
บริษัทSiam Cement Group PLC (SCG) เตรียมลงทุนเพิ่มเติมอีก 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในโครงการปิโตรเคมี Long Son (Long Son Petrochemical Complex: LSP) ในจังหวัดบ่าเสียะ-หวุงเต่าเดิม (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของนครโฮจิมินห์) ส่งผลให้มูลค่าการลงทุนรวมเพิ่มเป็น 5.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2570
นายกุลเชฏฐ์ ธาราจันทร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท SCG Vietnam เปิดเผยว่า หลังจากโรงงานกลับมาเดินเครื่องอีกครั้งในเดือนสิงหาคม 2568[1] กำลังการผลิตได้เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 85 โดยได้รับแรงหนุนจากกฤษฎีกาที่ 199/2025/ND-CP ที่กำหนดภาษีนำเข้าร้อยละ 2 สำหรับเม็ดพลาสติกบางประเภท (HDPE และ LLDPE) ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตภายในประเทศ
นายกุลเชฏฐ์ฯ ระบุว่า เวียดนามยังคงเป็นฐานการผลิตยุทธศาสตร์ของ SCG โดย LSP จะเป็นศูนย์กลางการผลิตเคมีภัณฑ์หลักของเครือบริษัท โดยร้อยละ 50 ของผลผลิตจะส่งออกไปจีน ยุโรป และออสเตรเลีย ในขณะที่อีกร้อยละ 50 จะจำหน่ายในเวียดนาม ในด้านผลประกอบการ บริษัทฯ ยังคาดว่า LSP จะสร้างรายได้ประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 โดยจะเริ่มมีกระแสเงินสดเป็นบวกตั้งแต่ปี 2571 ขณะที่ราคาหุ้น SCG ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.7 ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งสวนทางทิศทางตลาดหุ้นไทยโดยรวมที่ปรับตัวลดลง
ปัจจุบัน SCG มีโครงการลงทุนในเวียดนามรวม 28 โครงการ รวมมูลค่า 7 พันล้านดอลลาร์ และพร้อมเดินหน้าการย้ายฐานการผลิตปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างบางส่วนมายังเวียดนาม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนและใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีของเวียดนาม
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว CafeF เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2568
[1] ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 โครงการฯ ต้องหยุดดำเนินการชั่วคราวเนื่องจากความต้องการของตลาดลดลงและอัตรากำไรของอุตสาหกรรมภาคเคมีลดลง