
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 การไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) และบริษัท Hiep Phuoc Power ได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) พร้อมทั้งจัดพิธีเริ่มก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) Hiep Phuoc ระยะที่ 1 ณ ตำบล Hiep Phuoc นครโฮจิมินห์ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของเวียดนาม
โครงการดังกล่าวนับเป็นสัญญา PPA ฉบับที่ 2 ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าก๊าซ LNG ของเวียดนาม ต่อจากโครงการ Nhon Trach 3 และ Nhon Trach 4 ในจังหวัดด่งนาย และยังเป็นโครงการแรกที่ดำเนินการภายใต้กรอบนโยบายตามกฤษฎีกาที่ 56/2025/NĐ-CP ของรัฐบาล ซึ่งกำหนดกลไกสนับสนุนการพัฒนาโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซ LNG นำเข้า สะท้อนถึงความก้าวหน้าในการวางรากฐานด้านกฎหมายและการส่งเสริมอุตสาหกรรมพลังงานรูปแบบใหม่ของเวียดนาม
โครงการก๊าซ LNG Hiep Phuoc ระยะที่ 1 ถือเป็นหนึ่งในโครงการพลังงานสำคัญระดับชาติ ดำเนินการภายใต้รูปแบบ Build-Operate-Own: BOO มีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 18.91 ล้านล้านด่ง (ราว 892 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1,200 เมกะวัตต์ โดยใช้เทคโนโลยีกังหันก๊าซสมัยใหม่จากบริษัท Siemens (เยอรมนี) ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงและช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเมื่อเทียบกับแหล่งพลังงานแบบดั้งเดิม
เมื่อโครงการฯ แล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ คาดว่าจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 7 พันล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี เพื่อป้อนเข้าสู่ระบบไฟฟ้าแห่งชาติ ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบริบทที่เวียดนามกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดและยั่งยืน โครงการนี้จึงมีบทบาทสำคัญในการกระจายแหล่งพลังงาน ลดการพึ่งพาถ่านหิน และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบไฟฟ้าในภาพรวม
ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าแห่งชาติฉบับที่ 8 (PDP8) ฉบับปรับปรุง ในช่วงปี 2564-2573 เวียดนามมีแผนพัฒนาโครงการไฟฟ้าก๊าซ LNG ประมาณ 15 โครงการ รวมกำลังการผลิต 22,000-30,000 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีเพียงบางโครงการ เช่น Nhon Trach 3 และ Nhon Trach 4 ที่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนถึงความท้าทายที่ยังต้องเร่งแก้ไขเพื่อผลักดันโครงการ LNG ในระยะต่อไป
BIC นครโฮจิมินห์ เห็นว่า โครงการดังกล่าวสะท้อนถึงความพยายามของเวียดนามในการเร่งขับเคลื่อนนโยบายพลังงานสะอาดและกระจายแหล่งพลังงานให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี ความผันผวนของราคา LNG ในตลาดโลกอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของไฟฟ้าจาก LNG เมื่อเทียบกับพลังงานหมุนเวียน ดังนั้น ภาครัฐจึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนากรอบนโยบายและกลไกสนับสนุนที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน และผลักดันโครงการภายใต้แผน PDP8 ให้สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว Tuoi Tre เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2569