
คณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์ได้ประกาศแผนปฏิบัติการภายใต้แนวคิด “For a green Can Gio” มุ่งเป้าพัฒนาเขต Can Gio[1] ในอีก 5 ปีข้างหน้า ให้กลายเป็นต้นแบบของการพัฒนาเขตเมืองสีเขียว เมืองที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) รวมถึงเป็นต้นแบบในการพัฒนาเศรษฐกิจทางทะเลสีเขียวการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และการอนุรักษ์ธรรมชาติของเวียดนาม โดยมีแนวทางดำเนินการที่สำคัญ ดังนี้
- ประเมินแหล่งกักเก็บคาร์บอนในระบบนิเวศป่าชายเลนให้แล้วเสร็จภายในปี 2573 เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเข้าร่วมตลาดการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในระดับโลก และสนับสนุนการชำระเงินเพื่อให้บริการด้านสิ่งแวดล้อมจากป่าไม้ (Payment for Forest Environmental Services: PFES)[2] ในเวียดนามให้มีความยั่งยืน
- เปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด โดยตั้งเป้าให้หน่วยงานและอาคารทุกแห่งติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา รวมถึงสนับสนุนโรงไฟฟ้าพลังงานลมชายฝั่ง และสร้างโรงงานกำจัดขยะของตำบล An Thoi Dong ที่ใช้เทคโนโลยีการกู้คืนพลังงาน[3]
- ปรับปรุงระบบคมนาคมสีเขียว โดยภายในปี 2573 จะต้องมี (1) การเชื่อมต่อระบบเรือโดยสารและระบบขนส่งสาธารณะกับสถานที่ท่องเที่ยวและโรงแรมต่าง ๆ ในเขต Can Gio (2) ยานพาหนะบนท้องถนนร้อยละ 80 จะต้องใช้พลังงานสะอาด (3) ยานพาหนะสองล้อและสามล้อทั้งหมดที่ใช้ในชุมชนเกาะ Thanh An จะต้องเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้า และ (4) รถสาธารณะและรถเก็บขยะในเขต Can Gio ทั้งหมด จะต้องใช้พลังงานสะอาด นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายการใช้ระบบขนส่งสาธารณะไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 โดยระบบขนส่งสาธารณะของเขต Can Gio จะใช้แหล่งพลังงานสะอาดทั้งหมด
- พัฒนาระบบจัดการของเสียอย่างยั่งยืน โดยนครฯ จะมีการกักเก็บน้ำเสียในเกาะ Thanh An ประมาณ 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อนำไปบำบัด นอกจากนี้ พร้อมตั้งเป้าให้ขยะครัวเรือนทั้งหมดต้องถูกแยกประเภทตั้งแต่ต้นทาง และให้สามารถบำบัดขยะและน้ำเสียได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ภายในปี 2573
- อนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลน โดยในปี 2568 นครฯ จะปลูกป่าชายเลนเพิ่มเติมอีก 70 เฮกตาร์ ควบคู่กับการฟื้นฟูและดูแลพื้นที่ป่าชายเลนเดิมอีก 200 เฮกตาร์ และภายในปี 2569-2573 จะมีการปลูกป่าชายเลนเพิ่มเติม 280 เฮกตาร์ และขยายพื้นที่อนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนเดิมไปอีก 200 เฮกตาร์
- ลดการใช้ถุงพลาสติก โดยกำหนดว่า ภายในปี 2573 ตำบล Thanh An และแหล่งท่องเที่ยวใน Can Gio ทั้งหมดจะห้ามใช้ถุงพลาสติก และผลิตภัณฑ์พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง (single-use plastic)
- ลดการปล่อยมลพิษจากภาคการก่อสร้างและการเกษตร โดยภายในปี 2573 โครงการก่อสร้างในพื้นที่จะต้องลดการเกิดฝุ่นละอองไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 พร้อมลดมลพิษจากกิจกรรมทางการเกษตรและครัวเรือนให้เป็นไปตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
- พัฒนาอสังหาริมทรัพย์สีเขียว โดยนครฯ จะสนับสนุนนักลงทุนในการพัฒนาต้นแบบอาคารสำนักงานหรือโครงการที่พักอาศัยสีเขียวโดยรอบพื้นที่ชายทะเลของเขต Can Gio พร้อมกำหนดให้แต่ละตำบลจะต้องมี “หมู่บ้านสีเขียวต้นแบบ” อย่างน้อยหนึ่งแห่ง ภายในปี 2573
อนึ่ง โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับแผนแม่บทการพัฒนาของนครโฮจิมินห์ช่วงปี 2564-2573 ซึ่งตั้งเป้าหมายส่งเสริมให้เขต Can Gio กลายเป็นเขตเมืองนิเวศน์ เขตสงวนชีวมณฑล และมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจทางทะเล โดยเฉพาะการพัฒนาท่าเรือขนส่งและเขตประกอบการเสรี โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว เขตเมืองนิเวศน์ทางทะเล และพลังงานหมุนเวียน
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว VnExpress เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568
https://vnexpress.net/can-gio-se-la-dia-phuong-kieu-mau-cua-do-thi-xanh-4894942.html
[1] เขต Can Gio ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางนครโฮจิมินห์ออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 50 กิโลเมตร เป็นเขตที่มีพื้นที่ติดกับทะเลและมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ มีพื้นที่ธรรมชาติ 70,445 เฮกตาร์ คิดเป็น 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมดของนครฯ นอกจากนี้ ระบบนิเวศป่าชายเลนและพื้นที่ชุ่มน้ำในเขต Can Gio ยังได้รับการรับรองจาก UNESCO ให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลแห่งแรกของเวียดนาม
[2] PFES เป็นระบบที่กำหนดให้ผู้ใช้บริการจากสิ่งแวดล้อมของป่าไม้ (อาทิ การใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การกักเก็บคาร์บอน) ต้องชำระเงินให้แก่ผู้ดูแลหรือจัดการทรัพยากรป่าไม้ (อาทิ ชุมชนท้องถิ่น กลุ่มเกษตรกร หรือหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบด้านการอนุรักษ์ป่าไม้) โดยเป็นนโยบายที่รัฐบาลเวียดนามนำมาใช้ตั้งแต่ปี 2554
[3] เป็นวิธีที่มุ่งเน้นใช้เชื้อเพลิงให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างพลังงานด้วยการแปลงพลังงานที่สูญเสียไปในระหว่างกระบวนการผลิต เปลี่ยนกลับมาเป็นพลังงานที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง