
บริษัท Vingroup กลุ่มธุรกิจชั้นนำของเวียดนามด้านอสังหาริมทรัพย์และยานยนต์ ได้ยื่นข้อเสนอต่อคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์เพื่อขอลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมมูลค่า 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเขต Can Gio โดยมีพื้นที่รวม 1,163 เฮกตาร์ กำลังการผลิตรวม 3,000 เมกะวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ราว 9,000 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี เพื่อตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าของโครงการเมืองท่องเที่ยวชายฝั่งทะเล Vinhomes Green Paradise และภาคธุรกิจของบริษัทฯทั้งนี้ คณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์ได้มอบหมายให้กรมการคลังนครโฮจิมินห์ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้คำแนะนำบริษัทฯ ด้านกระบวนการขออนุมัติต่าง ๆ แก่บริษัทฯ ต่อไป
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2568 บริษัท Vingroup ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการ Vinhomes Green Paradise ซึ่งเป็นโครงการเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ในเขต Can Gio มูลค่าลงทุนกว่า 217.05 ล้านล้านด่ง (ประมาณ 8.44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ครอบคลุมพื้นที่ 2,870 เฮกตาร์ รองรับประชากรได้ถึง 230,000 คน โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นเมืองต้นแบบด้าน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) ระดับโลก
นาย Pham Nhat Vuong ประธานบริษัท Vingroup เปิดเผยว่า ในอนาคตอันใกล้ บริษัทฯ จะมุ่งขยายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานเพิ่มเติมจาก 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ เทคโนโลยีและอุตสาหกรรม และกิจกรรมเพื่อสังคม โดยได้เสนอแผนลงทุนในโครงการสำคัญหลายโครงการต่อรัฐบาลเวียดนาม เช่น รถไฟความเร็วสูงจาก Phu My Hung (เขต 7) ไปยังเขต Can Gio รถไฟเส้นทางกรุงฮานอย – จังหวัดกว๋างนิญ และโครงการพัฒนาท่าเรือ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการขออนุมัติจากรัฐบาลเวียดนามเพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 7 โครงการ มูลค่า 2-2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มูลค่า 5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปี 2568-2573
ในแง่ผลประกอบการ ไตรมาสแรกของปี 2568 บริษัท Vingroup ทำรายได้รวม 84.05 ล้านล้านด่ง (ราว 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 287 จากช่วงเดียวกันของปี 2567 และคิดเป็นร้อยละ 28 ของเป้าหมายรายได้ประจำปี โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีรายได้รวม 55.3 ล้านล้านด่ง (2.13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นถึง 12 เท่าจากช่วงเดียวกันของปี 2567
สำหรับปี 2568 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้รวม 300 ล้านล้านด่ง (ประมาณ 11.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และกำไรสุทธิ 10 ล้านล้านด่ง (ประมาณ 384.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 59 และร้อยละ 88 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับปี 2567
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว The Investor เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2568