
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2567 กองเงินการทุนระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า GDP ของเวียดนามในปี 2567 จะเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 6.1 ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์เดิมที่ร้อยละ 6.0 เมื่อเดือนมิถุนายน 2567 โดยมีปัจจัยบวกจากการที่อุปสงค์ภายในประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่อง การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น รวมถึงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย
ในส่วนของสถาบันการเงินอื่น ๆ นั้น ธนาคาร UOB ได้ปรับลดการคาดการณ์การเติบโตของ GDP เวียดนามในปี 2567 จากร้อยละ 6 เหลือร้อยละ 5.9 ธนาคาร ADB ยังคงคาดการณ์การเติบโตไว้ที่ร้อยละ 6 ธนาคารโลก (WB) คาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 6.1 และธนาคารแห่งชาติเวียดนามตั้งเป้าให้เติบโตร้อยละ 6.5-7 ในส่วนของอัตราเงินเฟ้อ IMF คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 4-4.5 ด้วยสาเหตุหลักมาจากราคาสิ่งอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดี IMF ยังคงมองว่าเวียดนามยังคงมีปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจในระดับสูง โดยมีรายละเอียด ดังนี้
- สถานการณ์การส่งออก แม้ว่ามูลค่าการส่งออกของเวียดนามเพิ่มขึ้นแต่ยังคงไม่มีเสถียรภาพ เนื่องจากผลกระทบของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อหรือข้อพิพาททางการค้าที่เพิ่มขึ้นซึ่งอาจส่งผลให้อุปสงค์ของโลกลดลง ในขณะที่การส่งออกเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเวียดนาม ซึ่งในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 เวียดนามมีรายได้จากการส่งออกสินค้ามากกว่า 299,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 16.3 เมื่อเทียบกับห้วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
- แม้ว่านโยบายการเงินในประเทศจะผ่อนคลายลง แต่เวียดนามยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยนจากต่างประเทศที่ยืดเยื้อ จึงส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในประเทศสูงขึ้น โดยข้อมูลจากธนาคารแห่งชาติเวียดนามระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2567 เงินดองเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐมีมูลค่าลดลงเกือบร้อยละ 3.85 นอกจากนี้ ตลาดที่อ่อนแอในระยะยาวอาจส่งผลกระทบเกินคาดต่อความสามารถของธนาคารในการขยายสินเชื่อ
จึงอาจจะทำให้เสถียรภาพทางการเงินลดลง
ดังนั้น IMF ได้ให้คำแนะนำทางนโยบายทางการเงินแก่เวียดนาม ได้แก่ (1) การมีนโยบายการคลังที่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในการลงทุนภาครัฐ (2) การปรับนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนที่ยืดหยุ่นมากขึ้น (3) การเสริมสร้างกรอบทางกฎหมายเกี่ยวกับการล้มละลายและเพิ่มความโปร่งใส ในตลาดตราสารหนี้ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาว และ (4) การปฏิรูปโครงสร้างและนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อให้บรรลุการเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุม
(ประมวลข้อมูลโดยศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในเวียดนาม สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย)
ที่มา: สำนักข่าวท้องถิ่นวันที่ 12 ตุลาคม 2567
https://baomoi.com/imf-du-bao-tang-truong-kinh-te-viet-nam-dat-muc-6-1-trong-nam-2024-c50338432.epi