
รัฐบาลเวียดนามประกาศใช้กฤษฎีกาที่ 92/2026/ND-CP ว่าด้วยการกำหนดกลไกและนโยบายเฉพาะสำหรับคณะกรรมการบริหารศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศ (Vietnam International Financial Center: VIFC) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และดึงดูดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญสูงทั้งในและต่างประเทศเข้ามามีบทบาทในการพัฒนา VIFC ของประเทศ
กฤษฎีกาดังกล่าวครอบคลุมถึงคณะกรรมการบริหาร หน่วยงานสนับสนุน และคณะกรรมการที่ปรึกษา โดยกำหนดสิทธิประโยชน์และกลไกจูงใจในระดับพิเศษ ดังนี้
1. คณะกรรมการบริหาร สมาชิกที่ปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะ “ควบตำแหน่ง” (ไม่ได้ทำงานเต็มเวลาในตำแหน่งดังกล่าว) จะได้รับเงินเพิ่ม (ค่าตอบแทนพิเศษ) ในอัตราร้อยละ 50 ของเงินเดือนปัจจุบัน[1] ขณะที่ประธานคณะกรรมการบริหารซึ่งปฏิบัติงานเต็มเวลา จะได้รับเงินเพิ่มสูงสุดถึงร้อยละ 80 ของเงินเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านที่อยู่อาศัย พาหนะ การรักษาพยาบาล และสวัสดิการอื่น ๆ ในระดับเทียบเท่าบุคลากรระดับสูงด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล[2]
2. หน่วยงานสนับสนุน คณะกรรมการบริหารมีอำนาจกำหนดโครงสร้างและคัดเลือกบุคลากร โดยผู้ปฏิบัติงานจะได้รับเงินเดือนตามตำแหน่ง พร้อมเงินเพิ่มรายเดือนร้อยละ 80 และอาจสูงถึงร้อยละ 150 สำหรับบุคลากรที่มีศักยภาพโดดเด่นตามนโยบายดึงดูดผู้มีศักยภาพสูงของรัฐ[3] รวมถึงได้รับการสนับสนุนด้านเครื่องมือทำงาน เทคโนโลยี การฝึกอบรมทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนโอกาสความก้าวหน้าในสายอาชีพภายหลังสิ้นสุดภารกิจ
3. คณะกรรมการที่ปรึกษา เปิดโอกาสให้คณะกรรมการบริหารฯ สามารถว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและกฎหมายทั้งในและต่างประเทศ โดยกำหนดค่าตอบแทนตามความสามารถและประสบการณ์ ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญชาวเวียดนามที่ประสงค์ทำงานต่อในระบบราชการสามารถได้รับการพิจารณาบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐ พร้อมรับเงินเพิ่มสูงสุดถึงร้อยละ 150 ของเงินเดือนเดิม เป็นระยะเวลา 5 ปี
คณะกรรมการบริหาร VIFC มีบทบาทสำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์ แผนงาน และแนวทางพัฒนาศูนย์ VIFC ในนครโฮจิมินห์และนครดานัง รวมถึงการกำกับดูแลการดำเนินงาน การประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และการจัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย
BIC นครโฮจิมินห์ เห็นว่า การออกนโยบายเฉพาะครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของเวียดนามในการสร้างกลไกบริหารที่มีความยืดหยุ่นและสามารถดึงดูดบุคลากรคุณภาพสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในพัฒนาศูนย์ VIFC และแข่งขันกับศูนย์กลางทางการเงินอื่น ๆ ในภูมิภาค ทั้งนี้ หากสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ และผลักดันให้เวียดนามก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญของภูมิภาคในระยะยาว
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว Bao Chinh Phu เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2569
[1] ทั้งนี้ ฐานเงินเดือนที่ใช้คำนวณประกอบด้วย “เงินเดือนตามตำแหน่ง (กรณีเป็นตำแหน่งบริหาร)” หรือ “เงินเดือนตามระดับ/ขั้นของข้าราชการ” รวมกับ “เงินเพิ่มตำแหน่งบริหาร” (ถ้ามี) อย่างไรก็ดี เงินเพิ่มดังกล่าวจะไม่นำไปใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบหรือสิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบประกันสังคมภาคบังคับและประกันสุขภาพ กล่าวคือ เป็นเพียงค่าตอบแทนเพิ่มเติมนอกเหนือจากเงินเดือนปกติ โดยไม่ส่งผลต่อการคำนวณสิทธิประโยชน์ด้านประกันในระยะยาว
[2] กฤษฎีกาที่ 231/2025/ND-CP ลงวันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ. 2025
[3] กฤษฎีกาที่ 179/2024/ND-CP ลงวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2024