
เวียดนามเดินหน้าสร้างระบบนิเวศด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเป็นรูปธรรม หลังจากกองทุน AI Futures Fund ของ Google Labs ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Saigon AI Hub (SAIH) เพื่อจัดตั้งห้องปฏิบัติการ AI ประยุกต์ “Applied AI Lab” แห่งแรกในเวียดนาม ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการพัฒนาระบบนิเวศด้านการวิจัยและนวัตกรรม AI ของประเทศ ให้สามารถเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีระดับแนวหน้าของโลกได้โดยตรง
SAIH ถือเป็นพื้นที่วิจัย AI แบบเปิดแห่งแรกในนครโฮจิมินห์ ก่อตั้งร่วมกันโดย VNG Group และมหาวิทยาลัยแห่งชาติเวียดนามนครโฮจิมินห์ (VNUHCM) ภายใต้ความร่วมมือกับ Google Labs กลุ่มนักวิจัยในเวียดนามจะสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี AI รุ่นใหม่ล่าสุดของ Google ได้ก่อนใครพร้อมได้รับการสนับสนุนด้านเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญของ Google Labs และ Google DeepMind โดยตรง
AI Futures Fund เป็นกองทุนสนับสนุนด้าน AI ระดับโลกของ Google ที่เปิดตัวเมื่อปี 2568 เพื่อสนับสนุนองค์กรและสถาบันวิจัย AI ชั้นนำในหลายประเทศ โดย SAIH นับเป็นสถาบันวิจัยแรกในเวียดนามที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ สะท้อนถึงศักยภาพที่เพิ่มขึ้นของเวียดนามในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและเศรษฐกิจดิจิทัล
พร้อมกันนี้ SAIH ได้ประกาศรายชื่อกลุ่มวิจัยชุดแรกจำนวน 10 กลุ่ม รวมเกือบ 60 นักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในนครโฮจิมินห์ โดยโครงการวิจัยครอบคลุมหลายสาขาสำคัญ ได้แก่ ภาษาศาสตร์ Computer Vision ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์ เทคโนโลยีการแพทย์ และความปลอดภัยของข้อมูล โดยกลุ่มนักวิจัยจะต้องเผยแพร่ผลงานในวารสารและเวทีวิชาการนานาชาติระดับสูง และพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้งานจริงได้อย่างน้อยหนึ่งชิ้น
นอกจากบทบาทด้านการวิจัยแล้ว SAIH ยังตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงระหว่างภาควิชาการภาคธุรกิจ และกองทุนเทคโนโลยีระดับโลก ผ่านการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค และโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อช่วยผลักดันให้งานวิจัยและสตาร์ทอัพ AI สามารถพัฒนาจากต้นแบบไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ได้จริง
BIC นครโฮจิมินห์ เห็นว่า ความร่วมมือระหว่าง Google Labs, VNG และ VNUHCM ข้างต้น สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนา AI ของเวียดนามที่เริ่มเปลี่ยนจาก “ผู้ใช้งานเทคโนโลยี” ไปสู่ “ผู้พัฒนาและสร้างนวัตกรรม” มากขึ้น โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้นักวิจัยและเยาวชนเวียดนามสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีระดับโลกได้ในช่วงเวลาเดียวกับองค์กรชั้นนำของโลก ซึ่งจะช่วยยกระดับทักษะดิจิทัลและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของแรงงานในอนาคต นอกจากนี้ ในช่วงเวลาที่เวียดนามกำลังเร่งผลักดันยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติจนถึงปี 2573 และพัฒนากรอบกฎหมายรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล ความร่วมมือข้างต้นจึงถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการผลิตบุคลากร AI คุณภาพสูง นวัตกรรม และผลักดันให้เวียดนามก้าวสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลาง AI และนวัตกรรมดิจิทัลชั้นนำของอาเซียนในอนาคต
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว Bao Chinh Phu เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569