
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568บริษัท FPT Corporation ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของเวียดนาม ได้เปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาชิปเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีชั้นสูง ณ Danang Software Park แห่งที่ 2 นครดานัง โดยมีนาย Nguyen Van Quang เลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำนครดานังเข้าร่วมด้วย
ศูนย์วิจัยและพัฒนาชิปเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีชั้นสูงดังกล่าว มีพื้นที่รวมเกือบ 3,000 ตารางเมตร โดยมีเป้าหมายดึงดูดผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี 500 คนภายในปี 2568 และจะขยายจำนวนเพิ่มเติมในอนาคต รวมทั้งเป็นศูนย์ที่ทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของบริษัท FPT Corporation ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ได้เฉลี่ย 10 รายการต่อปี ทั้งนี้ การจัดตั้งศูนย์ฯ ดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในการดำเนินการตามข้อตกลงความร่วมมือในการลงทุนด้านการวิจัย พัฒนาเทคโนโลยี และทรัพยากรในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ครอบคลุมระหว่างบริษัท FPT Corporation กับกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของนครดานัง ซึ่งลงนามเมื่อเดือนมกราคม 2568
ในช่วงที่ผ่านมา บริษัท FPT Corporation สามารถดึงดูดและฝึกอบรมพนักงานที่มีคุณภาพสูงได้กว่า 10,000 ราย คิดเป็นร้อยละ 69 ของมูลค่าการส่งออกซอฟต์แวร์ทั้งหมดของนครดานัง นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ทำการวิจัย พัฒนา และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 10 รายการในนครฯ ซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาในหลายด้าน อาทิ แนวทางการจัดการก๊าซเรือนกระจกแบบอัตโนมัติ VertZero ระบบจัดการสินเชื่อครบวงจร LendVero และระบบจัดเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ArchiveNex เป็นต้น
นอกจากนี้ นาย Ho Ky Minh รองประธานคณะกรรมการประชาชนนครดานัง เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า การพัฒนาด้านทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลถือเป็นสาขาที่นครฯ ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ และเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของนครฯ[1] ทั้งนี้ ภายในปี 2573 นครดานังตั้งเป้าให้เศรษฐกิจดิจิทัลมีสัดส่วนร้อยละ 35 – 40 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมท้องถิ่น (GRDP) โดย AI และเซมิคอนดักเตอร์เป็นสาขาสำคัญในการพัฒนา ในขณะเดียวกัน นครฯ ยังตั้งเป้าให้มีวิศวกรที่มีความสามารถในด้านไมโครชิปและเซมิคอนดักเตอร์อย่างน้อย 5,000 คน วิศวกรออกแบบ 2,000 คน และวิศวกรและช่างเทคนิคด้านบรรจุภัณฑ์และการทดสอบ 3,000 คน
ทั้งนี้ ในช่วงต่อไป นครดานังจะดำเนินการตามแนวทางที่สำคัญเพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาชิปเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีขั้นสูง ดังนี้
1. สร้างเงื่อนไขและสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยที่สุดให้แก่ภาคธุรกิจ
2. เสนอให้รัฐบาลเวียดนามพิจารณาเสริมกลไกและนโยบายเพื่อกระตุ้นการลงทุน โดยเฉพาะเงื่อนไขในการจัดตั้งศูนย์กลางการเงินระดับภูมิภาค ศูนย์นวัตกรรมและ Start-up และศูนย์วิจัยและพัฒนา
3. ส่งเสริมกลไกการวิจัย นโยบาย และการสนับสนุนการลงทุนในสาขาเทคโนโลยีชั้นสูง อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล อุตสาหกรรมสนับสนุน รวมถึงการจัดตั้งศูนย์การค้าระดับ High-end และพื้นที่ความบันเทิง โดยมีกลไกดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนมากขึ้น
* * * * * *
ที่มา: สำนักข่าว Bao Da Nang เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568
[1] ตามข้อมติเลขที่ 57-NQ/TW ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2567 ของกรมการเมืองว่าด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลระดับชาติ