
กรมสรรพากรนครโฮจิมินห์เปิดเผยรายชื่อผู้ประกอบการจำนวน 3,225 ราย ที่ค้างชำระภาษีและเงินนำส่งภาครัฐ ณ สิ้นปี 2568 โดยมียอดภาษีค้างชำระรวมกว่า 9.7 ล้านล้านด่ง (370 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในจำนวนนี้มีผู้ประกอบการ 13 รายที่มียอดค้างชำระมากกว่า 1 แสนล้านด่ง (3.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ขณะที่ผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ส่วนใหญ่มียอดค้างชำระตั้งแต่ระดับหลายร้อยล้านด่งไปจนถึงหลายหมื่นล้านด่ง โดยกลุ่มที่ค้างภาษีเป็นจำนวนมากกระจุกตัวอยู่ในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ในจำนวนนี้ บริษัท Vung Tau Paradise Joint Venture จำกัด[1] เป็นผู้ประกอบการที่มียอดค้างชำระภาษีสูงสุด ด้วยมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านด่ง (76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) รองลงมาคือบริษัท Golden Hill Investment จำกัด (มหาชน) ซึ่งมียอดค้างชำระกว่า 1.5 ล้านล้านด่ง (57 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และอยู่ในกลุ่มผู้ประกอบการที่มียอดค้างชำระภาษีสูงสุดของนครโฮจิมินห์ติดต่อกันหลายปี
ตามระเบียบที่กำหนด หากผู้เสียภาษีค้างชำระเกิน 90 วัน จะถูกเปิดเผยรายชื่อ และหากยังไม่ดำเนินการชำระ จะถูกบังคับใช้มาตรการทางปกครอง เช่น การหักเงินจากบัญชีธนาคาร การอายัดบัญชี การระงับการใช้ใบกำกับภาษี การระงับกระบวนการศุลกากรสำหรับการนำเข้าและส่งออก การยึดทรัพย์ และการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจ เป็นต้น
ทั้งนี้ ในปี 2568 กรมสรรพากรนครโฮจิมินห์สามารถจัดเก็บรายได้ได้ประมาณ 620 ล้านล้านด่ง (23.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับปี 2567 และมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนรายได้รวมของงบประมาณนครโฮจิมินห์ ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 800 ล้านล้านด่ง (30.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
BIC นครโฮจิมินห์ เห็นว่า การค้างชำระภาษีในวงกว้าง โดยเฉพาะในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สะท้อนถึงแรงกดดันด้านสภาพคล่องและภาวะชะลอตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในนครโฮจิมินห์ในช่วงที่ผ่านมาขณะเดียวกัน การที่หน่วยงานภาษีเดินหน้าเปิดเผยรายชื่อและบังคับใช้มาตรการทางปกครองอย่างเข้มงวด รวมถึงการเปิดเผยรายชื่อผู้ประกอบการที่มีหนี้ภาษีมูลค่าสูง ไม่เพียงมุ่งเพิ่มความโปร่งใสเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับวินัยทางการคลัง และสร้างแรงกดดันให้ภาคธุรกิจเร่งปฏิบัติตามภาระหน้าที่ต่อรัฐ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับโครงสร้างทางการเงินและการดำเนินธุรกิจ เพื่อลดความเสี่ยงด้านกฎหมายและภาพลักษณ์ในระยะต่อไป
* * * * *
[1] ผู้ดำเนินการสนามกอล์ฟกว่า 27 หลุม บนพื้นที่ชายฝั่งของจังหวัดหวุงเต่าเดิม
ที่มา: สำนักข่าว VnExpress เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569