
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 นาย Pham Minh Chinh นายกรัฐมนตรีเวียดนามเป็นประธานการประชุมเกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศในเวียดนาม ซึ่งจัดประชุมแบบออนไลน์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและองค์กรระหว่างประเทศจากหลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร ฮ่องกง อินโดนีเซีย และสาธารณรัฐเช็ก เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและความคิดเห็นต่อร่างกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์ฯ
ตามรายงานของกระทรวงการคลังเวียดนาม ศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศในเวียดนามจะพัฒนาในรูปแบบ “หนึ่งศูนย์กลาง สองจุดหมายปลายทาง” โดยนครโฮจิมินห์จะเป็นศูนย์กลางตลาดทุน ธนาคาร พันธบัตร การบริหารกองทุน และการให้บริการด้านการเงินครบวงจร ขณะที่นครดานังจะมุ่งเน้นการพัฒนาบริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ การเดินเรือ การค้าเสรี และห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม
นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลจะจัดตั้งสองหน่วยงานบริหารใน 2 นคร และมีหน่วยงานกำกับดูแลส่วนกลางเพียงแห่งเดียว พร้อมจัดตั้งศาลเฉพาะกิจเพื่อจัดการข้อพิพาททางการเงิน โดยศูนย์ฯ จะดำเนินการบนพื้นฐานดิจิทัลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันระดับโลก และดึงดูดบุคลากรทั้งในและต่างประเทศ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำให้สร้างนโยบายที่ยืดหยุ่นและเป็นมิตรต่อการลงทุน เช่น ระบบ “One-stop Service” การปรับลดขั้นตอนทางกฎหมาย เป็นต้น เพื่อสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่สมดุลระหว่างมนุษย์ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมสั่งการให้นครโฮจิมินห์และนครดานังเร่งเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและประกาศนโยบายพิเศษอย่างโปร่งใส
นายกรัฐมนตรีกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปรับปรุงร่างกฤษฎีกา เพื่อเสนอให้สภาแห่งชาติพิจารณาอนุมัติ และให้ศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศสามารถเริ่มดำเนินงานได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2568
ต่อมาเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานการประชุมพิเศษของรัฐบาล เพื่อพิจารณาร่างกฤษฎีกา 8 ฉบับ ตามข้อมติเลขที่ 222/2025/QH15 ของสภาแห่งชาติว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศของเวียดนาม ซึ่งครอบคลุมนโยบายแรงงานและสวัสดิการสังคมการใช้ที่ดินและสิ่งแวดล้อม นโยบายทางการเงิน การอนุญาตและกำกับดูแลสถาบันการเงินและธนาคาร การป้องกันการฟอกเงินและการจัดหาทุนให้กับการก่อการร้าย การค้าสินค้าและบริการภายในศูนย์ฯ รวมถึงนโยบายด้านการเข้า/ออกเมืองและการพำนักของชาวต่างชาติ
นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานต่าง ๆ มุ่งเน้นหารือในประเด็นที่ยังมีความเห็นแตกต่าง เพื่อสร้างกรอบกฎหมายที่โปร่งใส มั่นคง และมีความสามารถในการแข่งขันระดับโลก อันจะช่วยให้ศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศของเวียดนามสามารถดำเนินงานได้อย่างประสบความสำเร็จและยั่งยืน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและสถาบันการเงินระหว่างประเทศตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
* * * * *
ที่มา: 1. สำนักข่าว Tuoi Tre เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2568
2. สำนักข่าว Bao Chinh Phu เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2568