ความเปลี่ยนแปลงในกฎหมายผู้ประกอบการ ค.ศ. 2020 ของเวียดนาม

POST ON 18 มกราคม 2021

ความเปลี่ยนแปลงในกฎหมายผู้ประกอบการ ค.ศ. 2020 ของเวียดนาม

“รู้กฎ” กับศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในเวียดนาม

ความเปลี่ยนแปลงในกฎหมายผู้ประกอบการ ค.ศ. 2020 ของเวียดนาม

          ย้อนกลับไปเมื่อปี 2533 เวียดนามได้ออกกฎหมายบริษัท (Company Law) และกฎหมายผู้ประกอบการเอกชน (Law on Private Enterprise) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ภาคเศรษฐกิจเอกชนได้รับการยอมรับทางกฎหมายในเวียดนาม ต่อมา เมื่อปี 2542 กฎหมาย 2 ฉบับข้างต้นได้ถูกแทนที่โดยกฎหมายผู้ประกอบการแห่งเวียดนาม (Enterprise Law of Vietnam) และได้รับการแก้ไข 2 ครั้งในปี 2548 และ 2557 ตามลำดับ ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2563 สภาแห่งชาติเวียดนามได้มีมติผ่านข้อกฎหมายผู้ประกอบการฉบับแก้ไข บัญญัติขึ้นเป็นกฎหมายเลขที่ 59/2020/QH14 (กฎหมายผู้ประกอบการ ค.ศ. 2020) และจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2564

          กฎหมายผู้ประกอบการ ค.ศ. 2020 มีเป้าหมายที่จะสร้างกรอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับบรรษัทภิบาล (corporate governance) ให้ดีเทียบเท่ากับแนวปฏิบัติในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมทั้งเพื่อกระตุ้น
การพัฒนาธุรกิจ ดึงดูดเงินทุนเพื่อการผลิตและการดำเนินธุรกิจ และเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ
ในเวียดนามให้อยู่ในระดับ ASEAN-4

          กฎหมายผู้ประกอบการ ค.ศ. 2020 มีความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ 6 ประการ กล่าวคือ

เปลี่ยนแนวคิดในการปรับแก้กฎหมาย

กฎหมายผู้ประกอบการ ค.ศ. 2020 ได้ปรับแนวทางการแก้ไขกฎหมายโดยวางอยู่บน 2 ทิศทาง ได้แก่ (1) เปลี่ยนแนวทางเป็นเชิงรุกแทนเชิงรับ โดยไม่เพียงมุ่งขจัดปัญหาและอุปสรรค แต่ยังปรับปรุงข้อกฎหมายให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล และ (2) นำแนวปฏิบัติและมาตรฐานในระดับภูมิภาคและระดับโลกมาใช้เป็นทั้งดัชนีชี้วัดและเป้าหมาย

การอำนวยความสะดวกในการเข้าสู่ตลาด

          ปัจจุบัน เวียดนามได้รับการจัดอันดับดัชนีการเริ่มต้นธุรกิจของธนาคารโลก เป็นลำดับที่ 114 จาก 190 ประเทศทั่วโลก ซึ่งส่งผลให้เวียดนามจำเป็นต้องปฏิรูปขั้นตอนในการบริหารจัดการ ลดเวลา และค่าใช้จ่ายในการเข้าสู่ตลาด ซึ่งเวียดนามไม่เพียงต้องปรับปรุงกฎหมายผู้ประกอบการ แต่ยังต้องแก้ไขข้อกำหนดด้านภาษี ด้านแรงงาน และด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

          กฎหมายผู้ประกอบการ ค.ศ. 2020 ได้ตัดข้อกำหนดที่ไม่จำเป็นหลายประการ เช่น ข้อกำหนดเกี่ยวกับการแจ้งตราประทับและลายมือชื่อของผู้ประกอบการก่อนเริ่มใช้งาน และได้เริ่มใช้การจดทะเบียนธุรกิจผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้เวียดนามสามารถพัฒนาอันดับในดัชนีการเริ่มต้นธุรกิจของธนาคารโลกให้ดีขึ้น

การปกป้องนักลงทุนและผู้ถือหุ้น

          ข้อกำหนดด้านการปกป้องนักลงทุนของเวียดนามได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
โดยในปี 2562 เวียดนามได้รับการจัดอยู่ในอันดับที่ 97 ในดัชนีการปกป้องนักลงทุนส่วนน้อย (Protecting Minority Investors Index) ของธนาคารโลก ขยับขึ้น 72 อันดับจากปี 2556 อย่างไรก็ดี เวียดนามยังคงห่างจากประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค เช่น มาเลเซีย (อันดับที่ 2) สิงคโปร์ (อันดับที่ 7) และไทย (อันดับที่ 15)

