
เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 นาย Nguyen Cong Vinh รองประธานคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์ หารือกับนาย Thomas James Jacobs ผู้อำนวยการประจำเวียดนาม ลาว และกัมพูชาของบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (International Finance Corporation: IFC) ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) โดย IFC แสดงความพร้อมสนับสนุนการพัฒนาศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศในนครโฮจิมินห์ (VIFC-HCMC) ควบคู่กับการประกาศแผนลงทุนในเวียดนามมูลค่าประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในระยะต่อไป สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ต่อศักยภาพเศรษฐกิจและแนวโน้มความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในหลายมิติ
นครโฮจิมินห์ได้แสดงความชื่นชมบทบาทของ IFC ในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของเวียดนามอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะด้านการเงิน การลงทุนภาคเอกชน การเงินสีเขียว และโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมา IFC สามารถระดมทุนได้มากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี สำหรับโครงการระยะยาวในเวียดนาม และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันโครงการด้านการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศและการเงินดิจิทัล โดยในปีงบประมาณ 2567 ได้อนุมัติเงินลงทุนด้านการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศราว 310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก
ในการหารือครั้งนี้ นครฯ เสนอให้ IFC เป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนา VIFC-HCMC ในเขตเมืองใหม่ Thu Thiem โดยครอบคลุมทั้งการให้คำปรึกษาด้านนโยบาย การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านตลาดทุน การเงินสีเขียว ฟินเทค และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงการเชื่อมโยงกับนักลงทุนและสถาบันการเงินระดับโลก ทั้งนี้นครฯ ตั้งเป้าหมายก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการเงินระดับภูมิภาคภายในปี 2578 และยกระดับสู่ระดับโลกภายในปี 2588
ขณะเดียวกัน นครฯ ยังได้เชิญชวน IFC ขยายการลงทุนในสาขายุทธศาสตร์ อาทิ โครงสร้างพื้นฐานคมนาคม นวัตกรรม เทคโนโลยีขั้นสูง และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว โดยโครงการสำคัญ ได้แก่ระบบรถไฟฟ้าในเขตเมือง 7 สาย ระยะทางรวม 547 กิโลเมตร โครงข่ายรถไฟเชื่อมโยงพื้นที่โดยรอบ การพัฒนาระเบียงนวัตกรรมฝั่งตะวันออก อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีชีวภาพ ตลอดจนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่เชื่อมโยงภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศนอกจากนี้ยังมุ่งส่งเสริมความร่วมมือด้านการเงินสีเขียวและเศรษฐกิจทางทะเล เช่น โครงการพลังงานลมนอกชายฝั่ง ท่าเรือขนถ่ายสินค้าระหว่างประเทศ Can Gio ศูนย์โลจิสติกส์ Cai Mep Ha และเขตประกอบการเสรี (Free Trade Zone) ที่เชื่อมโยงกับระบบท่าเรือดิจิทัลแบบบูรณาการ
IFC ยืนยันว่าจะมุ่งเน้นแนวทางการลงทุนในสาขาที่สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน อาทิ พลังงาน คมนาคม โลจิสติกส์ การจัดการทรัพยากรน้ำและของเสีย เศรษฐกิจหมุนเวียน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พร้อมประเมินว่าเวียดนามยังคงเป็นจุดหมายการลงทุนที่สำคัญ ท่ามกลางแนวโน้มการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
BIC นครโฮจิมินห์ เห็นว่า การที่ IFC เข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนการพัฒนาศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศในนครโฮจิมินห์ จะช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินและเพิ่มความสามารถในการดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันแผนการลงทุนขนาดใหญ่ของ IFC สะท้อนความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินระดับโลกต่อศักยภาพของเวียดนามในการก้าวสู่ศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค โดยเฉพาะในด้านการเงินดิจิทัลและการเงินสีเขียว ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการยกระดับระบบนิเวศทางเศรษฐกิจให้มีความทันสมัยและแข่งขันได้มากยิ่งขึ้นในระยะยาว
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว Tuoi Tre News เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569