
เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 เวียดนามประกาศบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเป็นทางการ นับเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีกรอบกฎหมายครอบคลุมด้าน AI สะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลควบคู่กับการกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี
รายงานจากสำนักข่าว The Straits Times ระบุว่า กฎหมายฉบับดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญของเวียดนามในการยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี และการบูรณาการเข้ากับมาตรฐานสากล โดยกฎหมายประกอบด้วย 35 มาตรา ภายใต้แนวคิดการบริหารจัดการเพื่อการพัฒนาที่เน้นสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมและการควบคุมความเสี่ยง โดยยึดหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลางที่กำหนดให้ระบบ AI ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของมนุษย์ โดยเฉพาะในการตัดสินใจที่มีผลกระทบสำคัญ ขณะเดียวกัน ยังวางรากฐานด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลผ่านการลงทุนในศูนย์ National Computing and Open Data Center เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศและลดต้นทุนสำหรับภาคธุรกิจ
ในด้านการคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายฯ กำหนดให้เนื้อหาที่สร้างโดย AI ต้องมีการระบุแหล่งที่มาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกรณีเทคโนโลยี Deepfake เพื่อป้องกันปัญหาข่าวปลอมและการบิดเบือนข้อมูล นอกจากนี้ ผู้ให้บริการซึ่งรวมถึงบริษัทต่างชาติมีหน้าที่ต้องให้ข้อมูลกับผู้ใช้บริการเมื่อผู้ใช้งานกำลังโต้ตอบกับระบบ AI เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและความปลอดภัยในโลกดิจิทัล
สำนักข่าว AFP ประเมินว่า กฎหมายดังกล่าวมีความสอดคล้องกับกรอบกฎหมาย AI ของสหภาพยุโรปที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ขณะที่เวียดนามเลือกใช้แนวทางกำกับดูแลที่ค่อนข้างเข้มงวด เมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นที่เน้นความยืดหยุ่นมากกว่า โดยกฎหมายนี้จะช่วยยกระดับบทบาทของเวียดนามในฐานะผู้นำด้านการกำกับดูแลเทคโนโลยีในภูมิภาค พร้อมทั้งเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและบริษัทข้ามชาติที่ต้องการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงในเวียดนาม