เวียดนามเร่งวางยุทธศาสตร์พัฒนาศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ (IFC) นครโฮจิมินห์ ตั้งเป้าติดอันดับโลก พร้อมขยายความร่วมมือกับสวิตเซอร์แลนด์

POST ON 9 มีนาคม 2026

เวียดนามเร่งวางยุทธศาสตร์พัฒนาศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ (IFC) นครโฮจิมินห์ ตั้งเป้าติดอันดับโลก พร้อมขยายความร่วมมือกับสวิตเซอร์แลนด์

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 สำนักงานบริหารศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ ณ นครโฮจิมินห์ ร่วมกับสถาบันวิจัยการพัฒนานครโฮจิมินห์ จัดการสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ (International Financial Center: IFC)
นครโฮจิมินห์ ระยะปี 2569-2573

แผนพัฒนา IFC นครโฮจิมินห์ กำหนดกรอบการดำเนินงานบน 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการหลัก ดังนี้

1. ตลาดทุนระหว่างประเทศ ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทางการเงินหลัก เช่น หุ้น หุ้นกู้ และเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลาย โดยมุ่งเปิดเสรีทางการเงินที่เพิ่มมากขึ้น อาทิ การจดทะเบียนและซื้อขายด้วยสกุลเงินต่างประเทศ และการจดทะเบียนข้ามตลาด

2. บริการทางการเงินเพื่อการค้าและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เช่น สินเชื่อเพื่อ
การส่งออก หนังสือค้ำประกันทางการค้า (LC) การเงินเพื่อห่วงโซ่อุปทาน ประกันการค้า บริการรับซื้อหนี้การค้า (Factoring) และเครื่องมือบริหารความเสี่ยง

3. ธนาคารดิจิทัลและ Fintech โดยมุ่งหมายให้เป็นศูนย์กลางสำหรับการทดลอง พัฒนา และดำเนินงานด้านดิจิทัลของสถาบันการเงินระดับโลก

4. ผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่สำหรับตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น การซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์และการเงินสีเขียว เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว

การพัฒนา IFC จะดำเนินการเป็น 3 ระยะ ได้แก่ (1) ระยะแรก การวางรากฐานด้านกฎหมาย และโครงสร้างตลาด (2) ระยะที่ 2 การขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินขั้นสูงมากขึ้น พร้อมพัฒนาบริการสำหรับนักลงทุนรายย่อยภายใต้กลไกการกำกับดูแลอย่างรอบคอบ และ (3) ระยะที่ 3 การพัฒนาศูนย์ IFC ให้สมบูรณ์ ครอบคลุมตลาดอนุพันธ์และการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ในรูปแบบมาตรฐาน

ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเห็นว่า ยุทธศาสตร์ดังกล่าวควรกำหนดวิสัยทัศน์ระยะยาวถึงปี 2578-2588 พร้อมตั้งเป้าหมายให้นครโฮจิมินห์ก้าวขึ้นสู่50 อันดับแรกของศูนย์กลางการเงินโลก[1] โดยควรกำหนดแนวทางและมาตรการที่ชัดเจนในด้านกฎหมาย ทรัพยากรมนุษย์ เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน การบริหารความเสี่ยง การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมถึงการเชื่อมโยงกับสถาบันการเงินภายในประเทศ ตลอดจนใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบของผู้ที่เริ่มพัฒนาภายหลัง การกำหนดตลาดเฉพาะกลุ่ม การบรรจุประเด็นใหม่ เช่น สินทรัพย์ดิจิทัลและตลาดเงินตราต่างประเทศ และการจัดทำตัวชี้วัด (KPI) เพื่อประเมินผล

