
บริษัท Samsung Electronics HCMC CE Complex Company Limited (SEHC) ในนครโฮจิมินห์ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของกลุ่ม Samsung จากเกาหลีใต้ ได้ประกาศปรับปรุงข้อมูลการจดทะเบียนธุรกิจ โดยได้เพิ่มกิจกรรมการผลิตหุ่นยนต์ผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับใช้ในครัวเรือนในรายการประเภทธุรกิจอย่างเป็นทางการ นับเป็นก้าวใหม่ของกลุ่ม Samsung ที่มุ่งเน้นการกระจายสายผลิตภัณฑ์และยกระดับเทคโนโลยีการผลิตในเวียดนามให้มีความหลากหลายและมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
บริษัท SEHC เริ่มดำเนินงานเมื่อปี 2558 ด้วยเงินลงทุน 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมุ่งเน้นการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภค โดยเฉพาะทีวีระดับไฮเอนด์ อย่างไรก็ตาม เพื่อตอบรับต่อแนวโน้มเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกระแสบ้านอัจฉริยะ (Smart Home) บริษัทฯ ได้ขยายขอบเขตการดำเนินงานจากเดิม 9 ประเภทธุรกิจ เป็น 20 ประเภทธุรกิจ ครอบคลุมการผลิตในสาขาใหม่ ๆ อาทิ การผลิตชิ้นส่วนโลหะ การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ การผลิตคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง การผลิตเครื่องจักรเฉพาะทางอื่น ๆ โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญคือหุ่นยนต์ผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับใช้ในครัวเรือน ซึ่งคาดว่าจะกลายเป็นสายผลิตภัณฑ์เชิงกลยุทธ์หลักในระบบนิเวศ “บ้านอัจฉริยะ” ของ Samsung ในอนาคตอันใกล้
ปัจจุบัน กลุ่มบริษัท Samsung มีฐานการผลิตหลักในเวียดนาม 4 แห่ง ได้แก่ บริษัท Samsung Thai Nguyen (SEVT) ในจังหวัดท้ายเงวียน บริษัท Samsung Bac Ninh (SEV) ในจังหวัดบั๊กนิญ บริษัท Samsung Display Vietnam (SDV) ในจังหวัดบั๊กนิญ และบริษัท SEHC ในนครโฮจิมินห์ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 บริษัทลูกทั้ง 4 แห่งมีรายได้รวมกว่า 43.37 ล้านล้านวอน (ประมาณ 30.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 โดย SEHC มีส่วนสนับสนุนรายได้ 4.01 ล้านล้านวอน (ประมาณ 2.79 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรือเกือบร้อยละ 10 ของรายได้รวมทั้งหมด
ปัจจุบัน กลุ่มบริษัท Samsung ยังคงเป็นนักลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) รายใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 23.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมโรงงานผลิต 6 แห่ง ศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) 1 แห่ง และสำนักงานขายอีก 1 แห่ง ทั้งนี้ การเพิ่มสายการผลิตหุ่นยนต์ผู้ช่วยอัจฉริยะในนครโฮจิมินห์ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของเวียดนามในฐานะศูนย์กลางการผลิตและห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีขั้นสูงของ Samsung ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้วิศวกรชาวเวียดนามมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้นในด้านระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ (AI)
* * * * *
ที่มา: 1. สำนักข่าว Vietnam Business Insider เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568
2. สำนักข่าว CafeF เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568