกานิคและการเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
  • อุตสาหกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารทะเล
  • อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว, การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
  • โครงการโครงสร้างพื้นฐานและเขตอุตสาหกรรม

 


 

การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และโอกาสในการลงทุนทำธุรกิจ จังหวัดบิ่ญเซือง

2.1 สถานการณ์เศรษฐกิจ

ปี 2564 ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดบิ่ญเซือง (GDP) คิดเป็นมูลค่าประมาณ 412,495 พันล้านด่ง (17.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 2.79 แบ่งออกเป็นภาคการเกษตรร้อยละ 3 อุตสาหกรรมและก่อสร้างร้อยละ 68 และภาคบริการร้อยละ 21 (ภาษีสินค้าร้อยละ 7)

ด้านการเกษตร ประมงและป่าไม้ ปี 2564 มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 2  จังหวัดบิ่ญเซืองมีการปลูกไม้ยืนต้นคิดเป็นพื้นที่ 142,438 เฮกตาร์ แบ่งเป็นที่ดินปลูกพืชอุตสาหกรรม ได้แก่ ยางพารา พริกไทย และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ (เป็นแหล่งผลิตเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่สำคัญของประเทศ) ส่วนผลไม้มีการปลูกส้ม ส้มโอ มังคุด และทุเรียน

ในด้านข้าวและพืชไร่ จังหวัดมีพื้นที่ปลูกข้าวและพืชไร่รวม 20,620 เฮกตาร์ ได้ผลผลิตข้าว 26,183 ตัน มันสำปะหลัง 78,886 ตัน และอ้อย 22,623 ตัน ส่วนผักมีพื้นที่ปลูก 5,893 เฮกตาร์ โดยเน้นการปลูกผักโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และการปลูกในพื้นที่เมือง และในด้านการป่าไม้ ปี 2564 มีการแปรรูปไม้ประมาณ 1,186 ลูกบาศก์เมตร

ในด้านการปศุสัตว์ ปี 2564 บิ่ญเซืองมีการเลี้ยงสุกร 695,613 สัตว์ปีก 13.7 ล้านตัว โคและกระบือรวมกันประมาณ 29,692 ตัว และมีการประมงเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ผลผลิต 4,408 ตัน

ด้านอุตสาหกรรมและก่อสร้าง ในปี 2564 มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 4 โดยสินค้าอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ เสื้อผ้า รองเท้าหนัง และสินค้าแปรรูปจากไม้ มีการเติบโตอย่างรวดเร็วเนื่องจากข้อตกลงการค้าเสรีมีผลบังคับใช้ เช่น CPTPP และข้อตกลงทางการค้าระหว่างเวียดนามและประเทศอื่น

นอกจากนี้จังหวัดบิ่ญเซืองได้เข้าเป็นสมาชิกสมาคมศูนย์กลางการค้าโลก (World Trade Center Association, WTCA) อย่างเป็นทางการ และได้เริ่มต้นก่อสร้างศูนย์การค้าโลกที่เมืองใหม่บิ่ญเซือง (World Trade Center, Binh Duong New City) โดยจะเป็นทั้งจุดเชื่อมโยงระหว่างนครโฮจิมินห์กับบิ่ญเซืองบนเส้นทางเดินรถไฟฟ้า เป็นสถานที่จัดงานสำคัญ และศูนย์กลางเมืองใหม่บิ่ญเซือง ทั้งนี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ของจังหวัดถือเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว

ด้านบริการและการค้า ในปี 2564 ลดลงร้อยละ 0.8 โดยมาจากการค้าปลีกเป็นหลัก โดยมีห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลีกจำนวนมาก ขายสินค้าหลากหลาย  ทั้งนี้จังหวัดบิ่ญเซืองเป็นศูนย์รวมอุตสาหกรรมในเวียดนามใต้ ในด้านการท่องเที่ยว ปี 2564 มีผู้เดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดบิ่ญเซืองประมาณ 1.6 ล้านคน โดยการท่องเที่ยวของจังหวัดมีหลายรูปแบบ ได้แก่ การเที่ยวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ สวนสนุก การท่องเที่ยวร่วมกับการประชุมและงานแสดงสินค้า (MICE) สนามกอล์ฟ หมู่บ้านเครื่องเคลือบดินเผา วัดวาอาราม การท่องเที่ยวทางเรือ เป็นต้น ทั้งนี้ จังหวัดบิ่ญเซืองเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับประชาชนในนครโฮจิมินห์เดินทางมาเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือช่วงเทศกาลต่าง ๆ

 

2.2 การค้าและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ

ด้านการค้าระหว่างประเทศ ปี 2564 จังหวัดบิ่ญเซือง มีมูลค่านำเข้าสินค้าและมูลค่าส่งออกสินค้าคิดเป็น 25,557  และ 32,740 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ

มูลค่าลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสะสมจนถึงปี 2564 สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 จาก 63 จังหวัดของเวียดนาม รวมทั้งหมด 4,021 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 37,176.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2564 มีโครงการลงทุนใหม่จากต่างประเทศ 75 โครงการเป็นมูลค่า 629.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ธุรกิจไทยมีโครงการลงทุนในอุตสาหกรรมผลิตกระดาษ อาหารและเครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์พลาสติก เป็นต้น ตัวอย่างโครงการลงทุนจากผู้ประกอบการ ได้แก่

ลำดับ

ชื่อโครงการ

ประเภทธุรกิจ

1

บริษัท Giay Kraft Vina

ผลิตกระดาษลังและบรรจุภัณฑ์

2

บริษัท C.P. Vietnam ผลิตอาหารสัตว์
3 บริษัท Srithai Vietnam

ผลิตสินค้าที่ทำจากพลาสติกเพื่องานอุตสาหกรรม เมลามีน

4

บริษัท Universal Polybag ผลิตแผ่นฟิล์มพลาสติก บรรจุภัณฑ์พลาสติก
5 บริษัท TOA Paint (Thailand)

ผลิตสีสำหรับการก่อสร้าง

6

บริษัท Toshiba Consumer Products

ประกอบชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์ของบริษัท Toshiba

7

บริษัท Red Bull (Vietnam)

ผลิตเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง

8

ห้างสรรพสินค้า Go! Di An ค้าปลีก
9

MM Mega Market

ค้าปลีกและค้าส่ง

10

Big C Binh Duong

ค้าปลีก

 

2.3 อุตสาหกรรมที่ให้การส่งเสริมและสนับสนุนด้านการลงทุน

    • อุตสาหกรรมผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร
    • อุตสาหกรรมการเกษตร
    • อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการค้า
    • โครงสร้างพื้นฐาน

แหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่ควรทราบ

  1. เว็บไซต์ของรัฐบาลท้องถิ่นจังหวัดนครโฮจิมินห์: http://www.hochiminhcity.gov.vn/
  2. รายชื่อโครงการรอการลงทุน http://www.dpi.hochiminhcity.gov.vn/TinTuc/dautubotbtbtoppp/Pages/default.aspx
  3. เว็บไซต์ส่งเสริมการลงทุน การค้าและการท่องเที่ยวนครโฮจิมินห์ http://www.dpi.hochiminhcity.gov.vn/Pages/default.aspx
  4. เว็บไซต์คณะกรรมการบริหารนิคมอุตสาหกรรมนครโฮจิมินห์: http://www.hepza.hochiminhcity.gov.vn/web/guest/home
  5. เว็บไซต์การท่าเรือของนครโฮจิมินห์: http://www.csg.com.vn
  6. เว็บไซต์กรมการท่องเที่ยวนครโฮจิมินห์: http://sodulich.hochiminhcity.gov.vn/

แหล่งข้อมูลอ้างอิง นครโฮจิมินห์

กรมส่งเสริมการลงทุน (2563), ฐานข้อมูลการลงทุนเวียดนาม (นครโฮจิมินห์), สืบค้นจาก http://ipc.mpi.gov.vn/mien-bac/thong-tin-dia-phuong

สภาประชาชนจังหวัดนครโฮจิมินห์ (2565), ข้อมูลสถิติพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมนครโฮจิมินห์ ประจำปี 2564

Cục sở hữu trí tuệ (2565), Danh sách các chỉ đẫn địa lý đã được bảo hộ tại Việt Nam (Cập nhật đến tháng 6 năm 2022), retrieved from https://ipvietnam.gov.vn/chi-dan-dia-ly

Chính phủ Việt Nam (2565), Nghị định 38/2022/NĐ-CP về việc Quy định mức lương tối thiểu đối với người lao động làm việc theo hợp đồng lao động.

กรมศุลกากรเวียดนาม (2565), รายงานการนำเข้าส่งออกจำแนกตามจังหวัด ปี 2021

Viện Khoa học tổ chức nhà nước (2562), TP.Hồ Chí Minh đề xuất thành lập 4 thành phố vệ tinh, retrieved from http://isos.gov.vn/Thongtinchitiet/tabid/84/ArticleId/653/language/vi-VN/TP-H-Chi-Minh-d-xu-t-thanh-l-p-4-thanh-ph-v-tinh.aspx

Tuoi Tre Online (2563), Thành phố Thủ Đức: phía Đông có gì lạ?, retrieved from https://tuoitre.vn/thanh-pho-thu-duc-phia-dong-co-gi-la-2020082518513663.htm

Tạp chí Nghiên cứu lập pháp (2563), Thực hiện Nghị quyết số 54/2017/QH14 và vấn đề tiếp tục pháp lý hóa các cơ chế, chính sách đặc thù cho thành phố Hồ Chí Minh, retrieved from http://www.lapphap.vn/Pages/tintuc/tinchitiet.aspx?tintucid=210393

Quang Trung Software City (2563), Tại sao chọn QTSC, retrieved from https://www.qtsc.com.vn/tai-sao-chon-qtsc

Ban Quản lý Khu công nghệ cao TPHCM (2562), Tổng quan về Khu Công nghệ cao Thành phố Hồ Chí Minh, retrieved from http://www.shtp.hochiminhcity.gov.vn/gioithieu/Pages/tongquanshtp.aspx

Sai Gon Silicon City (2563), Giới thiệu về công viên công nghệ cao, retrieved from  http://www.saigonsiliconcity.com.vn/vi-VN/cong–vien-cong-nghe-cao-sai-gon

Ủy ban Nhân dân TP HCM (2563), Đến năm 2030: TPHCM phấn đấu trở thành đô thị thông minh, retrieved from http://www.hochiminhcity.gov.vn/thongtinthanhpho/quyhoachvaphattrien/Lists/Posts/Post.aspx?CategoryId=16&ItemID=6710&PublishedDate=2020-07-14T09:35:00Z

Cảng Vụ Hàng hải Thành Phố Hồ Chí Minh (2563), Thông tin cảng biển TP.HCM, retrieved from http://cangvuhanghaitphcm.gov.vn/index.aspx?page=news&cat=14

Báo Lao Động (2563), Infographic: Tuyến metro đầu tiên của Sài Gòn đang băng băng về đích, retrieved from https://laodong.vn/infographic/infographic-tuyen-metro-dau-tien-cua-sai-gon-dang-bang-bang-ve-dich-814333.ldo

Ban Quản lý Đường Sắt Đô thị TP.HCM (2563), Quy hoạch Đường sắt Đô thị, retrieved from http://maur.hochiminhcity.gov.vn/web/bqlds/quy-hoach-duong-sat-do-thi

Trung tâm Quản lý giao thông công cộng Thành phố Hồ Chí Minh (2563), các tuyến xe buýt TP.HCM, retrieved from http://buyttphcm.com.vn/Route

Pháp Luật (2565), Cuối năm 2022, TP.HCM chạy thử metro số 1, Retrieved from https://plo.vn/cuoi-nam-2022-tphcm-chay-thu-metro-so-1-post698112.html

VOV5 (2565), HCMC aims to become an international financial hub, Retrieved from https://vovworld.vn/en-US/economy/hcmc-aims-to-become-an-international-financial-hub-1079963.vov

Caproasia (2565), The 2022 Global Financial Centres Index – Full Ranking, Retrieved from https://www.caproasia.com/2022/03/26/full-ranking/

Vn Economy (2565), Quy mô kinh tế số TP.HCM năm 2021 đạt gần 8,3 tỷ USD, Retrieved from https://vneconomy.vn/quy-mo-kinh-te-so-tp-hcm-nam-2021-dat-gan-8-3-ty-usd.htm

Vietnam Insiders (2565), Which province, city has the largest contribution to GDP in Vietnam?, Retrieved from https://vietnaminsider.vn/which-province-city-has-the-largest-contribution-to-gdp-in-vietnam

 


 

