ข้อมูลรายจังหวัด/นคร

นครเกิ่นเทอ

can tho

นครเกิ่นเทอ

(เกิดจากการควบรวมระหว่างนครเกิ่นเทอ จังหวัดเหิ่วซาง และจังหวัดห่าซาง ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568)
*หมายเหตุ: ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในเวียดนามอยู่ระหว่างปรับปรุงข้อมูลรายจังหวัดให้เป็นปัจจุบัน

ข้อมูลนครเกิ่นเทอโดยสังเขป

  • นครเกิ่นเทอ เป็น 1 ใน 5 มหานครของเวียดนาม เป็นศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง โดยมุ่งเป้าพัฒนาด้านการศึกษา การแพทย์ และศูนย์การกลางความเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์และบริการของภูมิภาค
  • เป็นตลาดที่ประชากรกำลังเติบโตและกำลังซื้อสูงขึ้นเรื่อย ๆ เดิมทีเคยมีเที่ยวบินตรงระหว่าง กรุงเทพมหานคร - นครเกิ่นเทอ โดยสายการบินไทยแอร์เอเชีย
  • มีสถานที่ท่องเที่ยวทางน้ำที่มีชื่อเสียงคือตลาดน้ำก๊ายรัง (Cai Rang Floating Market) ซึ่งเป็นตลาดน้ำค้าส่งสินค้าเกษตรกรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
  • นครเกิ่นเทอได้สถาปนาความสัมพันธ์เมืองคู่มิตรกับจังหวัดฉะเชิงเทราของประเทศไทย มาตั้งแต่ปี 2557

ข้อมูลจังหวัดเหิ่วซางโดยสังเขป

  • จังหวัดเหิ่วซางเป็นจังหวัดขนาดเล็ก ตั้งอยู่ใจกลางที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงของเวียดนาม เป็นแหล่งเกษตรกรรมเพาะปลูกที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ โดยมีผลผลิตข้าวปีละประมาณ 1 – 1.2 ล้านตัน นอกจากนี้ ยังมีชื่อเสียงในการปลูกสัปปะรด Cau Duc
  • มีตลาดน้ำหงาไบ๋ (Nga Bay Float Market) เป็น 1 ใน 4 ตลาดน้ำที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของเวียดนาม

ข้อมูลจังหวัดซ็อกจังโดยสังเขป

  • จังหวัดซ็อกจังปลูกข้าวหอมสายพันธุ์ ST25 ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นข้าวที่อร่อยที่สุดในโลกจากการชนะเลิศการแข่งขันประกวดข้าวที่ดีที่สุดในโลก (World’s Best Rice) เมื่อปี 2562 ที่ฟิลิปปินส์
  • จังหวัดซ็อกจังมีคนเวียดนามเชื้อสายกัมพูชาอยู่อาศัยมากกว่าร้อยละ 30 ของจำนวนประชากร จึงเกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรม และมีสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากกัมพูชาเป็นจำนวนมาก
  • จังหวัดซ็อกจังมีสินค้าได้ที่รับการคุ้มครองทางด้านภูมิศาสตร์ คือ หัวหอมแดง Vinh Chau และไรน้ำเค็ม (Artemia)

ข้อมูลพื้นฐานของนครเกิ่นเทอ

1.1 ข้อมูลที่ตั้งและเขตการปกครอง

นครเกิ่นเทอเป็น 1 ใน 13 จังหวัดบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง หรือภาคตะวันตกของประเทศเวียดนาม ตั้งอยู่ห่างจากนครโฮจิมินห์ 179 กิโลเมตร นครเกิ่นเทอมีอาณาเขตทางด้านทิศเหนือ ติดกับจังหวัดอานซาง (An Giang Province) และจังหวัดด่งท้าบ (Dong Thap Province)  ทิศตะวันออก ติดจังหวัดหวิญล็อง (Vinh Long Province) ทิศใต้ ติดจังหวัดเหิ่วยาง (Hau Giang Province) และจังหวัดเกียนซาง (Kien Giang)

รูปที่ 1 แผนที่นครเกิ่นเทอ

ที่มา: http://gis.chinhphu.vn/(2563)

ภูมิประเทศนครเกิ่นเทอเป็นที่ราบลุ่มมีแม่น้ำเหิ่ว (Hau River) ที่แยกออกมาจากแม่น้ำโขงไหลผ่าน ที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์จากตะกอนที่พัดพามากับสายน้ำเหมาะแก่การเกษตรกรรม นอกจากนี้ยังตั้งอยู่ตรงกลางของภูมิภาคและมีประวัติศาสตร์การพัฒนามายาวนาน นครเกิ่นเทอจึงกลายเป็นนครที่ขึ้นตรงกับรัฐบาลกลางมาตั้งแต่ปี 2552 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาภูมิภาคที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงของเวียดนาม (Decision No. 889/QĐ-TTg)

เกิ่นเทอมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ย 25 – 29 องศา ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนพฤศจิกายน มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยประมาณ 1,500 – 1,800 มิลลิเมตรต่อปี

นครเกิ่นเทอมีพื้นที่ทั้งหมด 2,510.5 ตารางกิโลเมตร แบ่งพื้นที่การปกครองส่วนท้องถิ่นออกเป็น 9 พื้นที่ ประกอบไปด้วยเขตนินห์กิ่ว (Ninh Kieu District) เป็นศูนย์กลางราชการส่วนท้องถิ่น และอีก 8 เขต (อำเภอ)

ปี 2564 นครเกิ่นเทอได้รับการจัดอันดับที่ 12 จาก 63 จังหวัดในด้านความสามารถในแข่งขันระดับประเทศ (PCI) ขณะที่การจัดอันดับเกี่ยวกับความสามารถในการบริหารจัดการภาครัฐ (PAPI) ถือว่า มีคุณภาพปานกลางเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นของเวียดนาม

 

1.2 ทรัพยากร

1.2.1 ทรัพยากรธรรมชาติ

นครเกิ่นเทอเป็นที่ราบลุ่ม มีทรัพยากรดินและน้ำที่อุดมสมบูรณ์ มีที่ดินทั้งหมด 143,896 เฮกตาร์ ไม่มีพื้นที่ป่าไม้ โดยพื้นที่เกษตรกรรมร้อยละ 78 พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำร้อยละ 2 ส่วนพื้นที่เพื่ออยู่อาศัยและเพื่อประกอบธุรกิจอื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 20

1.2.2 ทรัพยากรมนุษย์

ปี 2564 นครเกิ่นเทอมีประชากรทั้งหมด 1.25 ล้านคน โดยแรงงานที่มีอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไป 0.58 ล้านคน มีมหาวิทยาลัย 7 แห่ง โดยมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ มหาวิทยาลัยนครเกิ่นเทอ (Can Tho University) และยังมีวิทยาลัยอาชีวะอีก 10 แห่งฝึกอบรมแรงงานในเกิ่นเทอและจังหวัดใกล้เคียง ทำให้เกิ่นเทอมีแรงงานทักษะมากที่สุดในภูมิภาค ค่าแรงพื้นฐานอยู่ที่ 3.64 – 4.16 ล้านด่งต่อเดือน (156 – 178 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อเดือน) ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่จ้างงาน (Decree No.38/2022/NĐ-CP)

 

1.3 โครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่ง

ด้านการคมนาคมทางอากาศ นครเกิ่นเทอมีสนามบินนานาชาติ 1 แห่ง (Can Tho International Airport:VCA) สามารถรองรับการขนส่งผู้โดยสารได้ปีละ 3 ล้านคน มีเที่ยวบินตรงจากนครโฮจิมินท์และจังหวัดต่าง ๆ ในเวียดนาม เช่น นครฮานอย นครไฮฟอง นครดานัง นครโฮจิมินห์ จังหวัดเหงะอาน จังหวัดเลิมด่ง จังหวัดทันฮว้า จังหวัดคั้ญฮว่า  ก่อนที่จะมีแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศ ได้แก่ เที่ยวบินจากประเทศไทย ไต้หวัน และเกาหลี

ด้านการคมนาคมทางน้ำ นครเกิ่นเทอมีท่าเรือ 3 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือก๊ายกุ๋ย (Cai Cui Port) รองรับการขนส่งเรือบรรทุก 10,000 – 20,000 ตัน เป็นท่าเรือที่สำคัญที่สุดของนครเกิ่นเทอ, ท่าเรือฮว่างหยิ่ว (Hoang Dieu Port) รองรับเรือ 10,000 ตัน และท่าเรือจ่าน้อก (Tra Noc Port) รองรับเรือขนาด 10,000 ตัน

รูปที่ 2 ถนนหลวงในนครเกิ่นเทอ

 

 

ที่มา: Google Map (2563)

  1. ด้านการคมนาคมทางบกและการเชื่อมโยงระดับภูมิภาค มีถนนทางหลวง ได้แก่ QL1, QL61C, QL80 และ QL91 ระยะเวลาเดินทางไปถึงนครโฮจิมินห์ประมาณ 4 ชั่วโมง นอกจากนี้การขนส่งสินค้าข้ามไปประเทศกัมพูชา สามารถทำได้ 2 เส้นทาง คือ ผ่านด่านชายแดนนานาชาติห่าเตียน จังหวัดเกียนซาง (Ha Tien International Border gate, Kien Giang Province) ระยะทาง 180 กิโลเมตร ซึ่งเชื่อมกับเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสายใต้เรียบชายทะเล (R10) หรือผ่านทางชายแดนนานาชาติติ่ญเบียน หรือหวิญเซือง ของจังหวัดอานซาง (Tinh Bien/Vinh Xuong International Border gate, An Giang Province) ระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตรด้านนิคมอุตสาหกรรม นครเกิ่นเทอมีนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมด 8 แห่ง ได้แก่
    1. นิคมอุตสาหกรรม Tra Noc 1 พื้นที่ 135 เฮกตาร์
    2. นิคมอุตสาหกรรม Tra Noc 2 พื้นที่ 155 เฮกตาร์
    3. นิคมอุตสาหกรรม Hung Phu 1 พื้นที่ 270 เฮกตาร์
    4. นิคมอุตสาหกรรม Hung Phu 2A พื้นที่ 134 เฮกตาร์
    5. นิคมอุตสาหกรรม Hung Phu 2B พื้นที่ 62.63 เฮกตาร์
    6. นิคมอุตสาหกรรม Thot Not พื้นที่ 600 เฮกตาร์
    7. นิคมอุตสาหกรรม O Mon พื้นที่ 317 เฮกตาร์
    8. นิคมอุตสาหกรรม Bac O Mon พื้นที่ 317 เฮกตาร์

 


 

ข้อมูลพื้นฐานของจังหวัดเหิ่วซาง

1.1 ข้อมูลที่ตั้ง การปกครอง

จังหวัดเหิ่วซางเป็น 1 ใน 13 จังหวัดบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง หรือภาคตะวันตกของประเทศเวียดนาม ตั้งอยู่ห่างจากนครโฮจิมินห์ 240 กิโลเมตร และห่างจากนครเกิ่นเทอ 41 กิโลเมตร อาณาเขตด้านทิศเหนือของจังหวัดมีอาณาเขตติดกับนครเกิ่นเทอ และจังหวัดหวิญล็อง (Vinh Long Province) ทิศตะวันตกติดจังหวัดซ็อกจัง (Soc Trang Province) ทิศใต้ติดจังหวัดบากเลียว (Bac Lieu Province) และทิศตะวันตกติดจังหวัดเกียนซาง (Kien Giang Province)

รูปที่ 1 แผนที่จังหวัดเหิ่วซาง

ที่มา: Google Map (2565)

จังหวัดเหิ่วซางเป็นจังหวัดที่ไม่มีพื้นที่ติดทะเล มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีแม่น้ำเหิ่ว (Hau River) ที่แยกมาจากแม่น้ำโขงพาดผ่านเป็นแหล่งน้ำจืด อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของจังหวัดอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส โดยฤดูฝนจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายนของทุกปี ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ย 1,600 มิลลิเมตร

จังหวัดเหิ่วซางมีพื้นที่ทั้งหมด 1,680 ตารางกิโลเมตร แบ่งพื้นที่การปกครองส่วนท้องถิ่นออกเป็น 8 พื้นที่ ประกอบด้วยเมืองหวิทัน (Vi Thanh City) ซึ่งเป็นศูนย์กลางราชการส่วนท้องถิ่น  เมืองหงาไบ๋ (Nga Bay City) และอีก 6 อำเภอ

ปี 2564 เหิ่วซางได้รับการจัดอันดับเป็นลำดับที่ 38 จาก 63 จังหวัดในด้านความสามารถในการแข่งขันระดับประเทศ (PCI) ขณะที่การจัดอันดับเกี่ยวกับความสามารถในการบริหารจัดการภาครัฐ (PAPI) ถือว่ามีคุณภาพปานกลางเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นของเวียดนาม

 

1.2 ทรัพยากร

1.2.1 ทรัพยากรธรรมชาติ

จังหวัดเหิ่วซางมีทรัพยากรดินและน้ำที่อุดมสมบูรณ์ มีที่ดินทั้งหมด 162,170 เฮกตาร์ แบ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมร้อยละ 84 พื้นที่ป่าร้อยละ 26 พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำร้อยละ 1 และพื้นที่เพื่ออยู่อาศัยและเพื่อประกอบธุรกิจอื่น ๆ ร้อยละ 13

1.2.2 ทรัพยากรมนุษย์

ปี 2564 จังหวัดเหิ่วซางมีประชากรทั้งหมด 0.72 ล้านคน คิดเป็นแรงงานที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป 0.4 ล้านคน มีมหาวิทยาลัย Vo Truong Toan และวิทยาลัยอาชีวะอีก 2 แห่งฝึกอบรมแรงงานในจังหวัด และมีค่าแรงพื้นฐานอยู่ที่ 3.25 – 3.64 ล้านด่งต่อเดือน (139 – 156 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน) ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่จ้างงาน (Decree No.38/2022/ND-CP)

 

1.3 โครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่ง

ด้านการคมนาคมทางอากาศ จังหวัดเหิ่วซางไม่มีสนามบินประจำจังหวัด แต่ตั้งอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติเกิ่นเทอ (Can Tho International Airport:VCA) เพียง 50 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งสนามบินเกิ่นเทอมีเที่ยวบินจากนครและจังหวัดต่าง ๆ ของเวียดนาม รวมถึงมีเที่ยวบินนานาชาติจากไทย กัมพูชา ไต้หวัน และเกาหลีใต้ จึงทำให้การเดินทางค่อนข้างสะดวก

ด้านการคมนาคมทางน้ำ จังหวัดเหิ่วซางมีตลาดน้ำหงาไบ๋ที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านการค้าผลผลิตทางการเกษตร ทั้งนี้ มีท่าเรือแม่น้ำที่สำคัญ ได้แก่ ท่าเรือ Vinaline Hau Giang สามารถรองรับเรือขนาดบรรทุก 20,000 ตัน เพื่อขนส่งวัตถุดิบเข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมซองเหิ่ว (Song Hau Industrial Zone) นอกจากนี้ ยังสามารถขนส่งสินค้าผ่านแม่น้ำเหิ่วและคลองขุด Xang Xa No ไปสู่ท่าเรือนานาชาติก๊ายกุ๋ย (Cai Cui Internation Port) ที่นครเกิ่นเทอได้อีกด้วย

ด้านการคมนาคมทางบก สามารถเดินทางไปยังกัมพูชาผ่านด่านชายแดนนานาชาติที่ใกล้ที่สุด ได้แก่ ด่าน Tinh Bien จังหวัดอานซาง (An Giang Province) ซึ่งอยู่ห่างออกไป 150 กิโลเมตร  มีถนนทางหลวง ได้แก่ QL1A, QL61, QL61B และ QL61C ตัดผ่านภายในและระหว่างจังหวัด อย่างไรก็ดี จังหวัดเหิ่วซางไม่ได้ตั้งอยู่บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ แต่สามารถเดินทางผ่านจังหวัดอานซาง หรือจังหวัดเกียนซางเพื่อไปประเทศกัมพูชาได้

รูปที่ 2 ถนนหลวงในจังหวัดเหิ่วซาง

 

ที่มา: Google Map (2565)

ด้านนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดเหิ่วซางมีนิคมอุตสาหกรรม 2 แห่ง และเขตอุตสาหกรรมย่อย 5 แห่ง โดยนิคมอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่

  1. นิคมอุตสาหกรรม Song Hau 1 พื้นที่ 290.79 เฮกตาร์ (อัตราการเช่าเต็มพื้นที่)
  2. นิคมอุตสาหกรรม Tan Phu Thanh 1 พื้นที่ 201 เฮกตาร์

 


 

1.ข้อมูลพื้นฐานของจังหวัดซ็อกจัง

ข้อมูลพื้นฐานของจังหวัดซ็อกจัง

1.1 ข้อมูลที่ตั้ง การปกครอง

จังหวัดซ็อกจังเป็น 1 ใน 13 จังหวัดบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง หรือภาคตะวันตกของประเทศเวียดนามอยู่ห่างจากนครโฮจิมินห์ 231 กิโลเมตร และนครเกิ่นเทอ 69 กิโลเมตร ทางด้านทิศเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือติดกับจังหวัดหวิญล็อง (Vinh Long Province) และจ่าวิญ (Tra Vinh Province)  ด้านตะวันตกติดกับจังหวัดเหิ่วซาง (Hau Giang Province) และทิศใต้ติดกับจังหวัดบากเลียว (Bac Lieu Province) ส่วนทางด้านตะวันออกของจังหวัดติดทะเลจีนใต้

รูปที่ 1 แผนที่จังหวัดซ็อกจัง

ที่มา: http://gis.chinhphu.vn/(2563)

ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ ไม่มีภูเขาสูง ขณะที่ในพื้นที่จังหวัดเป็นดินผสมทราย อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของจังหวัดอยู่ที่ 26 – 28 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ย 1,840 มิลลิเมตร ฝนตกตามช่วงเวลา และจะตกมากในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมของทุกปี

จังหวัดซ็อกจัง มีพื้นที่ทั้งหมด 3,311 ตารางกิโลเมตร แบ่งพื้นที่การปกครองส่วนท้องถิ่นออกเป็น 11 พื้นที่ ประกอบด้วยเมืองซ็อกจัง (Soc Trang City) และอีก 10 อำเภอ

ปี 2564 จังหวัดซ็อกจังได้รับการจัดอันดับเป็นลำดับที่ 54 จาก 63 จังหวัด ในด้านความสามารถในการแข่งขันระดับประเทศ (PCI) ขณะที่การจัดอันดับด้านความสามารถในการบริหารจัดการภาครัฐ (PAPI) ถือว่ามีคุณภาพระดับกลางของเวียดนาม

1.2 ทรัพยากร

1.2.1 ทรัพยากรธรรมชาติ

จังหวัดซ็อกจังมีที่ดินทั้งหมด 331,187 เฮกตาร์ แบ่งเป็นพื้นที่เพื่อการเกษตรร้อยละ 64 พื้นที่ป่าไม้ร้อยละ 3 และพื้นที่อยู่อาศัย ประกอบธุรกิจและวัตถุประสงค์อื่นอีกร้อยละ 8 พื้นที่ส่วนที่เหลือเป็นพื้นน้ำและพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการจัดสรร

1.2.2 ทรัพยากรมนุษย์และวัฒนธรรม

ปี 2564 จังหวัดซ็อกจังมีประชากรทั้งหมด 1.2 ล้านคน คิดเป็นแรงงานที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป 0.61 ล้านคน จังหวัดไม่มีมหาวิทยาลัย แต่มีวิทยาลัยอาชีวะ 2 แห่ง โดยค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำในพื้นที่ 3.25 – 3.64 ล้านด่งต่อเดือน (139 – 156 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน)

ซ็อกจังเป็นจังหวัดที่มีคนเวียดนามเชื้อสายกัมพูชาอยู่อาศัยมากกว่าร้อยละ 30 จึงได้รับการผสมผสานวัฒนธรรมทั้งจากเวียดนามและกัมพูชา มีวัดวาอารามที่ได้รับอิทธิพลจากกัมพูชาเป็นจำนวนมาก

1.3 โครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่ง

ด้านการคมนาคมทางอากาศ จังหวัดซ็อกจังไม่มีสนามบิน

ด้านการคมนาคมทางน้ำ จังหวัดซ็อกจังมีท่าเรือท้องถิ่น Dai Ngai ที่ใช้ขนส่งสินค้า และใช้ขนถ่านหินให้กับอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าถ่านหิน Long Phu ต่อมาได้เพิ่มแผนพัฒนาท่าเรือน้ำลึก Tran De ซึ่งจะมีกำลังการขนส่ง 4 – 5 ล้านตันต่อปี และสามารถรองรับเรือบรรทุกสินค้าขนาด 20,000 – 50,000 ตัน

ด้านการคมนาคมทางบก จังหวัดมีถนนหลวงสาย QL1,  QL60 , QL61B และ QL91C ตัดผ่านจังหวัดซ็อกจัง

รูปที่ 2 ถนนหลวงในจังหวัดซ็อกจัง

ที่มา: Google Map (2565)

ด้านนิคมอุตสาหกรรม ตามข้อมูลจากแผนพัฒนานิคมอุตสาหกรรมของจังหวัดซ็อกจังถึงปี 2573 โดยจังหวัดจะนิคมอุตสาหกรรมรวมทั้งหมด 8 แห่ง รวมพื้นที่ 2,806 เฮกตาร์ ได้แก่

  1. นิคมอุตสาหกรรม Song Hau พื้นที่ 286 เฮกตาร์ สนับสนุนการลงทุนในหลายอุตสาหกรรม ได้แก่ แปรรูปสินค้าทางการเกษตรและอาหาร ผลิตชิ้นส่วนและประกอบอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น
  2. นิคมอุตสาหกรรม My Thanh พื้นที่ 217 เฮกตาร์ สนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมการเกษตร
  3. นิคมอุตสาหกรรม Dai Ngai พื้นที่ 200 เฮกตาร์ เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมการผลิตอื่น ๆ
  4. นิคมอุตสาหกรรม Tran De พื้นที่ 160 เฮกตาร์ (อยู่ระหว่างเวนคืนพื้นที่)
  5. นิคมอุตสาหกรรม An Nghiep พื้นที่ 162.99 เฮกตาร์ เป็นนิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลท้องถิ่นเป็นพิเศษ

ปัจจุบันจังหวัดกำลังร่างข้อเสนอเพื่อขออนุมัติการลงทุนนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มเติมอีก 3 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรม Tran De 2 (400 เฮกตาร์), Nga Nam (300 เฮกตาร์) และ Khanh Hoa (350 เฮกตาร์) ทั้งนี้จังหวัดยังมีแผนจะขยายนิคมอุตสาหกรรม Tran De ให้เป็นเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มีท่าเรือน้ำลึก และพื้นที่สำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรม พัฒนาเมือง การค้า และการท่องเที่ยว

การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และโอกาสในการลงทุนทำธุรกิจ  นครเกิ่นเทอ

2.1 สถานการณ์เศรษฐกิจ

ปี 2564 ผลิตภัณฑ์มวลรวมของนครเกิ่นเทอ (GDP) คิดเป็นมูลค่า 110,977 พันล้านด่ง(4.82 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ลดลงจากปี 2563 ร้อยละ 2.79 แบ่งออกเป็นภาคการเกษตรร้อยละ 11 อุตสาหกรรมและก่อสร้างร้อยละ 29 และภาคบริการร้อยละ 52 (ภาษีร้อยละ 8)

ด้านการเกษตร ประมงและป่าไม้ ปี 2564 มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 0.13  โดยมีการปลูกข้าวคิดเป็นพื้นที่ 222,376 เฮกตาร์ ได้ผลผลิตข้าว 1.41 ล้านตัน การปลูกข้าวของนครเกิ่นเทอมีผลิตภาพเพิ่มขึ้นหลังจากมีการพัฒนาระบบชลประทาน ขยายแปลงเพาะปลูก และนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการเพาะปลูก ทั้งนี้นครเกิ่นเทอมุ่งเน้นการปลูกผักและไม้ประดับซึ่งมีมูลค่าเพิ่มสูงกว่าการปลูกข้าว

ด้านการปลูกไม้ยืนต้น มีพื้นที่ทั้งหมด 23,416 เฮกตาร์ ส่วนใหญ่เป็นผลไม้ เช่น ทุเรียน น้อยหน่า ขนุน  ลำไย และชมพู่ ได้ผลผลิต 167,776 ตัน นอกจากนี้ยังมีสถานประกอบการพัฒนาต้นกล้าผลไม้อีก 71 แห่ง สามารถเพาะกล้าได้ถึง 650,000 ต้นต่อปี

การปศุสัตว์ของนครเกิ่นเทอมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น โดยส่วนใหญ่เป็นฟาร์มสัตว์ปีกจำนวน 2.17 ล้านตัว ส่วนสุกรและโค คิดเป็น 128,726 และ 4,556 ตัวตามลำดับ

ด้านการประมงเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มีพื้นที่เพาะเลี้ยงทั้งหมด 8,253 เฮกตาร์ มีผลผลิตประมาณ 210,718 ตัน สินค้าที่สำคัญ คือ ปลาวงศ์ปลาสวาย ปลานิลแดง ปลาจะละเม็ดขาว ปลาไหล ปลาดุก และกบ ทั้งนี้ นครเกิ่นเทอยังเป็นศูนย์เพาะเลี้ยงลูกปลาและกุ้ง โดยมีสถานประกอบการทั้งสิ้น 121 แห่ง ส่วนการประมงได้ผลผลิตจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นๆ ในปี 2564 จับสัตว์น้ำได้ 6,627 ตัน

ด้านอุตสาหกรรมและก่อสร้าง ในปี 2564 ลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ 10.3 โดยสินค้าอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวสาร เนื้อปลาแช่แข็ง กุ้งแช่แข็ง อาหารสัตว์ เครื่องดื่ม ซีเมนต์ สารเคมี ยา และพลาสติก เป็นต้น

ด้านบริการและการค้า ในปี 2564 ลดลงร้อยละ 0.79 โดยมาจากการค้าปลีกเป็นหลัก โดยนครเกิ่นเทอมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่หลายแห่งและมีสินค้าหลากหลาย

ในด้านการท่องเที่ยวปี 2564 มีผู้เดินทางมาเที่ยวที่นครเกิ่นเทอเพียง 2.1 ล้านคนเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 คาดการณ์ว่ามีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 1,375 พันล้านด่ง (58.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ทั้งนี้หลังจากที่เปิดให้มีการเดินทางโดยปกติ นครเกิ่นเทอมีจำนวนผู้เดินทางกว่า 3 ล้านคน ก่อให้เกิดรายได้กว่า 2000 พันล้านด่ง ตามข้อมูลถึงเดือนมิถุนายนปี 2565 โดยคาดการณ์ว่าตลอดปี 2565 นครเกิ่นเทอจะต้อนรับผู้เดินทางประมาณ 5 ล้านคน และจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 3,300 พันล้านด่ง (141 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

นครเกิ่นเทอมีการพัฒนาการท่องเที่ยวมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่น เห็นได้จากเป็นที่ตั้งของโรงแรม 4 – 5 ดาว จำนวนมาก เช่น Vinpearl, Muong Thanh, TTC, Victoria               เป็นต้น และเป็นสถานที่จัดงานมหกรรมแสดงสินค้าใหญ่หลายรายการของภูมิภาค เช่น งานแสดงวัสดุก่อสร้าง (Vietbuild Can Tho), งานแสดงสินค้าไทย Mini Thailand Week 2020 – 2021, งานแสดงสินค้าเกษตรนานาชาติ, งานแสดงสินค้าประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ, งานท่องเที่ยวนานาชาติเวียดนาม เป็นต้น แหล่งท่องเที่ยวที่นิยม ได้แก่ ตลาดน้ำก๊ายรัง (Cai Rang Floating Market), บ้านโบราณบิ่นห์ถุย (Binh Thuy Ancient House), ท่าเรือนินห์กิ่ว (Ninh Kieu Pier), สวนผลไม้ เป็นต้น

 

2.2 การค้าและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ

ด้านการค้าระหว่างประเทศ ปี 2564 นครเกิ่นเทอมีมูลค่านำเข้าสินค้าและมูลค่าส่งออกสินค้าคิดเป็น 502 และ 1,462 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ

มูลค่าลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสะสมจนถึงปี 2564 ทั้งหมด 85 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 2,051.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2564 มีโครงการลงทุนใหม่จากต่างประเทศ 5 โครงการเป็นมูลค่า 1,316.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โครงการลงทุนของธุรกิจไทยในนครเกิ่นเทอ ได้แก่

 

 

ที่ ชื่อบริษัท ประเภทกิจการ
1 VTN-P Petrochemical Company ผลิตและแปรรูปสินค้าจากน้ำมัน น้ำมันหล่อลื่น จารบี ล บริการให้เช่าถังบรรจุน้ำมัน
2 Phuong Vinh and SOECON โรงงานผลิตและผสมปูนซี่เมนต์
3 CP Vietnam โรงงานอาหารสัตว์
4 PATAYA FOODS (VIET NAM) ผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตรและอาหารทะเลประเภทบรรจุกระป๋องและแช่แข็ง
5 Viet-Nhat Real Estate JSC – Can Tho ลงทุนในการซื้อขายและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และศูนย์การค้าในเขต Cai Rang
6 KFC Vietnam – Can Tho ร้านอาหาร
7 Tan A co ltd – Can Tho ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์จากกระดาษลัง
8 Siam City Cement (Viet Nam) รวบรวมและจัดการขยะมูลฝอย
9 MM Mega Market ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง
10 ซุปเปอร์มาร์เก็ต Go! Can Tho ธุรกิจค้าปลีก

 

2.3 อุตสาหกรรมที่ให้การส่งเสริมและสนับสนุนด้านการลงทุน

  • อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
  • โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและอสังริมทรัพย์ เช่น ที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ นิคมอุตสาหกรรมการเกษตร เทคโนโลยีสารสนเทศ ศูนย์โลจิสติกส์ โรงงานไฟฟ้า

