
ในช่วงการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีเวียดนาม พร้อมภริยา เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา บริษัท Sun Group และบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา (Central Pattana)[1] ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และร่วมพัฒนาโครงการศูนย์การค้าและโครงการ Mixed-Use Complex ระดับพรีเมียมในเวียดนาม
ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายมีแผนศึกษาและพัฒนาโครงการแลนด์มาร์กขนาดใหญ่ที่ได้มาตรฐานสากลในนครดานัง นครโฮจิมินห์ และเกาะ Phu Quoc (จังหวัดอานซาง) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการค้าและบริการ ตลอดจนสร้างภาพลักษณ์เมืองสมัยใหม่ให้แก่พื้นที่สำคัญของประเทศ สำหรับนครดานัง ทั้งสองบริษัทจะศึกษาการพัฒนาโครงการศูนย์การค้าและศูนย์ความบันเทิงขนาดใหญ่ริมแม่น้ำ Han เพื่อสร้างจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ในการช้อปปิ้ง ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์การท่องเที่ยวของนครฯ ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดทั้งประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ขณะที่โครงการของนครโฮจิมินห์ ทั้งสองบริษัทจะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการศูนย์การค้า ความบันเทิง และบริการขนาดใหญ่ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของนครฯ รวมถึงพื้นที่ศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศแห่งใหม่ เพื่อเสริมสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของมหานครเศรษฐกิจสำคัญของเวียดนาม[2]
ความร่วมมือระหว่าง Sun Group และ Central Pattana เป็นก้าวสำคัญในช่วงเวลาที่ “การท่องเที่ยวเชิงช้อปปิ้ง” (Shopping Tourism) กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก โดยข้อมูลการวิจัยตลาดคาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดการท่องเที่ยวเชิงช้อปปิ้งทั่วโลกจะอยู่ที่ 3.21 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 และอาจเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 6.13 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2576 ขณะที่ในหลายประเทศ รายจ่ายด้านการช้อปปิ้งของนักท่องเที่ยวต่างชาติ คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 30-50 ของค่าใช้จ่ายตลอดการเดินทาง
สำหรับเวียดนาม เป็นประเทศที่ยังมีศักยภาพอีกมากในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงช้อปปิ้ง โดยในปี 2568 เวียดนามต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 21 ล้านคน และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวมมากกว่า 1 พันล้านล้านด่ง (3.79 หมื่นล้านดอลลาร์หสรัฐ) ขณะที่ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 เวียดนามต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วเกือบ 8.8 ล้านคน ทั้งนี้ ภาคการท่องเที่ยวของประเทศตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า 25 ล้านคนต่อปีในระยะข้างหน้า พร้อมมุ่งเน้นการเพิ่มคุณภาพและมูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวมากกว่าการเติบโตเชิงปริมาณเพียงอย่างเดียว
Sun Group ระบุว่า หนึ่งในความท้าทายสำคัญของการท่องเที่ยวเวียดนามในปัจจุบัน คือ แม้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนยังต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาค ดังนั้น การพัฒนาโครงการศูนย์การค้าและแหล่งความบันเทิงระดับสากลจึงเป็นกลไกสำคัญในการยืดระยะเวลาพำนัก กระตุ้นการใช้จ่าย และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากภาคการท่องเที่ยว
BIC นครโฮจิมินห์ เห็นว่า ความร่วมมือระหว่างบริษัทเซ็นทรัลพัฒนาและ Sun Group ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนไทยที่มีต่อศักยภาพการเติบโตของตลาดเวียดนามโดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยว การค้าปลีก และอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ อีกทั้งยังสอดคล้องกับแนวโน้มการพัฒนาเมืองและการยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวของเวียดนามในระยะยาว ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างศูนย์กลางการค้าและความบันเทิงแห่งใหม่ที่สามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาค และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของภาคบริการ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจเวียดนามในอนาคต
[1] ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ชั้นนำของไทยในเครือกลุ่มบริษัทเซ็นทรัล (Central Group) ปัจจุบัน เป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มบริษัทเซ็นทรัล โดยมีทรัพย์สินภายใต้การบริหาร ประกอบด้วย ศูนย์การค้า 45 แห่ง โครงการที่อยู่อาศัย 53 โครงการ อาคารสำนักงาน 11 แห่ง โรงแรม 13 แห่ง และศูนย์การค้าชุมชน (Community Mall) 16 แห่งทั่วประเทศไทย หนึ่งในโครงการสำคัญคือ CentralWorld ในกรุงเทพฯ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในศูนย์รวมการช้อปปิ้ง ความบันเทิง และการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย
[2] สำหรับเกาะ Phu Quoc ทั้งสองฝ่ายมีแผนพัฒนาศูนย์การค้าระดับ High-end ที่ผสานการช้อปปิ้ง ความบันเทิง และการท่องเที่ยวเข้าไว้ในพื้นที่เดียวกัน โดยตั้งเป้าผลักดันให้เกาะ Phu Quoc ก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางด้านการช้อปปิ้งแห่งใหม่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว VnExpress เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569
https://vnexpress.net/sun-group-hop-tac-ong-lon-thai-lan-phat-trien-to-hop-thuong-mai-5079377.html