แหล่งข้อมูลที่น่าสนใจ จังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่า

  1. เว็บไซต์ของรัฐบาลท้องถิ่นจังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่า: http://www.baria-vungtau.gov.vn/
  2. รายชื่อโครงการลงทุนจนถึงปี 2563: http://sokhdt.baria-vungtau.gov.vn/documents/10180/40739/DM%20keu%20goi%20dau%20tu%20den%202020.xls
  3. เว็บไซต์ศูนย์ส่งเสริมการลงทุน การค้า และการท่องเที่ยวจังหวัด: http://www.bariavungtautourism.com.vn/

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

กรมส่งเสริมการลงทุน (2563), ฐานข้อมูลการลงทุนเวียดนาม (จังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่า), สืบค้น จาก http://ipc.mpi.gov.vn/mien-nam/thong-tin-dia-phuong

กรมส่งเสริมการลงทุน (2563), สถิติการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ปี 2562, สืบค้น จาก https://dautunuocngoai.gov.vn/tinbai/6318/Tinh-hinh-thu-hut-dau-tu-nuoc-ngoai-nam-2019

กรมการท่าเรือหวุงเต่า (2561), ข้อมูลสถานการณ์ท่าเรือในพื้นที่จังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่า สืบค้น จาก http://cangvuhanghaivungtau.gov.vn/Uploads/3655.Q%C4%90-BGTVT%20phe%20duyet%20QHCT%20N5-%2027.12.2017.pdf

สภาประชาชนจังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่า (2563), ข้อมูลสถิติพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่า ประจำปี 2562

สภาประชาชนจังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่า (2562), Decision No. 999/QĐ-UBND วันที่ 23/04/2019 เกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตรออกานิคจนถึงปี 2025

สภาประชาชนจังหวัดบ่าเสี่ยะ – หวุงเต่า (2562), Decision No. 1427/QĐ-UBND วันที่ 07/06/2019 เกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวถึงปี 2025, ทิศทางการพัฒนาถึงปี 2030

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเวียดนาม (2563), ข้อมูลสินค้าที่ได้รับความคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ สืบค้นเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563 จาก http://www.noip.gov.vn/chi-dan-dia-ly

 


 

แหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่ควรทราบ จังหวัดบิ่ญเซือง

1. เว็บไซต์ของรัฐบาลท้องถิ่นจังหวัดบิ่ญเซือง: https://binhphuoc.gov.vn/

2. รายชื่อโครงการรอการลงทุน https://www.binhduong.gov.vn/dau-tu-phat-trien/hop-tac-dau-tu/du-an-keu-goi-dau-tu

3. เว็บไซต์ศูนย์ส่งเสริมการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวจังหวัดบิ่ญเซือง: http://binhphuocittpc.gov.vn/

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

กรมส่งเสริมการลงทุน (2563), ฐานข้อมูลการลงทุนเวียดนาม (จังหวัดบิ่ญเซือง), สืบค้น จาก http://ipc.mpi.gov.vn/mien-nam/thong-tin-dia-phuong

สภาประชาชนจังหวัดบิ่ญเซือง (2565), ข้อมูลสถิติพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจังหวัดบิ่ญเซือง ประจำปี 2564

Cục sở hữu trí tuệ (2565), Danh sách các chỉ đẫn địa lý đã được bảo hộ tại Việt Nam (Cập nhật đến tháng 6 năm 2022), retrieved from https://ipvietnam.gov.vn/chi-dan-dia-ly

Chính phủ Việt Nam (2565), Nghị định 38/2022/NĐ-CP về việc Quy định mức lương tối thiểu đối với người lao động làm việc theo hợp đồng lao động.

Báo Tuổi Trẻ (2562), Bình Dương có Trung tâm thương mại thế giới kết nối với metro TP.HCM, retrieved from https://tuoitre.vn/binh-duong-co-trung-tam-thuong-mai-the-gioi-ket-noi-voi-metro-tphcm-2019112322320463.htm

THAIBIZ VIETNAM

THAILAND BUSINESS INFORMATION CENTER

  • หน้าแรก
  • ประชาสัมพันธ์
  • ข่าว
  • ศูนย์ธุรกิจไทยในเวียดนาม
  • บทความ
  • มีเดีย
  • กฎระเบียบที่ควรรู้
  • ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อมูลรายจังหวัด/นคร

ยอดผู้เข้าชม

3

กำลังเข้าชมขณะนี้

519904

เข้าชมทั้งหมด