
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 กลุ่มบริษัท Petrovietnam จัดพิธีวางศิลาฤกษ์โรงไฟฟ้าพลังความร้อน O Mon 4 ณ ศูนย์พลังงาน O Mon นครเกิ่นเทอ[1] ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทฯ ในการส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง
โรงไฟฟ้า O Mon 4 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Block B-O Mon หนึ่งในโครงการสำคัญของภาคพลังงานของเวียดนาม เป็นโครงการก๊าซต้นน้ำที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเวียดนาม (รองจากโครงการ Ca Voi Xanh (Blue Whale))[2] โดยมีมูลค่าการลงทุนรวม 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โครงการ Block B-O Mon ประกอบด้วย 3 โครงการหลัก ได้แก่ (1) โครงการสำรวจก๊าซและน้ำมัน Block B – O Mon นอกชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของเวียดนาม[3] (2) โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติ Block B – O Mon ความยาว 431 กิโลเมตร เชื่อมจากแหล่งผลิตเข้าสู่แผ่นดินใหญ่[4] และ (3) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติภายในศูนย์พลังงาน O Mon
ศูนย์พลังงาน O Mon ประกอบด้วยโรงไฟฟ้า 4 แห่ง ได้แก่ O Mon 1, O Mon 2, O Mon 3, และ O Mon 4 มีกำลังการผลิตรวม 3,810 เมกะวัตต์ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ปีละ 2.2 หมื่นล้านกิโลวัตต์ ซึ่งปัจจุบัน โรงไฟฟ้า O Mon 1 ได้เริ่มดำเนินการแล้ว ในขณะที่โรงไฟฟ้า O Mon 2 O Mon 3 และ O Mon 4 คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการได้ภายในปี 2569, 2573 และ 2571 ตามลำดับ
ไฟฟ้าพลังความร้อน O Mon 4[5] มีกำลังการผลิตตามการออกแบบ 1,155 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ประหยัดเชื้อเพลิง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ภายในเดือนธันวาคม 2571 เมื่อเปิดดำเนินการแล้ว จะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมภายใต้การบริหารของกลุ่มบริษัท Petrovietnam เป็นกว่า 9,300 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ ถือเป็นแหล่งพลังงานที่สะอาดและมีเสถียรภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบไฟฟ้า และสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าโดยตรงไปยังภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง นอกจากนี้ โครงการ O Mon 4 เป็นโครงการปลายน้ำโครงการแรกที่ผ่านการอนุมัติให้ก่อสร้าง เป็นโครงการสำคัญในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าแห่งชาติ ระยะปี ค.ศ. 2021-2030 และวิสัยทัศน์ถึงปี ค.ศ. 2050 อีกทั้งยังเป็นการสร้างรากฐานสำคัญสำหรับการรับก๊าซธรรมชาติและการผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในอนาคต และช่วยสนับสนุนการพัฒนาโครงการปลายน้ำอื่น ๆ ภายในศูนย์พลังงาน O Mon
อนึ่ง Block B-O Mon มีปริมาณสำรองของก๊าซธรรมชาติประมาณ 100,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะกลายเป็น “แหล่งพลังงานใหม่” สำหรับเวียดนามในระยะยาว โดยเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ คาดว่าจะสามารถส่งก๊าซธรรมชาติ 5-6 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ และแปลงเป็นไฟฟ้าสะอาดหลายหมื่นล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ดังนั้น โครงการนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานดั้งเดิมที่ขยายได้ยาก เช่น ถ่านหินหรือพลังน้ำ อีกทั้งยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน ระบบบริการโลจิสติกส์ และศักยภาพการผลิตติดตั้งภายในประเทศ โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของบริษัทเวียดนามในกระบวนการพัฒนาและดำเนินงานทุกขั้นตอน
สำหรับภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงของเวียดนามที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ยังขาดแหล่งพลังงานในพื้นที่ การจัดตั้งศูนย์พลังงาน O Mon ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยจะได้รับแรงขับเคลื่อนใหม่จากไฟฟ้า อุตสาหกรรมสนับสนุน และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน รวมถึงกระตุ้นการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ตลอดจนเป็นการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนต่อการประกันความมั่นคงทางพลังงานของชาติ
* * * * *
ที่มา: 1. สำนักข่าว Bao Chinh Phu เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2568
2. สำนักข่าว Petrovietnam เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568
[1] โครงการนี้ได้รับการคัดเลือกจากรัฐบาลให้เป็น 1 ใน 250 โครงการตัวอย่าง ที่จะเปิดใช้งานและทำพิธีฉลองในโอกาสครบรอบ 80 ปีการปฏิวัติเดือนสิงหาคม และวันชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (2 กันยายน 1945 – 2 กันยายน 2025) อีกทั้งยังเป็นโครงการสำคัญที่ฉลองความสำเร็จของการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ของกลุ่มบริษัท Petrovietnam ครั้งที่ 4
[2] ผู้ลงทุนหลัก ได้แก่ บริษัท Petrovietnam บริษัท PetroVietnam Gas Joint Stock Corporation (PVGas) บริษัท Power Generation Joint Stock Corporation 2 (EVNGENCO2) บริษัท WTO บริษัท Mitsui Oil Exploration (MOECO) ของญี่ปุ่น บริษัท Marubeni ของญี่ปุ่น และบริษัท PTT Exploration and Production Public Company (PTTEP) ของไทย
[3] ดำเนินการโดยบริษัท Phu Quoc Petroleum Operating (Phu Quoc POC) ซึ่งได้เริ่มการผลิตแท่นสาธารณูปโภคและที่อยู่อาศัยบนบกอย่างเป็นทางการที่ท่าเรือ Vietsovpetro ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม 2568
[4] ดำเนินการลงทุนโดยบริษัท Southwest Pipeline (SWPOC) ด้วยมูลค่าการลงทุนรวม 1.277 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็น 329 กิโลเมตรใต้ทะเล และ 102 กิโลเมตรบนชายฝั่ง ซึ่งจะขนส่งก๊าซธรรมชาติจากแหล่งผลิตในโครงการสำรวจก๊าซและน้ำมัน Block B – O Mon จากนอกชายฝั่งเข้าสู่แผ่นดินใหญ่
[5] โครงการฯ มีบริษัทร่วมทุนระหว่าง Doosan Enerbility Co., Ltd. (เกาหลีใต้) และบริษัท Power Construction Consulting Joint Stock Company 2 (PECC2) เป็นผู้ชนะการประมูล