
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2568 มหาวิทยาลัยแห่งชาตินครโฮจิมินห์ (Vietnam National University Ho Chi Minh City: VNU-HCM) ได้จัดพิธีเปิดโครงการ “ข้อมติ ที่ 57-NQ/: จากวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติตามแบบจำลองความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และสถานประกอบการ” ตามข้อมติที่ 57-NQ/TW ว่าด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในระดับชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และข้อมติ ที่ 68-NQ/TW ว่าด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชน ตามรูปแบบการเชื่อมโยง 3 ฝ่าย ได้แก่ ภาครัฐ สถาบันการศึกษา และสถานประกอบการ
ภายในพิธีดังกล่าว VNU-HCM ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับผู้ประกอบการจำนวน 10 ราย[1] ซึ่งประกอบด้วยบริษัทเทคโนโลยี การเงิน อุตสาหกรรม อาหาร และสาธารณสุข โดยจะดำเนินความร่วมมือใน 6 ด้านสำคัญ ได้แก่ (1) การพัฒนาทรัพยากรบุคคลคุณภาพสูง (2) การส่งเสริมการวิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยี (3) การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (4) นวัตกรรมและธุรกิจ Startup (5) การพัฒนาอย่างยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม และ (6) การจัดทำนโยบายและกลไกสำหรับการเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และสถานประกอบการ
นอกเหนือจากความร่วมมือข้างต้นแล้ว บริษัทต่าง ๆ ยังมีความร่วมมือเฉพาะทางกับ VNU-HCM โดยเฉพาะบริษัท VNG (บริษัทเทคโนโลยียูนิคอร์นของเวียดนาม) มุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับ VNU-HCM และมหาวิทยาลัยสมาชิกของ VNU-HCM [2] เพื่อฝึกอบรมนักศึกษาที่มีคุณภาพอย่างน้อย 1,000 คน ผ่านโครงการร่วมกันระหว่างทั้งสองฝ่าย และจะสนับสนุนเงิน จำนวน 25 พันล้านด่ง (ราว 962,834 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับกิจกรรมการวิจัยและพัฒนาภายใน 3 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้ บริษัท VNG จะดำเนินการส่งเสริมการเริ่มต้นธุรกิจและนำโครงการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ในเชิงพาณิชย์ โดยจะเปิดห้องปฏิบัติการวิจัยและปัญญาประดิษฐ์ที่สำนักงานใหญ่ของ VNG Campus เขต 7 นครโฮจิมินห์ ซึ่งจะสนับสนุนพื้นที่ทำงานและความสามารถในการประมวลผล GPU สำหรับกลุ่มนักวิจัยของ VNG หรือกลุ่มอื่น ๆ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมให้กลุ่มนักวิจัยสามารถเผยแพร่ผลงานในวารสารวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ หรือเปิดโอกาสให้สามารถเข้าร่วมการนำเสนอผลงานในการประชุมเฉพาะทางชั้นนำด้านปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งจะช่วยเวียดนามในเวทีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของโลก
ปัจจุบัน บริษัท VNG มีพนักงานจำนวนกว่า 3,200 คน โดยในจำนวนนั้นมีพนักงานที่เป็นศิษย์เก่าของ VNU-HCM เกือบ 1,000 คน โดยเฉพาะมีพนักงานจำนวนมากที่กำลังดำรงตำแหน่งสำคัญในสาขาวิศวกรรม ผลิตภัณฑ์ และข้อมูล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญและประสิทธิภาพของความร่วมมือใกล้ชิดระหว่างสถานประกอบการและสถาบันการศึกษา โดยเฉพาะในบริบทที่เวียดนามได้กำหนดการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นแรงผลักดันที่สำคัญสำหรับการเติบโตในอนาคต
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว CafeF เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568
https://cafef.vn/dai-hoc-quoc-gia-tphcm-vng-thuc-day-mo-hinh-hop-tac-3-nha-188250527093401296.chn
[1] ได้แก่ (1) บริษัท VNG (บริษัทยูนิคอร์นด้านเทคโนโลยีของเวียดนาม) (2) ธนาคาร ACB (3) บริษัท Coteccons (บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม) (4) บริษัท Thanh Cong – Bien Hoa (บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมน้ำตาลของเวียดนาม) (5) บริษัท Tetra Pak เวียดนาม (บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการจัดหาแนวทางการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหาร) (6) กลุ่มบริษัท Nestlé เวียดนาม (7) บริษัท Suntory PepsiCo Vietnam Beverage (8) บริษัท Dien Quang Group (บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในด้านการจัดหาผลิตภัณฑ์ บริการ และแนวทางสำหรับระบบไฟส่องสว่าง อุปกรณ์ไฟฟ้า และระบบควบคุมอัจฉริยะ) (9) โรงพยาบาล DNA International และ (10) Sunwah Group
[2] ประกอบด้วย (1) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนครโฮจิมินห์ (2) มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ (3) มหาวิทยาลัยสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ (4) มหาวิทยาลัยนานาชาติ (5) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศ (6) มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และกฎหมาย (7) สถาบันสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร (8) มหาวิทยาลัย An Giang และ (9) มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