
ศูนย์การเงินด้านการบินแห่งเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Aviation Financial Hub: AAFH) ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในนครโฮจิมินห์ โดยตั้งเป้าระดมทุนเริ่มต้นมากกว่า 6.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และผลักดันให้เวียดนามก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเงินด้านการบินแห่งใหม่ของภูมิภาค โครงการดังกล่าว อยู่ภายใต้ศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศเวียดนามในนครโฮจิมินห์ (Vietnam International Financial Center in Ho Chi Minh City: VIFC-HCM) โดยได้ประกาศจัดตั้งภายในงาน Singapore Airshow ปี 2026 ท่ามกลางการเข้าร่วมของผู้เล่นรายใหญ่ระดับโลกในอุตสาหกรรมการบินและการเงิน โดยมีVietJet และบริษัทชั้นนำ อาทิ Airbus, Boeing, Pratt & Whitney, Rolls-Royce, CFM International และสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เข้าร่วม
ศูนย์ AAFH จะมอบมาตรการจูงใจด้านนโยบายเพื่อสนับสนุนธุรกรรมการเงินด้านการบิน อาทิ นโยบายภาษีที่สามารถแข่งขันได้ การเปิดเสรีการเคลื่อนย้ายเงินทุน ระบบการชำระเงินหลายสกุลเงิน และกรอบกฎหมายตามมาตรฐานสากลเพื่อคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สิน ศูนย์ดังกล่าวได้รับการออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มแบบเบ็ดเสร็จที่เชื่อมโยงการเงินด้านการบินเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานสนามบิน บริการซ่อมบำรุงอากาศยาน การฝึกอบรม โลจิสติกส์ และกิจกรรมการค้าเสรี เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่มูลค่า โดยคาดว่าภายในปี 2578 จะเอื้อให้เกิดมูลค่าธุรกรรมรวมราว 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
การจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมการบินโลกกำลังปรับโครงสร้าง โดยเวียดนามถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชีย-แปซิฟิก ภายในพิธีเปิด Airbus และ Boeing ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกเชิงยุทธศาสตร์กิตติมศักดิ์ภายใต้ศูนย์ VIFC-HCM ขณะที่ Airbus ระบุว่าการเข้าร่วมสะท้อนความมุ่งมั่นระยะยาวในการพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาทางการเงินสำหรับอากาศยานรุ่นใหม่ และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาค
นอกจากนี้ VietJet ยังทำหน้าที่เป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งและเป็นแหล่งกิจกรรมธุรกรรมสำคัญของศูนย์ โดยสายการบินมีคำสั่งซื้อเครื่องบินเกือบ 600 ลำ ซึ่งก่อให้เกิดความต้องการเงินทุนระยะยาวในระดับสูง นอกจากนี้ ระหว่างงาน Singapore Airshow บริษัทฯ ยังได้ลงนามข้อตกลงด้านเครื่องยนต์และการจัดหาเงินทุนรวมมูลค่ากว่า 6.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงความร่วมมือกับ Pratt & Whitney สำหรับเครื่องบิน A321neo และ A321XLR จำนวน 44 ลำ ตลอดจนข้อตกลงด้านการเงินกับพันธมิตรหลายราย เช่น PIMCO เพื่อสนับสนุนการขยายตัวในอนาคต
BIC นครโฮจิมินห์ เห็นว่า การจัดตั้งศูนย์ AAFH สะท้อนให้เห็นว่าเวียดนามกำลังขยับบทบาทจากตลาดการบินที่เติบโตเร็วไปสู่การเป็นศูนย์กลางการเงินด้านการบินระดับภูมิภาค โดยใช้มาตรการภาษี การเปิดเสรีเงินทุน และกรอบกฎหมายที่เป็นสากลเป็นเครื่องมือดึงดูดทุนและผู้เล่นระดับโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางเงินทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับนักธุรกิจไทย นับเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย กล่าวคือ อาจเปิดช่องให้สถาบันการเงิน บริษัทที่ปรึกษา และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบินเข้าไปมีส่วนร่วมในระบบนิเวศใหม่นี้ แต่ขณะเดียวกันก็สะท้อนการแข่งขันด้านการเป็นศูนย์กลางทางการเงินและอุตสาหกรรมการบินที่เข้มข้นขึ้น ดังนั้น ภาคธุรกิจไทยควรติดตามพัฒนาการด้านกฎระเบียบ โครงสร้างสิทธิประโยชน์ และโอกาสการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานกับศูนย์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวทางการเข้าไปเป็นพันธมิตร ผู้ร่วมลงทุน หรือเตรียมปรับกลยุทธ์รับมือกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในภูมิภาคในระยะต่อไป
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว Vietnam News เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569