
คณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์เตรียมเดินหน้าเริ่มโครงการก่อสร้างศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศ (International Financial Center: IFC) ภายในต้นเดือนกันยายน 2568 โดยโครงการดังกล่าวมีมูลค่าการลงทุนรวม 172 ล้านล้านด่ง (7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ครอบคลุมพื้นที่ 783 เฮกตาร์ บริเวณแขวง Ben Thanh และเขตเมืองใหม่ Thu Thiem
ในระยะแรกของโครงการ จะเริ่มจากการก่อสร้างสำนักงานใหญ่ของหน่วยงานกำกับดูแล บนพื้นที่ 9 เฮกตาร์ ในเขตเมืองใหม่ Thu Thiem ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้าง 2-3 ปี ด้วยงบประมาณ 16 ล้านล้านด่ง (ประมาณ 613 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) แบ่งเป็นงบประมาณจากภาครัฐ 2 ล้านล้านด่ง (ประมาณ 77 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และส่วนที่เหลือมาจากการระดมเงินทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ทั้งนี้ ศูนย์ IFC ในนครโฮจิมินห์จะมุ่งเน้นการพัฒนา 5 ด้านหลัก ได้แก่ (1) การธนาคาร (2) การบริหารสินทรัพย์ (3) ตลาดทุน (4) เทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) และ (5) การซื้อขายตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) ขณะเดียวกัน ศูนย์ IFC ในนครดานังจะให้ความสำคัญกับการเงินสีเขียว (Green Finance) บริการทางการเงินดิจิทัล (Digital Financial Services) และโครงการนำร่องด้านการกำกับดูแลสินทรัพย์คริปโต ทั้งนี้ รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าหมายให้ศูนย์ IFC ในนครโฮจิมินห์สามารถเริ่มดำเนินงานได้ภายในปี 2568 และเสร็จสมบูรณ์ภายใน 5 ปี
นครโฮจิมินห์ถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในการจัดตั้งศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ ด้วยเหตุผลหลายประการ ได้แก่ (1) มีผลิตภัณฑ์มวลรวมท้องถิ่น (GRDP) คิดเป็นเกือบ 1 ใน 4 ของ GDP ทั้งประเทศ (2) ชนชั้นกลางที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว (3) ภาคธนาคารที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และ (4) เป็นศูนย์กลางการค้าและการเงินของเวียดนาม และยังเป็นที่ตั้งของตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์ (HOSE) ซึ่งเป็นตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ อย่างไรก็ดี ข้อจำกัดด้านการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติ และโครงสร้างตลาดทุนที่ยังไม่สมบูรณ์เป็นอุปสรรคสำคัญ ทั้งนี้ การจัดตั้งศูนย์ IFC พร้อมด้วยกฎระเบียบที่ทันสมัย การเปิดพื้นที่ทดลองด้านฟินเทค และสิ่งจูงใจสำหรับนักลงทุนต่างชาติ คาดว่าจะสามารถดึงดูดธนาคารระดับโลก กองทุนลงทุน และบริษัทประกันชั้นนำให้เข้ามาลงทุนได้มากขึ้น
แม้เวียดนามจะมีศักยภาพสูง แต่ก็ต้องเผชิญกับการแข่งขันกับสิงคโปร์และฮ่องกง ซึ่งยังคงครองความเป็นผู้นำด้านศูนย์กลางการเงินชั้นนำของเอเชีย หากต้องการก้าวสู่การเป็นประตูทางการเงินที่มั่นคงในภูมิภาค เวียดนามจำเป็นต้องปรับปรุงกฎระเบียบด้านการเงินและการลงทุน ขยายขีดความสามารถของตลาดทุน และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินของประเทศในระดับสากล
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว Vietnamnet เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568