
บริษัท Central Retail Vietnam กลุ่มค้าปลีกจากประเทศไทยรายงานรายได้จากการดำเนินธุรกิจในเวียดนามเกือบ 29,000 พันล้านดองเวียดนาม หรือประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ เติบโตประมาณร้อยละ 7 สะท้อนกำลังซื้อและความต้องการบริโภคในตลาดเวียดนามที่ยังคงแข็งแกร่ง
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับผู้เล่นรายสำคัญในตลาดค้าปลีกเวียดนาม รายได้ของบริษัท Central Retail Vietnam ต่ำกว่าบริษัท Bach Hoa Xanh ซึ่งทำรายได้ 34,400 พันล้านดอง (ประมาณ 1.32 พันล้านดอลลาร์) แต่สูงกว่าบริษัท WinCommerce ในเครือบริษัท Masan ที่มีรายได้ 28,400 พันล้านดอง (ประมาณ 1.09 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยธุรกิจอาหารยังคงเป็นแหล่งรายได้หลักของ Central Retail ด้วยยอดขาย 31.6 พันล้านบาท (ราว 982 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) รองลงมาคือกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ในบ้านและเทคโนโลยี 3.9 พันล้านบาท (ประมาณ 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ส่วนที่เหลือเป็นกลุ่มสินค้าแฟชั่น
บริษัท Central Retail Vietnam เริ่มดำเนินธุรกิจในเวียดนามตั้งแต่ปี 2555 และปัจจุบันเป็นเจ้าของและบริหารเครือข่ายค้าปลีกหลายแบรนด์ อาทิ GO!, Tops Market, Lan Chi Mart, Nguyen Kim และ Supersports อีกทั้งยังบริหารศูนย์การค้า GO! จำนวน 42 แห่ง และร้าน Mini GO! อีก 13 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ ตามแผนธุรกิจที่ประกาศเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 บริษัท Central Retail Vietnam ตั้งเป้าเปิดศูนย์การค้า GO! เพิ่มอีก 4–6 แห่ง และศูนย์การค้า Mini Go! อีก 12–15 แห่งในอนาคต โดยศูนย์การค้า GO! แต่ละแห่งมีพื้นที่เฉลี่ยประมาณ 4,500 ตารางเมตร สินค้าอาหารคิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 70 ของสินค้าทั้งหมด ขณะที่ Mini GO! ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองขนาดเล็ก มีพื้นที่เฉลี่ยประมาณ 1,700 ตารางเมตร และเน้นจำหน่ายสินค้าที่ไม่ใช่อาหารเป็นหลัก
นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Central Retail ระบุว่า เวียดนามเป็นตลาดที่มีพลวัตสูงและมีประชากรจำนวนมาก จึงเป็นตลาดยุทธศาสตร์ที่บริษัทต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงสามปีข้างหน้า อย่างไรก็ดี รายได้เฉลี่ยต่อหัวของเวียดนามยังอยู่ในระดับไม่สูงมาก ทำให้ยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการขยายห้างสรรพสินค้าระดับพรีเมียม ทั้งนี้ ไทยและเวียดนามจะยังคงเป็นสองตลาดหลักที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของกลุ่มบริษัทในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่องในระยะต่อไป