
บริษัท Kaspersky เปิดเผยว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในเวียดนามมากกว่าร้อยละ 23 เผชิญภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปี 2568 ติดลำดับที่ 78 ของโลก โดยภัยคุกคามส่วนใหญ่เกิดจากการใช้ช่องโหว่ของเบราว์เซอร์ ปลั๊กอิน และแพลตฟอร์มออนไลน์ในการแพร่กระจายมัลแวร์ ซึ่งรูปแบบการโจมตีที่พบบ่อย ได้แก่ การดาวน์โหลดมัลแวร์โดยอัตโนมัติจากเว็บไซต์ที่ถูกเจาะระบบ (drive-by download) และการหลอกลวงทางสังคม (social engineering) ที่จูงใจให้ผู้ใช้งานดาวน์โหลดไฟล์อันตรายซึ่งแฝงมาในรูปแบบของเนื้อหาที่ดูน่าเชื่อถือ
ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่าฟิลิปปินส์มีสัดส่วนผู้เผชิญภัยคุกคามสูงสุดที่ร้อยละ 32.9 รองลงมาคือมาเลเซียที่ร้อยละ 26.7 ขณะที่เวียดนามแม้อัตราจะต่ำกว่าบางประเทศ แต่ยังคงมีผู้ใช้งานเกือบหนึ่งในสี่ได้รับผลกระทบ ส่วนอินโดนีเซีย สิงคโปร์ และไทยมีระดับความเสี่ยงต่ำกว่าเล็กน้อย สะท้อนความแตกต่างของพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลและมาตรการความปลอดภัยไซเบอร์ในแต่ละประเทศ
อย่างไรก็ดี หากพิจารณาในด้านปริมาณ เวียดนามกลับมีจำนวนเหตุการณ์ภัยคุกคามสูงที่สุดในกลุ่ม 6 ประเทศ โดยสามารถตรวจจับและป้องกันการโจมตีได้ถึง 23.84 ล้านครั้งในปีเดียว หรือเฉลี่ยมากกว่า 65,000 ครั้งต่อวัน
แม้แนวโน้มภัยคุกคามจะลดลงต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงการพัฒนาด้านความมั่นคงทางไซเบอร์และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า รูปแบบการโจมตีมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการโจมตีแบบฟิชชิงที่มีความเฉพาะเจาะจงสูง โดยภาคธุรกิจและผู้ใช้งานทั่วไปควรเพิ่มมาตรการป้องกัน อาทิ การอัปเดตซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอ การใช้ระบบยืนยันตัวตนหลายขั้นตอนและการพัฒนาระบบตรวจจับภัยคุกคามเพื่อยกระดับความปลอดภัยทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน