(เกิดจากการควบรวมระหว่างจังหวัดจังหวัดก่าเมา และจังหวัดบากเลียว ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568)
*หมายเหตุ: ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในเวียดนามอยู่ระหว่างปรับปรุงข้อมูลรายจังหวัดให้เป็นปัจจุบัน
ข้อมูลจังหวัดก่าเมาโดยสังเขป
- รัฐบาลตั้งเป้าให้จังหวัดก่าเมาเป็นศูนย์กลางการเพาะเลี้ยงกุ้งของประเทศ โดยการเพาะเลี้ยงกุ้งน้ำกร่อยเป็นอุตสาหกรรมการเกษตรที่สำคัญที่สุดของจังหวัด คิดเป็นร้อยละ 40 ของพื้นที่เพาะเลี้ยงกุ้งของประเทศเวียดนาม แต่ละปีมีผลผลิตกุ้งประมาณ 259,000 ตัน และเกือบทั้งหมดแปรรูปเป็นกุ้งแช่แข็งส่งออกไปต่างประเทศ นอกจากนี้ จังหวัดยังมีอุตสาหกรรมประมง ขุดเจาะน้ำมัน แก๊สธรรมชาติ และการทำปุ๋ยเคมีอีกด้วย
- อำเภอนัมกัน จังหวัดก่าเมา เป็นจุดปลายสุดของเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสายย่อยเรียบชายฝั่งตอนใต้ของอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Southern Coastal Sub-Corridor) หรือเส้นทาง R10 เชื่อมโยงพื้นที่ EEC ของไทยกับชายฝั่งกัมพูชาและเวียดนาม
- จังหวัดมีแผนจะสร้างท่าเรือน้ำลึกที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามบริเวณเกาะ Hon Khoai อยู่ใกล้กับเขตเศรษฐกิจนัมกัน ซึ่งสามารถรองรับเรือขนาดสูงสุดถึง 250,000 ตัน รวมถึงเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ อย่างไรก็ดี โครงการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการศึกษาพิจารณาความเป็นไปได้
- จังหวัดก่าเมาเป็นผู้ส่งออกปูและอาหารทะเลขนาดใหญ่ที่สุดของเวียดนาม มูลค่าประมาณ 1.1พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 11 ของมูลค่าการส่งออกอาหารทะเลทั้งหมดของเวียดนามในปี 2564
- สินค้าที่ได้รับการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ได้แก่ กุ้งกุ้งกุลาดำ และปูทะเลก่าเมา
- จังหวัดก่าเมาได้สถาปนาความสัมพันธ์เมืองคู่มิตรกับจังหวัดตราดตั้งแต่ปี 2560


ข้อมูลจังหวัดบากเลียวโดยสังเขป
- จังหวัดบากเลียวมีการพัฒนาโครงการพลังงานไฟฟ้าจากกังหันลมมากที่สุดในเวียดนาม และมีโครงการลงทุนจากไทยโดยบริษัท Super Energy
- จังหวัดบากเลียวกำลังมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมกุ้งของเวียดนาม โดยมีตราสินค้าสำคัญคือ “กุ้งบากเลียว” และมีการลงทุนก่อสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดย C.P. Group
- โครงการผลิตพลังงานจากแหล่งแก๊สธรรมชาติในจังหวัดบากเลียว เป็นโครงการลงทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดและในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง
- ข้าวเป็นอีกหนึ่งสินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัด โดยมีรูปแบบการเกษตรหลักแบบผสมผสานระหว่างการเลี้ยงกุ้งและปลูกข้าว สินค้าเกษตรที่มีชื่อเสียงและได้รับการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ได้แก่ ข้าวแดง Mot Bui Do และเกลือบากเลียว


ข้อมูลพื้นฐานของจังหวัดก่าเมา
1.1 ข้อมูลที่ตั้ง การปกครอง
จังหวัดก่าเมา เป็น 1 ใน 13 จังหวัดบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงและเป็นจังหวัดที่อยู่ปลายสุดของคาบสมุทรก่าเมา โดยจังหวัดตราดและจังหวัดก่าเมาได้ร่วมลงนามสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องตั้งแต่ปี 2560
จังหวัดก่าเมาตั้งอยู่ห่างจากนครโฮจิมินห์ประมาณ 300 กิโลเมตร ห่างจากนครเกิ่นเทอ 180 กิโลเมตร อาณาเขตด้านทิศเหนือของจังหวัดก่าเมาติดกับจังหวัดเกียนซาง (Kien Giang Province) และจังหวัดบากเลียว (Bac Lieu Province) ทางด้านตะวันออกติดทะเลจีนใต้ และทิศตะวันตกติดทะเลอ่าวไทย บริเวณคาบสมุทรก่าเมา (Ca Mau Peninsula) ซึ่งเป็นอาณาเขตที่ติดกับทะเลมีระยะทางกว่า 254 กิโลเมตร
รูปที่ 1 แผนที่จังหวัดก่าเมา

ที่มา: Google Map (2565)
จังหวัดก่าเมามีลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ พื้นที่บริเวณปลายคาบสมุทรก่าเมาเป็นพื้นอุทยานแห่งชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้เป็นเขตชีวมณฑลของโลก (biosphere reserve) เมื่อปี 2552 และเป็นหนึ่งในเขตอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำตามอนุสัญญาแรมซาร์เมื่อปี 2556
อุณภูมิโดยเฉลี่ยของจังหวัดก่าเมาอยู่ที่ 25 – 27 องศาเซลเซียส โดยฤดูฝนจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึง พฤศจิกายนของทุกปี แต่ละปีมีวันที่ฝนตก 165 วัน ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ย 2,360 มิลลิเมตร
จังหวัดก่าเมามีพื้นที่ทั้งหมด 5,294.87 ตารางกิโลเมตร แบ่งพื้นที่การปกครองส่วนท้องถิ่นออกเป็น 9 พื้นที่ โดยมีเมืองก่าเมา เป็นศูนย์กลางราชการส่วนท้องถิ่น และอีก 8 อำเภอ
ปี 2564 จังหวัดก่าเมาได้รับการจัดอันดับ 32 จาก 63 จังหวัดในด้านความสามารถในแข่งขันระดับประเทศ (PCI) ขณะที่การจัดอันดับเกี่ยวกับความสามารถในการบริหารจัดการภาครัฐ (PAPI) ถือว่ามีคุณภาพปานกลางเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นของเวียดนาม
1.2 ทรัพยากร
1.2.1 ทรัพยากรธรรมชาติ
จังหวัดก่าเมามีที่ดินทั้งหมด 529,487 เฮกตาร์ โดยพื้นที่ดินกว่าร้อยละ 27 เป็นพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่สำหรับเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำร้อยละ 43 พื้นที่ป่าไม้ร้อยละ 18 และที่ดินเพื่ออยู่อาศัย ประกอบธุรกิจและวัตถุประสงค์อื่นๆ ร้อยละ 11 ที่ดินส่วนใหญ่ของก่าเมาเป็นที่ดินเกิดใหม่จากการทับถมของตะกอนที่มาจากแม่น้ำโขง ซึ่งมีการทับถมเพิ่มและถูกเซาะกร่อนตลอดเวลา บางส่วนถูกน้ำทะเลท่วมและน้ำเค็มแทรกซึมทำให้ดินมีความเค็ม และบางส่วนมีสารส้มเจือปนจึงไม่เหมาะแก่การปลูกข้าว แต่ยังสามารถปลูกพืชจำพวกสัปปะรด อ้อย หรือกล้วยได้
ทรัพยากรน้ำจืดมีเฉพาะพื้นที่ป่าเสม็ด U Minh เท่านั้น ส่วนอื่นๆ ยังใช้น้ำฝน หรือน้ำบาดาลเป็นหลัก อย่างไรก็ตามพื้นที่หลักเป็นน้ำกร่อยและน้ำเค็ม เหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์ทะเล
ทรัพยากรป่าไม้ของก่าเมาคิดเป็นร้อยละ 77 ของที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง หรือ 103,723 เฮกตาร์ โดยเป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากป่าอเมซอนในทวีปอเมริกาใต้เท่านั้น
จังหวัดก่าเมามีปริมาณน้ำมันดิบสำรองค่อนข้างมาก จากการคาดการณ์อยู่ที่ 172,000 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถขุดเจาะน้ำมันดิบได้ปีละ 8,250 ล้านลูกบาศก์เมตร ทรัพยากรแร่ธาตุอื่น ๆ ได้แก่ ถ่านหิน 75 ล้านตัน หินอัคนี ดินเหนียว และดินกระเบื้อง
จังหวัดก่าเมามีพื้นที่ติดทะเลคิดเป็น 1 ใน 3 ของภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง จึงสามารถทำการประมงเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ถึง 71,000 เฮกตาร์ ซึ่งจากการสำรวจมีสัตว์ทะเลหลากหลายและปริมาณมากอีกด้วย
1.2.2 ทรัพยากรมนุษย์และวัฒนธรรม
ปี 2564 จังหวัดก่าเมา มีประชากรทั้งหมด 1.19 ล้านคน คิดเป็นแรงงานที่มีอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไป 0.7 ล้านคน มีวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัย Ton Duc Thang และ Binh Duong เป็นต้น และวิทยาลัยอาชีวะอีก 3 แห่งฝึกอบรมแรงงานในจังหวัด ค่าแรงขั้นต่ำ 3.25 – 4.16 ล้านด่งต่อเดือน (139 – 178 ดอลลาร์สหรัฐ) ตามกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ (Decree No.38/2022/NĐ-CP)
