
การท่องเที่ยวเรือสำราญในเวียดนาม โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากจำนวนเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่นำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าสู่นครโฮจิมินห์และจังหวัดใกล้เคียง อย่างไรก็ดี พื้นที่ดังกล่าวยังขาดท่าเรือโดยสารเฉพาะทางที่ได้มาตรฐานสากล ซึ่งส่งผลต่อศักยภาพการแข่งขันและคุณภาพการให้บริการด้านการท่องเที่ยว
ปัจจุบันท่าเรือโดยสารนานาชาติหวุงเต่า ซึ่งเป็นโครงการเดียวที่ได้รับการวางผังเพื่อรองรับเรือโดยสารในภูมิภาคนี้ ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้าง ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องใช้ท่าเรือสินค้าภายในกลุ่มท่าเรือ Cai Mep – Thi Vaiเป็นการชั่วคราวในการรับเรือท่องเที่ยว ซึ่งก่อให้เกิดข้อจำกัดด้านความปลอดภัย การบริหารจัดการท่าเรือ รวมไปถึงประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว
ในทางปฏิบัติ เรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่หลายลำ เช่น เรือของกลุ่มบริษัท Royal Caribbean ได้นำนักท่องเที่ยวต่างชาตินับพันคนเดินทางมายังนครโฮจิมินห์และพื้นที่ใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การขาดโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือเฉพาะทางทำให้นครโฮจิมินห์และภาคใต้ของเวียดนามสูญเสียความได้เปรียบ ในการแข่งขันด้านการดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับพรีเมียม และส่งผลให้คุณภาพการให้บริการท่องเที่ยวเรือสำราญโดยรวมยังไม่สามารถพัฒนาได้เต็มศักยภาพ
ผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวเห็นพ้องกันว่า การเร่งก่อสร้างท่าเรือโดยสารเฉพาะทางที่หวุงเต่ามีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อรองรับเรือท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและคงบทบาทของเวียดนามให้อยู่ในเส้นทางการท่องเที่ยวเรือสำราญหลักของภูมิภาคเอเชีย ปัจจุบัน โครงการดังกล่าวได้รับการอนุมัติแผนการพัฒนาแล้ว และนครโฮจิมินห์อยู่ระหว่างการจัดทำรายงานการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้น ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569 เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการคัดเลือกนักลงทุน
ในช่วงเปลี่ยนผ่าน กระทรวงการก่อสร้างเวียดนามได้อนุญาตให้ท่าเรือสินค้าในกลุ่ม Cai Mep –Thi Vai สามารถรองรับเรือโดยสารนานาชาติเป็นการชั่วคราวต่อไปได้จนถึงเดือนมิถุนายน 2569 ตามแผนพัฒนาใหม่ ท่าเรือโดยสารนานาชาติหวุงเต่าจะเป็นโครงการสำคัญที่ประกอบด้วยท่าเทียบเรือหลัก 1 แห่ง และท่าเทียบเรือผู้โดยสาร 2 แห่ง สามารถรองรับเรือขนาดสูงสุดถึง 225,000 GT และให้บริการโดยสารประมาณ 1.39-1.5 ล้านคนต่อปี ซึ่งคาดว่าจะช่วยยกระดับศักยภาพและสถานะของการท่องเที่ยวเรือสำราญของนครโฮจิมินห์และภาคใต้ของเวียดนามอย่างมีนัยสำคัญ
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว Saigon Giai Phong Online เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2569