 


 

การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และโอกาสในการลงทุน จังหวัดเหิ่วซาง

2.1 สถานการณ์เศรษฐกิจ

ปี 2564 จังหวัดเหิ่วซางมีผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) มูลค่า 39,726 พันล้านด่ง (1.69 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 3 แบ่งออกเป็นภาคการเกษตรร้อยละ 27 ภาคอุตสาหกรรมและก่อสร้างร้อยละ 24 และภาคบริการร้อยละ 39

ด้านการเกษตร ป่าไม้ และการประมง มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 0.14 จังหวัดเหิ่วซางมีข้าวเป็นสินค้าที่สำคัญที่สุด ซึ่งสามารถปลูกข้าวได้ตลอดปี โดยมีการปลูก 2 – 3 ฤดูกาล ในปี 2564 มีพื้นที่ปลูก 189,001 เฮกตาร์ ได้ผลผลิต 1.27 ล้านตัน นอกจากนี้ ยังมีการปลูกพืชผักบนพื้นที่ 25,159 เฮกตาร์ ได้ผลผลิต 272,693 ตัน และปลูกอ้อย 5,041 เฮกตาร์ ได้ผลผลิต 0.5 ล้านตัน

จังหวัดเหิ่วซางมีการปลูกผลไม้หลากหลายชนิด ได้แก่ ส้ม มะม่วง กล้วย สัปปะรด ขนุน มะนาว ส้มโอ มะพร้าว และลำไย โดยผลไม้ที่มีชื่อเสียงมากได้แก่ สัปปะรด ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าที่รับการคุ้มครองทางด้านภูมิศาสตร์ของจังหวัด ในปี 2564 จังหวัดปลูกสับปะรด 2,908 เฮกตาร์ มีผลผลิต 38,374 ตัน

ด้านการปศุสัตว์เมื่อปี 2564 ถือว่าไม่โดดเด่นมากนักเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น มีโคกระบือ รวมกัน 4,900 ตัว หมู  0.14 ล้านตัว และสัตว์ปีก 4.18 ล้านตัว

ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ จังหวัดเหิ่วซางไม่มีพื้นที่ติดชายทะเลจึงมีผลผลิตจากการเลี้ยงปลาน้ำจืดชนิดต่าง ๆ โดยมีปลาสวาย (Pangasius hypophthalmus) ปลากราย ปลาหมอ และปลาไหล เป็นสินค้าสำคัญ มีผลผลิตจากการเพาะเลี้ยง 74,880 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ด้านอุตสาหกรรมและก่อสร้าง ในปี 2564 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 0.68 โดยสินค้าอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม (ร้อยละ 52) สินค้าเกษตรแปรรูปและแช่แข็ง น้ำตาล อาหารสัตว์ ตัดเย็บและสิ่งทอ ไม้แปรรูป สารเคมี พลาสติก และการแปรรูปยางพารา เป็นต้น

ด้านการบริการและการค้าเป็นภาคที่มีมูลค่ามากที่สุดมาจากการค้าปลีกเป็นหลัก โดยปี 2564 มีมูลค่าลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ 0.84 จากปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ในปี 2564 จังหวัดเหิ่วซางมีนักท่องเที่ยว 0.14 ล้านคิดเป็นมูลค่า 62 พันล้านด่ง (2.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่ สวนผลไม้ และตลาดน้ำหงาไบ๋ เป็นต้น

2.2 การค้าและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ

ด้านการค้าระหว่างประเทศในปี 2564 ของจังหวัดเหิ่วซาง มีมูลค่านำเข้าสินค้า และมูลค่าส่งออกสินค้า คิดเป็น 415 และ 567 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ

มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสะสมจนถึงปี 2564 มีทั้งหมด 29 โครงการ จำนวน 676.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ธุรกิจไทยลงทุนในพื้นที่จังหวัด 3 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

2.3 อุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนด้านการลงทุน

    • อุตสาหกรรมการเกษตรและแปรรูปสินค้าเกษตร ได้แก่ สัปปะรดแปรรูป ข้าว อ้อย ผักและผลไม้
    • อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
    • โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

 


 

2.การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และโอกาสในการลงทุนทำธุรกิจ จังหวัดซ็อกจัง

2.1 สถานการณ์เศรษฐกิจ

ปี 2564 ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดซ็อกจัง (GDP) คิดเป็นมูลค่าประมาณ 57,119 พันล้านด่ง (2.44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 3.9 แบ่งออกเป็นภาคการเกษตรร้อยละ 45 อุตสาหกรรมและก่อสร้างร้อยละ 15 และภาคบริการร้อยละ 37

ด้านการเกษตร ป่าไม้ และการประมงของจังหวัดซ็อกจัง มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 3.3 โดยสินค้าที่มีชื่อเสียง คือ ข้าวหอมพันธุ์ ST25 ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นข้าวที่อร่อยที่สุดในโลกโดยชนะเลิศการแข่งขันประกวดข้าวที่ดีที่สุดในโลก (World’s Best Rice) เมื่อปี 2562 ที่ฟิลิปปินส์ ปี 2564 ซ็อกจังได้ผลผลิตข้าว 2.05 ล้านตัน ซ็อกจังยังเป็นแหล่งเพาะปลูกผลไม้ ได้แก่ มะม่วง ลูกน้ำนม ขนุน ลำไย ส้ม ส้มโอ กล้วย และมะพร้าว นอกจากนี้ จังหวัดมีชื่อเสียงด้านการเลี้ยงกุ้งน้ำกร่อยและการประมง โดยปี 2564 มีปริมาณผลผลิตจากสัตว์น้ำและการประมงรวมกัน 330,082 ตัน

ด้านการปศุสัตว์ของจังหวัดซ็อกจังถือว่ามีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น โดยมีการเลี้ยงโคกระบือรวมกัน 47,340 ตัว สุกร 141,110 ตัว และสัตว์ปีก 6.9 ล้านตัว นอกจากนี้ มีการเลี้ยงนกนางแอ่น ได้รังนกทั้งสิ้น 1,725 กิโลกรัม

ด้านอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง ปี 2564 มีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.1 จากปีก่อนหน้า โดยสินค้าอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว กุ้งแช่แข็ง เสื้อผ้า และเครื่องดื่ม เป็นต้น

ด้านบริการและการค้า ปี 2564 มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 2.9 มาจากการค้าปลีกเป็นหลัก ในส่วนของการท่องเที่ยวและการบริการที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่จะเป็นการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์และฟาร์มสเตย์ นอกจากนี้ยังเป็นจังหวัดที่สามารถขึ้นเรือด่วนไปเที่ยวเกาะ Con Dao อย่างไรก็ตาม ในปี 2564 จังหวัดมีนักท่องเที่ยวทั้งหมด 0.97 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ 424 พันล้านด่ง (18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) อย่างไรก็ตามจังหวัดให้ความสำคัญกับการพัฒนาการท่องเที่ยว โดยได้ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสถานที่ท่องเที่ยวชุมชนต่าง ๆ และมีแผนจะพัฒนาต่อเนื่องอีกกว่า 10 โครงการ

2.2 การค้าและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ

ด้านการค้าระหว่างประเทศ ปี 2564 จังหวัดซ็อกจังมีมูลค่านำเข้าสินค้าและมูลค่าส่งออกสินค้าคิดเป็น 295 และ 1,289 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ

มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสะสมจนถึงปี 2564 คิดเป็น 229 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2564  มีโครงการลงทุนใหม่จากต่างประเทศ 1 โครงการเป็นมูลค่า 0.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ธุรกิจไทยมีการลงทุนในโครงการไฟฟ้าจากพลังงานลม 2 โครงการ ได้แก่

  1. โครงการพลังงานไฟฟ้าพลังงานลมโดยบริษัท Super Wind Energy Cong Ly Soc Trang เครือบริษัท Super Energy มีกำลังการผลิตทั้งหมด 98 เมกะวัตต์ (MW) แบ่งออกเป็น
    3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 และ 2 มีกำลังการผลิตเท่ากัน คือ 30 MW และระยะสุดท้าย 38 MW มูลค่าการลงทุนรวม 73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,684 พันล้านด่ง)
  2. โครงการพลังงานไฟฟ้าพลังงานลม Vinh Chau ของเครือบริษัท Banpu Power กำลังการผลิตทั้งหมด 65 MW โดยเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการระยะที่ 1 มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 29.4 MW มูลค่าการลงทุน 59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,360 พันล้านด่ง)

2.3 อุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนด้านการลงทุน

  • อุตสาหกรรมการเกษตรและแปรรูปสินค้าเกษตร
  • อุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูป
  • อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด
  • ศูนย์การค้า ตลาดและที่อยู่อาศัย
  • การท่องเที่ยว
  • โครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ ท่าเรือ Tran De, นิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น

แหล่งข้อมูลอื่นที่น่าสนใจ นครเกิ่นเทอ

1. เว็บไซต์ของรัฐบาลนครเกิ่นเทอ https://www.tiengiang.gov.vn/

2. รายชื่อโครงการรอการลงทุน https://canthopromotion.vn/danh-muc-du-an/

3. เว็บไซต์สำนักงานส่งเสริมการลงทุนนครเกิ่นเทอ: https://canthopromotion.vn

4. เว็บไซต์การท่องเที่ยวเกิ่นเทอ: https://canthotourism.vn/en

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

กรมส่งเสริมการลงทุน (2563), ฐานข้อมูลการลงทุนเวียดนาม (นครเกิ่นเทอ), สืบค้นจาก http://ipc.mpi.gov.vn/mien-nam/thong-tin-dia-phuong

สภาประชาชนนครเกิ่นเทอ (2565), ข้อมูลสถิติพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมนครเกิ่นเทอ ประจำปี 2564

กรมศุลกากรเวียดนาม (2565), รายงานการนำเข้าส่งออกจำแนกตามเกิ่นเทอ ปี 2021

Báo Đầu tư (2565), Cần Thơ chú trọng phát triển các khu công nghiệp, Retrieved from https://baodautu.vn/can-tho-chu-trong-phat-trien-cac-khu-cong-nghiep-d160151.html

Cần Thơ Online (2565), Du lịch Cần Thơ nỗ lực vượt qua ảnh hưởng dịch COVID-19, Retrieved from https://baocantho.com.vn/du-lich-can-tho-no-luc-vuot-qua-anh-huong-dich-covid-19-a143254.html

Công Lý (2565), Lượt khách du lịch ở Cần Thơ trong 6 tháng đầu năm tăng 55% so cùng kỳ, Retrieved from https://congly.vn/luot-khach-du-lich-o-can-tho-trong-6-thang-dau-nam-tang-55-so-cung-ky-210414.html

 


 

แหล่งข้อมูลอื่น ๆ ที่น่าสนใจ จังหวัดเหิ่วซาง

1. เว็บไซต์ของรัฐบาลท้องถิ่นจังหวัดเหิ่วซาง http://haugiang.gov.vn/

2. รายชื่อโครงการลงทุน (ภาษาเวียดนาม) https://ipcs.mpi.gov.vn/wp-content/uploads/2021/04/12.-DM-KEU-GOI-DAU-TU-Hau-Giang.pdf

3. เว็บไซต์สินค้าเกษตรของจังหวัดเหิ่วซาง: https://nongsanhaugiang.com.vn/

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

กรมส่งเสริมการลงทุน (2563), ฐานข้อมูลการลงทุนเวียดนาม (จังหวัดเหิ่วซาง), สืบค้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2563 จาก http://ipc.mpi.gov.vn/mien-nam/thong-tin-dia-phuong

สภาประชาชนจังหวัดเหิ่วซาง (2565), ข้อมูลสถิติพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจังหวัดเหิ่วซาง ประจำปี 2564

กรมศุลกากรเวียดนาม (2565), รายงานการนำเข้าส่งออกจำแนกตามจังหวัด ปี 2021

Cục sở hữu trí tuệ (2565), Danh sách các chỉ đẫn địa lý đã được bảo hộ tại Việt Nam (Cập nhật đến tháng 6 năm 2022), retrieved from https://ipvietnam.gov.vn/chi-dan-dia-ly

Chính phủ Việt Nam (2565), Nghị định 38/2022/NĐ-CP về việc Quy định mức lương tối thiểu đối với người lao động làm việc theo hợp đồng lao động.

Báo Hậu Giang (2563), Phát triển nông sản chủ lực, retrieved from http://www.baohaugiang.com.vn/nong-nghiep-nong-thon/phat-trien-nong-san-chu-luc-89335.html

Báo điện tử Đảng Cộng sản Việt Nam (2563), Hậu Giang lựa chọn sản phẩm chủ lực để phát triển, retrieved from http://dangcongsan.vn/kinh-te/hau-giang-lua-chon-san-pham-chu-luc-de-phat-trien-555339.html

Vietnamplus (2562), Đưa Hậu Giang trở thành điểm đến hấp dẫn ở Đồng bằng sông Cửu Long, retrieved from https://www.vietnamplus.vn/dua-hau-giang-tro-thanh-diem-den-hap-dan-o-dong-bang-song-cuu-long/613649.vnp

Báo Đầu tư (2564), Hậu Giang đa dạng hóa sản phẩm du lịch thu hút du khách, Retrieved from https://baodautu.vn/hau-giang-da-dang-hoa-san-pham-du-lich-thu-hut-du-khach-d155969.html

 


 

3.แหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่น่าสนใจ จังหวัดซ็อกจัง

  1. เว็บไซต์ของรัฐบาลท้องถิ่นจังหวัดซ็อกจัง https://soctrang.gov.vn/
  2. โครงการที่เปิดให้ลงทุน (ภาษาเวียดนาม) https://soctrang.gov.vn/SiteFolders/Root/4783/THUAN%202022/2022/Thang%204/Tin%20khac/Du%20an%20keu%20goi%20dau%20tu%20tinh%20ST.pdf

ข้อมูลอ้างอิง

กรมส่งเสริมการลงทุน (2563), ฐานข้อมูลการลงทุนเวียดนาม (จังหวัดซ็อกจัง), สืบค้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2563 จาก http://ipc.mpi.gov.vn/mien-nam/thong-tin-dia-phuong

สภาประชาชนจังหวัดซ็อกจัง (2565), ข้อมูลสถิติพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจังหวัดซ็อกจัง

ประจำปี 2564 จาก https://soctrang.gov.vn/Default.aspx?sname=ubnd-stg&sid=4&pageid=469&catid=2258&id=301495&catname=Tin-tuc–su-kien&title=Ket-qua-phat-trien-kinh-te–xa-hoi-nam-2019—co-so-thuc-hien-thang-loi-ke-hoach-nam-2020

กรมศุลกากรเวียดนาม (2565), รายงานการนำเข้าส่งออกจำแนกตามจังหวัด ปี 2021

Cục sở hữu trí tuệ (2565), Danh sách các chỉ đẫn địa lý đã được bảo hộ tại Việt Nam

(Cập nhật đến tháng 6 năm 2022), retrieved from https://ipvietnam.gov.vn/chi-dan-dia-ly

Chính phủ Việt Nam (2565), Nghị định 38/2022/NĐ-CP về việc Quy định mức lương tối thiểu đối với người lao động làm việc theo hợp đồng lao động. Báo điện tử Chính phủ (2565), Bến Tre: Đề án phát triển du lịch đang được triển khai mạnh mẽ, retrived from https://baochinhphu.vn/ben-tre-de-an-phat-trien-du-lich-dang-duoc-trien-khai-manh-me-102220704135330861.htm

Báo Sóc Trăng (2563), Lãnh đạo tỉnh Sóc Trăng tiếp và làm việc với Công ty Cổ phần Super Wind Energy Công lý Sóc Trăng, retrieved from http://baosoctrang.org.vn/kinh-te/lanh-dao-tinh-soc-trang-tiep-va-lam-viec-voi-cong-ty-co-phan-super-wind-energy-cong-ly-soc-trang-34042.html

Báo Đầu tư (2563), Tập đoàn Năng lượng Banpu khởi công Nhà máy điện gió số 3 tỉnh

Sóc Trăng, retrieved from https://baodautu.vn/tap-doan-nang-luong-banpu-khoi-cong-nha-may-dien-gio-so-3-tinh-soc-trang-d116518.html

Đảng bộ Tỉnh Sóc Trăng (2565), Du lịch Sóc Trăng 30 năm nhìn lại và một số ý kiến về

định hướng phát triển mới, Retrieved from https://soctrang.dcs.vn/Default.aspx?sname=tinhuy&sid=4&pageid=469&catid=54420&id=291647&catname=Soc-Trang—30-nam-tai-lap-tinh&title=Du-lich-Soc-Trang-30-nam-nhin-lai-va-mot-so-y-kien-ve-dinh-huong-phat-trien-moi

Báo Sóc Trăng (2565), Tập đoàn Super Energy “Thái Lan” mong muốn tiếp tục đầu tư

tại Sóc Trăng, Retrieved from https://www.baosoctrang.org.vn/soc-trang-tiem-nang-va-phat-trien/tap-doan-super-energy-thai-lan-mong-muon-tiep-tuc-dau-tu-tai-soc-trang-57534.html

VnExpress (2565), Cam kết đầu tư 9 tỷ USD vào Sóc Trăng, Retrieved from

https://vnexpress.net/cam-ket-dau-tu-9-ty-usd-vao-soc-trang-4457385.html

VnEconomy (2565), Sóc Trăng quy hoạch Khu công nghiệp Sông Hậu hơn 300ha,

Retrieved from https://vneconomy.vn/soc-trang-quy-hoach-khu-cong-nghiep-song-hau-hon-300ha.htm

THAIBIZ VIETNAM

THAILAND BUSINESS INFORMATION CENTER

  • หน้าแรก
  • ประชาสัมพันธ์
  • ข่าว
  • ศูนย์ธุรกิจไทยในเวียดนาม
  • บทความ
  • มีเดีย
  • กฎระเบียบที่ควรรู้
  • ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อมูลรายจังหวัด/นคร

ยอดผู้เข้าชม

0

กำลังเข้าชมขณะนี้

477185

เข้าชมทั้งหมด