          กฎหมายผู้ประกอบการ ค.ศ. 2020 ได้เพิ่มเติมข้อกำหนดพื้นฐานโดยขยายกรอบสิทธิของผู้ถือหุ้น และกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ถือหุ้นสามารถปกป้องผลประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมาย ขยายสิทธิของผู้ถือหุ้นให้สามารถเข้าถึงข้อมูลการดำเนินธุรกิจของบริษัท และอนุญาตให้ผู้ถือหุ้นสามารถดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้บริหารบริษัทที่ละเมิดอำนาจ และนำมาซึ่งความเสียหายของบริษัทหรือผู้ถือหุ้น

          นอกจากนี้ ยังได้ยกเลิกหรือลดเงื่อนไขในการใช้สิทธิบางประการของผู้ถือหุ้น เช่น ยกเลิกข้อกำหนดเดิมที่ระบุว่า ผู้ถือหุ้นหรือกลุ่มผู้ถือหุ้นต้องถือหุ้นต่อเนื่องเป็นเวลา 6 เดือน ลดการถือหุ้นขั้นต่ำจากร้อยละ 10 เหลือร้อยละ 5 และไม่จำเป็นต้องจัดตั้งคณะที่ปรึกษา แต่อนุญาตให้บริษัทสามารถเลือกใช้รูปแบบการกำกับดูแลกิจการที่เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจและเป็นไปตามแนวปฏิบัติสากล

ปรับปรุงประสิทธิภาพในการกำกับดูแลและการดำเนินกิจการของรัฐวิสาหกิจ

          เมื่อปี 2560 คณะกรรมการส่วนกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามได้ออกข้อมติที่ 12-NQ/TW ซึ่งระบุอย่างชัดเจนว่า รัฐวิสาหกิจของเวียดนามจะดำเนินธุรกิจภายใต้กลไกเศรษฐกิจแบบตลาด และต้องแข่งขันอย่างเป็นธรรมกับภาคธุรกิจอื่น ๆ ตามกฎหมายของเวียดนาม

          กฎหมายผู้ประกอบการ ค.ศ. 2020 ได้เปลี่ยนแปลงข้อกำหนดหลายประการเกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจ เช่น เพิ่มการควบคุมการรวมศูนย์อำนาจและการมีผลประโยชน์ทับซ้อน สร้างความโปร่งใสของการดำเนินธุรกิจของรัฐวิสาหกิจ และเปิดเผยข้อมูลของผู้ประกอบการรัฐวิสาหกิจ

กระตุ้นการพัฒนาตลาดทุน

          กฎหมายผู้ประกอบการ ค.ศ. 2020 ได้เพิ่มข้อกำหนดเกี่ยวกับใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์ (Non-Voting Depository Receipts: NVDRs) โดยบริษัทที่ประสงค์จะออกใบ NVDRs จะต้องฝากหุ้นสามัญในจำนวนที่แน่นอนเพื่อใช้เป็นสินทรัพย์อ้างอิง (underlying assets) โดยผู้ถือใบ NVDR จะไม่มีสิทธิในการลงคะแนนเสียง แต่จะมีสิทธิ์ได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจทุกประการ รวมทั้งสิทธิและภาระผูกพันที่เกี่ยวข้องกับหุ้นสามัญอ้างอิง (underlying ordinary shares)

          การอนุญาตให้ออกใบ NVDRs จะช่วยเพิ่มความหลากหลายของสินเชื่อในตลาดหุ้น และจะช่วยให้ผู้ประกอบการมีโอกาสในการดึงดูดเงินทุนได้มากขึ้น

ลดความยุ่งยากในการซื้อและควบรวมกิจการ (Acquisition and Merger Activities)

          กฎหมายผู้ประกอบการ ค.ศ. 2020 มีข้อกำหนดใหม่หลายรายการที่กำหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรคและข้อจำกัดในการซื้อและควบรวมกิจการ เช่น จากเดิมที่กำหนดว่า ผู้ประกอบการเอกชนจะสามารถเปลี่ยนสถานะเป็นเพียงบริษัทจำกัด (limited liability company: LLC) เท่านั้น แต่กฎหมายฉบับใหม่ได้กำหนดว่า ผู้ประกอบการเอกชนสามารถเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทร่วมทุน (joint-stock company) ได้

ผู้ที่สนใจศึกษากฎหมายผู้ประกอบการ ค.ศ. 2020 ฉบับเต็ม (ภาษาเวียดนาม) สามารถ scan QR code ด้านล่างนี้ สำหรับแปลภาษาอังกฤษ อาจต้องสมัครเข้าเป็นสมาชิกของบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย เช่น thuvienphapluat.vn

QR code สำหรับอ่านกฎหมายฉบับเต็ม

ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง



ดูบทความทั้งหมด

THAIBIZ VIETNAM

THAILAND BUSINESS INFORMATION CENTER

ยอดผู้เข้าชม

1

กำลังเข้าชมขณะนี้

175283

เข้าชมทั้งหมด