ขณะเดียวกัน เวียดนามยังเดินหน้าขยายความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยในวันเดียวกัน ภายใต้กรอบการเยือนสวิตเซอร์แลนด์อย่างเป็นทางการนายNguyen Hoa Binh รองนายกรัฐมนตรีเวียดนามแสดงความประสงค์ที่จะขยายความร่วมมือกับสวิตเซอร์แลนด์ในการพัฒนาศูนย์ IFC โดยให้ความสำคัญกับการจัดทำกรอบกฎหมาย การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการบริหารและการดำเนินงาน การพัฒนาบุคลากรคุณภาพสูง และการเชื่อมโยงศูนย์ IFC ของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ เวียดนามยังเชิญชวนภาคธุรกิจสวิตเซอร์แลนด์เข้ามาลงทุนในศูนย์ IFC นครโฮจิมินห์และนครดานัง โดยเฉพาะในสาขาที่สวิตเซอร์แลนด์มีความเชี่ยวชาญ เช่น การเงินสีเขียว การเงินดิจิทัล พลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ ซึ่งได้รับการตอบรับเชิงบวกจากฝ่ายสวิตเซอร์แลนด์และภาคธุรกิจ ที่เชื่อมั่นว่าศูนย์ IFC จะเป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามในระยะยาว

BIC นครโฮจิมินห์ เห็นว่า การเร่งพัฒนาศูนย์ IFC ของเวียดนาม โดยเฉพาะนครโฮจิมินห์ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนและการเปิดรับความร่วมมือจากต่างประเทศจะสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการไทยในการเข้าไปมีบทบาทในห่วงโซ่คุณค่าทางการเงินและบริการที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ ธุรกิจธนาคารและการเงินระหว่างประเทศ Fintech การเงินสีเขียว การบริหารสินทรัพย์ การให้บริการที่ปรึกษางานระบบเทคโนโลยีทางการเงิน รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการสนับสนุนศูนย์ IFC ผู้ประกอบการไทย ซึ่งมีความได้เปรียบด้านความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ ความคุ้นเคยกับตลาดอาเซียน และประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจข้ามพรมแดน ควรติดตามความคืบหน้าด้านกฎระเบียบและนโยบายอย่างใกล้ชิด เพื่อต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในตลาดการเงินเวียดนามที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็วในระยะกลางและระยะยาว

* * * * *

[1] ปัจจุบัน ตามรายงาน Global Financial Centres Index (GFCI) ครั้งที่ 38 เมื่อเดือน ก.ย. 2568 ที่เพิ่งประกาศล่าสุด นครโฮจิมินห์อยู่ในอันดับที่ 95 จากทั้งหมด 120 เมืองที่ได้รับการจัดอันดับ เพิ่มขึ้นจากอันดับที่ 98 ในรายงาน GFCI ครั้งที่ 37 เมื่อเดือน มี.ค. 2568 ในขณะที่กรุงเทพมหานคร ลดจากอันดับที่ 96 เป็นอันดับที่ 102 ทั้งนี้ นอกจากนครโฮจิมินห์ และกรุงเทพมหานคร เมืองในประเทศอาเซียนที่ได้รับการจัดอันดับ ประกอบด้วย สิงคโปร์ (4) กรุงกัวลาลัมเปอร์ (45) เมืองลาบวน (60) กรุงจาการ์ตา (91) และกรุงมะนิลา (104)

ที่มา: 1. สำนักข่าว Thanh nien เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2569

https://thanhnien.vn/trung-tam-tai-chinh-quoc-te-tai-tphcm-gom-nhung-san-pham-gi-18526012816264503.htm

2. สำนักข่าว Bao Chinh Phu เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2569

https://baochinhphu.vn/viet-nam-mong-muon-tang-cuong-hop-tac-voi-thuy-si-trong-phat-trien-trung-tam-tai-chinh-quoc-te-102260129081059603.htm

ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง



ดูข่าวทั้งหมด

THAIBIZ VIETNAM

THAILAND BUSINESS INFORMATION CENTER

  • หน้าแรก
  • ประชาสัมพันธ์
  • ข่าว
  • ศูนย์ธุรกิจไทยในเวียดนาม
  • บทความ
  • มีเดีย
  • กฎระเบียบที่ควรรู้
  • ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อมูลรายจังหวัด/นคร

ยอดผู้เข้าชม

1

กำลังเข้าชมขณะนี้

643863

เข้าชมทั้งหมด