
เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 นาย Pham Minh Chinh นายกรัฐมนตรีเวียดนามได้เข้าร่วมพิธีเปิดโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) Nhon Trach 3 และ Nhon Trach 4 ณ จังหวัดด่งนาย ซึ่งถือเป็นโรงไฟฟ้า LNG แห่งแรกของเวียดนาม โครงการดังกล่าวลงทุนโดยบริษัท Vietnam Oil and Gas Power Corporation (PV Power) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานแห่งชาติเวียดนาม (Petrovietnam)
โครงการฯ มีมูลค่าการลงทุนรวม 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีกำลังการผลิตรวม 1,624 เมกะวัตต์ และคาดว่าจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 9,000 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าให้แก่พื้นที่ภาคใต้ของเวียดนามอย่างมีนัยสำคัญ โดยโรงไฟฟ้าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569
โรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งใช้กังหันก๊าซรุ่น 9HA.02 ของบริษัท GE (สหรัฐฯ) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระดับโลกที่มีประสิทธิภาพสูงถึงร้อยละ 62-64 ปล่อยมลพิษต่ำ และมีความยืดหยุ่นด้านเชื้อเพลิง สามารถรองรับการใช้ไฮโดรเจนในอนาคตได้ โครงการนี้จึงถือเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนาตลาดไฟฟ้าก๊าซ LNG ของเวียดนามและเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานที่สะอาด ยั่งยืน และทันสมัย
นายกรัฐมนตรีเวียดนามระบุว่า โรงไฟฟ้า LNG Nhon Trach 3 และ Nhon Trach 4 เป็น “ฟันเฟืองสำคัญ” ในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ สนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าถ่านหินและน้ำมัน และรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในภาวะที่สัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในเขตเศรษฐกิจหลักของภาคใต้ การดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และการพัฒนาอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ของประเทศ
โครงการดังกล่าวได้รับการยกย่องในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นโครงการ LNG แห่งแรกของเวียดนามมีกำลังการผลิตและประสิทธิภาพสูงที่สุด มีการใช้กังหันเดี่ยวขนาดใหญ่ที่สุด มีสัดส่วนการใช้ผู้รับเหมาภายในประเทศในระดับสูง สามารถจัดหาเงินทุนโดยไม่ต้องมีการค้ำประกันจากรัฐบาล รวมไปถึงมีต้นทุนการลงทุนที่ต่ำที่สุดในบรรดาโครงการโรงไฟฟ้า LNG ของประเทศในปัจจุบันอนึ่งรัฐบาลเวียดนามยืนยันว่าจะเดินหน้าสนับสนุน ปรับปรุงกฎระเบียบ และอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ เพื่อให้โครงการพลังงานขนาดใหญ่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของเวียดนามในระยะยาว
* * * * *
ที่มา: 1. สำนักข่าว Bao Chinh Phu เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2568
2. สำนักข่าว CafeF เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2568