1.3 โครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่ง
ด้านการคมนาคมทางอากาศ จังหวัดก่าเมามีสนามบิน 2 แห่ง คือสนามบินก่าเมา (Ca Mau Airport:CAH) มีเที่ยวบินจากนครโฮจิมินห์ถึงก่าเมา (SGN – CAH) วันละ 1 เที่ยวบินโดยสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ ส่วนสนามบินนัมกัน (Nam Can Airport) ใช้เพื่อขุดเจาะน้ำมันและการทหารเท่านั้น
ด้านการคมนาคมทางน้ำ จังหวัดก่าเมามีท่าเรือ 2 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือก่าเมา และกำลังก่อสร้างท่าเรือนัมกันซึ่งสามารถรองรับเรือขนาด 5,000 ตันได้ นอกจากนี้จังหวัดมีโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึก Hon Khoai ซึ่งอยู่ติดกับเขตเศรษฐกิจนัมกัน (Nam Can Economic Zone) ซึ่งจะเป็นท่าเรือที่สามารถรองรับเรือขนาดใหญ่มากถึง 250,000 ตัน รวมถึงเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ อย่างไรก็ตามโครงการนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาพิจารณาความเป็นไปได้ และจัดทำรายงานเพื่อนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ด้านการคมนาคมทางบกและการเชื่อมโยงระดับภูมิภาค จังหวัดก่าเมาตั้งอยู่ห่างจากนครพนมเปญ 165 กิโลเมตร ห่างจากด่านชายแดนนานาชาติห่าเตียน จังหวัดเกียนซาง 225 กิโลเมตร ทั้งนี้อำเภอนัมกัน (Nam Can District) เป็นจุดหมายปลายทางของเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสายย่อยเรียบชายฝั่งตอนใต้ของอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Southern Coastal Sub-Corridor) หรือเส้นทาง R10 เชื่อมโยงไทย กัมพูชา และเวียดนาม
พื้นที่จังหวัดก่าเมา มีถนนทางหลวง 2 เส้นหลัก คือ QL1A เชื่อมจังหวัดก่าเมากับจังหวัดบากเลียว และ QL63 ที่เชื่อมโยงจังหวัดก่าเมากับจังหวัดเกียนยาง และเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสายย่อยเรียบชายฝั่งตอนใต้ของอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาก่อสร้างทางด่วนเชื่อมโยงนครเกิ่นเทอมายังจังหวัดก่าเมาซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2565
ด้านเขตเศรษฐกิจและนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดก่าเมามีนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมด 2 แห่ง และพื้นที่การค้าชายแดนอีก 1 แห่ง ได้แก่
- นิคมอุตสาหกรรม Khanh An พื้นที่ 235.86 เฮกตาร์
- นิคมอุตสาหกรรม Hoa Tung พื้นที่ 326 เฮกตาร์
- เขตเศรษฐกิจนัมกัน พื้นที่ 10,801 เฮกตาร์
1.ข้อมูลพื้นฐานของจังหวัดบากเลียว
1.1 ข้อมูลที่ตั้ง การปกครอง
จังหวัดบากเลียวเป็น 1 ใน 13 จังหวัดบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง หรือภาคตะวันตกของประเทศเวียดนาม เคยเป็นศูนย์กลางบริหารจัดการท้องถิ่นในสมัยที่ฝรั่งเศสปกครองเวียดนาม และเคยมีอุตสาหกรรมผลิตเกลือทะเลที่รุ่งเรืองมาก อยู่ห่างจากนครโฮจิมินห์ 280 กิโลเมตร และนครเกิ่นเทอ 110 กิโลเมตร ทิศเหนือติดกับจังหวัดเหิ่วซาง (Hau Giang Province) และเกียนซาง (Kien Giang Province) ตะวันออกเฉียงเหนือติดกับจังหวัดซ็อกจัง (Soc Trang Province) ทิศตะวันตกติดกับจังหวัดก่าเมา (Ca Mau Province) ส่วนทางด้านตะวันออกของจังหวัดเป็นทะเลจีนใต้
รูปที่ 1 แผนที่จังหวัดบากเลียว

ที่มา: http://gis.chinhphu.vn/(2563)
ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ ไม่มีภูเขาสูง พื้นที่ด้านตะวันออกติดชายทะเลยาว 56 กิโลเมตร มีลมแรงตลอดปี จึงเหมาะแก่การผลิตไฟฟ้าพลังลม ขณะที่ในพื้นที่จังหวัดเป็นดินที่มีความเป็นกรด และดินเค็ม ทำให้การเกษตรของจังหวัดมีรูปแบบการปลูกข้าวสลับกับเลี้ยงกุ้ง
อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของจังหวัดอยู่ที่ 26 – 27 องศาเซลเซียส โดยฤดูฝนจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายนของทุกปี ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ย 1,700 มิลลิเมตร ฝนตกตามช่วงเวลา แต่ละช่วงมีฝนตกติดต่อกันตั้งแต่ 7 – 20 วัน
จังหวัดบากเลียวมีพื้นที่ทั้งหมด 2,669 ตารางกิโลเมตร แบ่งพื้นที่การปกครองส่วนท้องถิ่นออกเป็น 7 พื้นที่ ประกอบไปด้วยเมืองบากเลียว (Bac Lieu City) และอีก 6 อำเภอ
ปี 2564 จังหวัดบากเลียวได้รับการจัดอันดับเป็นลำดับที่ 55 จาก 63 จังหวัดในด้านความสามารถในการแข่งขันระดับประเทศ (PCI) ขณะที่การจัดอันดับเกี่ยวกับความสามารถในการบริหารจัดการภาครัฐ (PAPI) ถือว่ามีคุณภาพระดับสูงของเวียดนาม
1.2 ทรัพยากร
1.2.1 ทรัพยากรธรรมชาติ
จังหวัดบากเลียวมีที่ดินทั้งหมด 266,901 เฮกตาร์ แบ่งเป็นพื้นที่เพื่อการเกษตรร้อยละ 38 พื้นที่ป่าไม้ร้อยละ 1 และพื้นที่อยู่อาศัย ประกอบธุรกิจและวัตถุประสงค์อื่นอีกร้อยละ 6
ตามข้อมูลการสำรวจพบว่า บากเลียวมีแก๊สธรรมชาติและมีโอกาสสูงที่จะพบน้ำมันดิบ ด้วยพื้นที่ที่ติดทะเลยาวถึง 56 กิโลเมตร มีแสงแดด และลมแรงถึง 2,900 ชั่วโมงต่อปี จึงเหมาะแก่การพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดจากลมและแสงอาทิตย์ ปัจจุบันจึงมีการพัฒนาและดำเนินโครงการกังหันลมที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามอยู่ในจังหวัดอีกด้วย
1.2.2 ทรัพยากรมนุษย์และวัฒนธรรม
ในปี 2564 จังหวัดบากเลียว มีประชากรทั้งหมด 0.92 ล้านคน คิดเป็นแรงงานที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป 0.5 ล้านคน มีมหาวิทยาลัยบากเลียว และวิทยาลัยอาชีวะ 2 แห่งฝึกอบรมแรงงานในจังหวัด ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 3.25 – 4.16 ล้านด่งต่อเดือน (139 – 178 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน) ตามกฎหมายแรงงานฉบับล่าสุด (Decree No.38/2022/NĐ-CP)
1.3 โครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่ง
ด้านการคมนาคมทางน้ำ จังหวัดมีแม่น้ำลำคลอง 23 สาย ที่เรือขนาดเล็กกว่า 500 ตันสามารถสัญจรได้สะดวก ในแผนพัฒนาท่าเรือของเวียดนามได้มีแผนเพิ่มท่าเรือ Ganh Hao ของบากเลียวให้เป็นหนึ่งในท่าเรือสำคัญของภูมิภาค โดยยกระดับความสามารถในการรองรับเรือสินค้าจากขนาด 5,000 ตัน เป็นเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ 30,000 – 50,000 ตัน ท่าเรือใหม่นี้จะได้รับการลงทุนและก่อสร้างโดยสมาคมผู้ประกอบการเดินเรือสมุทรเนเธอร์แลนด์ให้มีรูปแบบเดียวกับท่าเรือรอตเทอร์ดาม
ด้านการคมนาคมทางบก จังหวัดบากเลียวมีถนนหลวงสาย QL1 และ QL91C ตัดผ่าน
รูปที่ 2 ถนนหลวงในจังหวัดบากเลียว

ที่มา: Google Map (2565)
ด้านนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดบากเลียวมีนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมด 3 แห่ง และเขตอุตสาหกรรมย่อย 4 แห่ง ได้แก่
- นิคมอุตสาหกรรม Tra Kha พื้นที่ 49.38 เฮกตาร์ (อัตราการเช่าพื้นที่ร้อยละ 93)
- นิคมอุตสาหกรรม Lang Tram พื้นที่ 100 เฮกตาร์ สำหรับอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและอาหารทะเล สินค้าอุปโภคบริโภค และเครื่องใช้ไฟฟ้า
- นิคมอุตสาหกรรมรวม Ninh Quoi พื้นที่ 257 เฮกตาร์ (อยู่ระหว่างการสนับสนุนการลงทุน)
- เขตอุตสาหกรรมย่อย 4 แห่ง มีพื้นที่รวม 160 เฮกตาร์ คือ เขตอุตสาหกรรมย่อย Vinh My, Vinh Loi, Chu Chi และ Hong Dan ทั้งนี้มีเพียงเขตอุตสาหกรรมย่อย Chu Chi พื้นที่ 30 เฮกตาร์เท่านั้นที่เริ่มใช้งานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการแปรรูปอาหาร อะไหล่รถยนต์ การประกอบและซ่อมบำรุง และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับเกษตรกรรม
การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และโอกาสในการลงทุนทางธุรกิจ จังหวัดก่าเมา
2.1 สถานการณ์เศรษฐกิจ
ปี 2564 ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด (GDP) คิดเป็นมูลค่า 57,345 พันล้านด่ง (2.45 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 0.92 แบ่งออกเป็นภาคการเกษตรร้อยละ 34 อุตสาหกรรมและก่อสร้างร้อยละ 29 ภาคบริการร้อยละ 33 (ภาษีร้อยละ 4)
ด้านการเกษตร ประมง และป่าไม้ ปี 2564 มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากปีก่อนหน้า มีการประมงเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นอุตสาหกรรมการเกษตรที่มีความสำคัญที่สุดของจังหวัด โดยปี 2564 ผลผลิตจากการประมงเลี้ยงสัตว์น้ำคิดเป็น 609,230 ตัน เพิ่มจากปีก่อนหน้าร้อยละ 3.2
การปลูกข้าว มีพื้นที่ 100,089 เฮกตาร์ ได้ผลผลิต 459,015 ตัน นอกจากนี้จังหวัดยังมีสินค้าเกษตรที่มีชื่อเสียงอีกหลายรายการ เช่น กุ้งแห้ง Rach Goc, น้ำผึ้งป่า U Minh Ha, ปลาแดดเดียว U Minh, ปู Nam Can, ปลาร้าปลาช่อน Thoi Binh, กล้วยตาก Tran Hoi, ข้าวเกรียบกุ้ง Mui Ca Mau เป็นต้น
อุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งของจังหวัดก่าเมาใหญ่เป็นอันดับต้นของประเทศเวียดนาม ส่งออกกุ้งเป็นสัดส่วนร้อยละ 30 ของเวียดนาม ปี 2564 มีมูลค่ากุ้งส่งออกเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การเลี้ยงกุ้งของจังหวัดส่วนมากเป็นการเลี้ยงแบบปล่อยธรรมชาติ พื้นที่เลี้ยงกุ้งของจังหวัดคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 45 และ40 ของภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและของประเทศเวียดนามตามลำดับ
ด้านการปศุสัตว์ จังหวัดก่าเมามีการเพาะเลี้ยงสัตว์จำนวนน้อยเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น โดยมีโคและกระบือรวมกัน 590 ตัว หมู 79,472 ล้านตัว และสัตว์ปีกประมาณ 3.3 ล้านตัว
ด้านอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง ในปี 2564 มีมูลค่าลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ 7 มูลค่าหลักมาจากกุ้งแช่แข็ง น้ำมันดิบ ปุ๋ยเคมี แก๊สสำเร็จรูป และแก๊สเหลว นอกจากนี้ก่าเมายังเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ได้รับการอนุมัติการลงทุนโครงการพลังงานลมมากที่สุดแห่งหนึ่งของเวียดนามตามยุทธศาสตร์ของประเทศเวียดนามปี 2563 – 2568 โดยมีเป้าหมายผลิตไฟฟ้ากว่า 6,500 MW ปัจจุบันมีโครงการพลังงานลมที่กำลังดำเนินการก่อสร้างทั้งหมด 12 โครงการ มีกำลังผลิตรวมกว่า 700 MW
ด้านบริการและการค้าเป็นส่วนที่มีมูลค่าสูงที่สุด โดยมาจากการค้าปลีกเป็นหลัก ในปี 2564 ลดลงร้อยละ 2.9 จากปีก่อนหน้า เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดหยุดชะงักเกือบตลอดทั้งปี 2564 จากข้อมูลสถิติการท่องเที่ยวจนถึงเดือนมิถุนายน 2565 มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวในจังหวัดกว่า 0.8 ล้านคน โดยคาดการณ์ว่าตลอดปี 2565 จะมีนักท่องเที่ยว 1.2 ล้านคน นำรายได้เข้าจังหวัดกว่า 1,500 พันล้านด่ง (64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
2.2 การค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ
ด้านการค้าระหว่างประเทศ ปี 2564 จังหวัดก่าเมามีมูลค่านำเข้าสินค้า และมูลค่าส่งออกสินค้าคิดเป็น 125 และ 1,115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ
มูลค่าลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสะสมจนถึงปี 2564 ทั้งหมด 11 โครงการ คิดเป็น 158.83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2564 มีโครงการลงทุนใหม่จากต่างประเทศ 1 โครงการเป็นมูลค่า 35.34 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ธุรกิจไทยมีการลงทุนในจังหวัดก่าเมา 2 โครงการ ได้แก่ โรงงานอาหารสัตว์ของบริษัท ซี.พี. เวียดนาม (มูลค่า 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และบริษัทพลังงาน Super Wind Energy Cong Ly ตั้งอยู่บริเวณเขตท่องเที่ยว Khai Long มีกำลังการผลิต 100 MW (มูลค่าโครงการ 238.47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
2.3 อุตสาหกรรมที่ให้การส่งเสริมและสนับสนุนด้านการลงทุน
- อุตสาหกรรมการเกษตรและประมงออร์แกนิค หรือใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
- อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร เช่น อาหารทะเลแช่แข็ง ไม้แปรรูป โรงงานซ่อมเรือประมง
- อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เช่น สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ
- โครงการโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ลงทุนพัฒนานิคมอุตสาหกรรม ท่าเรือเกาะ Hon Khoai ถนนและสะพาน ท่ารถ ที่อยู่อาศัย ตลาดและศูนย์การค้า เป็นต้น
2.การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และโอกาสในการลงทุนทำธุรกิจ จังหวัดบากเลียว
2.1 สถานการณ์เศรษฐกิจ
ในปี 2564 ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดบากเลียว (GDP) คิดเป็นมูลค่า 53,871 พันล้านด่ง (2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ร้อยละ 5.05 แบ่งออกเป็นภาคการเกษตรร้อยละ 42 อุตสาหกรรมและก่อสร้างร้อยละ 21 และภาคบริการร้อยละ 33
ด้านการเกษตร ป่าไม้ และการประมง ของจังหวัดบากเลียว ปี 2564 มีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.5 โดยมุ่งไปที่การเพาะปลูกข้าวบนพื้นที่ขนาดใหญ่ ปัจจุบัน มีพื้นที่เพาะปลูกข้าว 191,022 เฮกตาร์ ได้ผลผลิต 1.22 ล้านตัน
มูลค่าการเกษตรส่วนใหญ่ของจังหวัดบากเลียว มาจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการประมง โดยปี 2564 มีผลผลิตจากการประมงและเพาะเลี้ยงรวมทั้งสิ้น 206,100 ตัน การเพาะเลี้ยงกุ้งแบบเข้มข้น และการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ผสมผสานกับการปลูกข้าว ทำให้มีประสิทธิภาพในการเลี้ยงกุ้งเพิ่มขึ้น และมีผลผลิตสูงถึง 212,800 ตันในปี 2564 นอกจากนี้ บากเลียวมีโครงการสร้างตราสินค้า (Brand) “กุ้งบากเลียว” และดำเนินโครงการส่งเสริมการลงทุนในด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง โดยในโครงการลงทุนดังกล่าว มีการลงทุนจาก C.P. Group ซึ่งดำเนินธุรกิจเพาะเลี้ยงกุ้งควบคู่ไปกับศูนย์วิจัยและพัฒนาด้านสัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ด้านการปศุสัตว์ของจังหวัดบากเลียวถือว่ามีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น โดยมีการเลี้ยงโคกระบือรวม 3,800 ตัว สุกร 177,050 ตัว และสัตว์ปีก 3.1 ล้านตัว นอกจากนี้มีการเลี้ยงนกนางแอ่น ได้รังนกทั้งสิ้น 3,890 กิโลกรัม
ด้านอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง ในปี 2564 มีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.4 จากปีก่อนหน้าสินค้าสำคัญของจังหวัดบากเลียว ได้แก่ กุ้งแช่แข็ง และเกลือทะเล นอกจากนี้อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดจากพลังงานลมมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยจังหวัดบากเลียวมีโครงการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลมที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามด้วยกำลังผลิตสูงถึง 99.2 MW
ในปี 2564 จังหวัดมีโครงการพลังงานลมที่กำลังก่อสร้างเพิ่มเติมอีก 562 MW โดยทางจังหวัดยังขออนุมัติเพิ่มเติมอีก อีก 27 โครงการ โดยรวมจังหวัดจะสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมได้ถึง 5,000 MW ทั้งนี้ Super Energy Corporation ได้ร่วมลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังงานลม Dong Hai 1, Dong Hai 2 และ Hoa Binh 1 ลงทุนโดย Super Energy Corporation นอกจากนี้ จังหวัดยังมีโครงการสร้างโรงงานไฟฟ้าจากแก๊สธรรมชาติกำลังการผลิต 3,200 MW ซึ่งได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2564
ด้านบริการและการค้าเป็นส่วนที่มีมูลค่าสูงที่สุด โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 3.6 โดยมาจากการค้าปลีกเป็นหลัก เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เกือบตลอดทั้งปี 2564 ทำให้จังหวัดไม่มีนักเที่ยวตามปกติ ทั้งนี้บากเลียวเริ่มเปิดการท่องเที่ยวอีกครั้งตั้งแต่ช่วงต้นปี 2565 ที่ผ่านมา และมีจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 ทั้งสิ้น 1.95 ล้านคน มีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 1,700 พันล้านด่ง (72.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
2.2 ด้านการค้าและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ
ด้านการค้าระหว่างประเทศ ปี 2564 จังหวัดบากเลียวมีมูลค่านำเข้าสินค้า และมูลค่าส่งออกสินค้า คิดเป็น 271.5 และ 609.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ
มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสะสมจนถึงปี 2564 คิดเป็น 4,551 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อนึ่ง ในปี 2564 มีโครงการลงทุนใหม่จากต่างประเทศ 1 โครงการเป็นมูลค่า 0.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจุบัน มีโครงการลงทุนโดยตรงจากผู้ประกอบการไทย 2 โครงการ ได้แก่
1. บริษัท CP Vietnam ลงทุนสร้างฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งและศูนย์วิจัยพัฒนาพันธุ์สัตว์น้ำ
2. บริษัท Super Wind Energy ลงทุนในโครงการโรงงานไฟฟ้าพลังงานลม
2.3 อุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนด้านการลงทุน
- อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการปลูกข้าว และเลี้ยงกุ้ง
- อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดจากลม แสงอาทิตย์ และแก๊สธรรมชาติ
- อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
- อุตสาหกรรมการบริการ การศึกษา และการแพทย์คุณภาพสูง
- อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจทางทะเล
แหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่น่าสนใจ จังหวัดก่าเมา
1. เว็บไซต์ของรัฐบาลท้องถิ่นจังหวัดก่าเมา http://camau.gov.vn/
2. รายชื่อโครงการลงทุน: https://ipec.com.vn/en/camau-invest/
3. เว็บไซต์ศูนย์ส่งเสริมการลงทุน การค้าและการท่องเที่ยวจังหวัดก่าเมา: https://ipec.com.vn/en/
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
กรมส่งเสริมการลงทุน (2563), ฐานข้อมูลการลงทุนเวียดนาม (จังหวัดก่าเมา), สืบค้นจาก http://ipc.mpi.gov.vn/mien-nam/thong-tin-dia-phuong
สภาประชาชนจังหวัดก่าเมา (2565), ข้อมูลสถิติพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจังหวัดก่าเมา ประจำปี 2564
กรมศุลกากรเวียดนาม (2565), รายงานการนำเข้าส่งออกจำแนกตามจังหวัด ปี 2021
Cục sở hữu trí tuệ (2565), Danh sách các chỉ đẫn địa lý đã được bảo hộ tại Việt Nam (Cập nhật đến tháng 6 năm 2022), retrieved from https://ipvietnam.gov.vn/chi-dan-dia-ly
Chính phủ Việt Nam (2565), Nghị định 38/2022/NĐ-CP về việc Quy định mức lương tối thiểu đối với người lao động làm việc theo hợp đồng lao động.
Chương trình Hỗ trợ Năng lượng Bộ CT/GIZ (2563), Khởi công dự án Nhà máy điện gió khu du lịch Khai Long, retrieved from http://gizenergy.org.vn/vn/article/khoi-cong-du-an-nha-may-dien-gio-khu-du-lich-khai-long
Báo ảnh Dân tộc và Miền núi- TTXVN (2562), Cà Mau phát triển thương hiệu các sản phẩm chủ lực, retrieved from https://dantocmiennui.vn/ca-mau-phat-trien-thuong-hieu-cac-san-pham-chu-luc/237496.htm
Báo điện tử Chính phủ (2562), Thủ tướng tin Cảng Hòn Khoai sẽ là điểm nhấn để Cà Mau cất cánh, retrieved from http://baochinhphu.vn/Tin-noi-bat/Thu-tuong-tin-Cang-Hon-Khoai-se-la-diem-nhan-de-Ca-Mau-cat-canh/382272.vgp
Nông nghiệp Việt Nam (2565), Xuất khẩu tôm Cà Mau chiếm 30% kim ngạch cả nước, Retrievef from https://nongnghiep.vn/xuat-khau-tom-ca-mau-chiem-30-kim-ngach-ca-nuoc-d313145.html
Cà Mau Online (2564), Năm 2021: Cà Mau tăng trưởng 0,92%, Retrieved from https://www.baocamau.com.vn/chinh-tri-xa-hoi/nam-2021-ca-mau-tang-truong-0-92-71046.html
B News (2565), Cà Mau đặt mục tiêu đóng góp trên 6.500MW điện gió vào hệ thống điện quốc gia, Retrieved from https://bnews.vn/ca-mau-dat-muc-tieu-dong-gop-tren-6-500mw-dien-gio-vao-he-thong-dien-quoc-gia/244910.html
3.แหล่งข้อมูลที่น่าสนใจ จังหวัดบากเลียว
- เว็บไซต์ของรัฐบาลท้องถิ่นจังหวัดบากเลียว baclieu.gov.vn
- โครงการที่เปิดให้ลงทุน (ภาษาเวียดนาม) https://skhdt.baclieu.gov.vn/documents/58026/0/Phuc+luc+II+Danh+muc+DA+keu+goi+%C4%91au+tu+2022+-+68_QDUBND.signed+%281%29.pdf/162e9bac-d8f2-e9fb-f703-b1f8df19ebf8?t=1650857446983
ข้อมูลอ้างอิง
กรมส่งเสริมการลงทุน (2563), ฐานข้อมูลการลงทุนเวียดนาม (จังหวัดบากเลียว), สืบค้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2563 จาก http://ipc.mpi.gov.vn/mien-nam/thong-tin-dia-phuong
สภาประชาชนจังหวัดบากเลียว (2564), ข้อมูลสถิติพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจังหวัดบากเลียว ประจำปี 2564
Cục sở hữu trí tuệ (2565), Danh sách các chỉ đẫn địa lý đã được bảo hộ tại Việt Nam (Cập nhật đến tháng 6 năm 2022), retrieved from https://ipvietnam.gov.vn/chi-dan-dia-ly
Chính phủ Việt Nam (2565), Nghị định 38/2022/NĐ-CP về việc Quy định mức lương tối thiểu đối với người lao động làm việc theo hợp đồng lao động. Báo điện tử Chính phủ (2565), Bến Tre: Đề án phát triển du lịch đang được triển khai mạnh mẽ, retrived from https://baochinhphu.vn/ben-tre-de-an-phat-trien-du-lich-dang-duoc-trien-khai-manh-me-102220704135330861.htm
Tuổi Tre (2563), Giáp tết, Bạc Liêu trao chủ trương đầu tư dự án ‘khủng’ nhất miền Tây, retrived from https://tuoitre.vn/giap-tet-bac-lieu-trao-chu-truong-dau-tu-du-an-khung-nhat-mien-tay-20200121141753748.htm
Giao Thông (2565), Bất chấp Covid-19, Bạc Liêu thu hút hàng tỷ đô từ dòng vốn FDI, retrived from https://www.baogiaothong.vn/bat-chap-covid-19-bac-lieu-thu-hut-hang-ty-do-tu-dong-von-fdi-d546897.html
Bạc Liêu Online (2565), Năm 2021: Chọn năng lượng tái tạo, điện khí, công nghiệp chế biến làm khâu đột phá, retrived from https://www.baobaclieu.vn/kinh-te/nam-2021-chon-nang-luong-tai-tao-dien-khi-cong-nghiep-che-bien-lam-khau-dot-pha-68863.html
Tuấn Kiệt (2565), Bạc Liêu làm mới du lịch để thu hút du khách tham quan, Vietnam Plus, retrived from https://www.vietnamplus.vn/bac-lieu-lam-moi-du-lich-de-thu-hut-du-khach-tham-quan/805510.vnp