
นครโฮจิมินห์และนครดานังกำลังเดินหน้าผลักดันการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์คุณภาพสูงเพื่อรองรับการจัดตั้งศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ (International Finance Center: IFC) ตามยุทธศาสตร์ยกระดับบทบาทประเทศสู่ศูนย์กลางการเงินระดับภูมิภาค ภายใต้แนวทาง “หนึ่งศูนย์ สองจุดหมายปลายทาง” ที่กำหนดให้มีการพัฒนาศูนย์ในทั้งสองเมืองควบคู่กัน
เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์โฮจิมินห์ (TheUniversity of Economics Ho Chi Minh City: UEH) ได้จัดพิธีเปิดหลักสูตรอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรสำหรับการดำเนินงานของศูนย์ IFC โดยมีผู้เข้าอบรมจำนวน45 คน ซึ่งเป็นผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หลักจากหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดตั้งและดำเนินงานศูนย์ IFC นับเป็นกิจกรรมแรกในชุดโครงการเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรมนุษย์ตามมติของสภาแห่งชาติเวียดนาม
หลักสูตรดังกล่าวพัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง UEH กับสถาบันการเงินแห่งนิวยอร์ก (New York Institute of Finance: NYIF) ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 โดยผสานองค์ความรู้ทางวิชาการในประเทศเข้ากับประสบการณ์ภาคปฏิบัติระดับนานาชาติ เนื้อหาครอบคลุม 8 หัวข้อสำคัญ ได้แก่ ภาพรวมระบบการเงินโลก รูปแบบศูนย์ IFC ตลาดทุน สถาบันการเงิน ตลาดหลักทรัพย์ ระบบนิเวศฟินเทค การกำกับดูแล การปฏิบัติตามกฎระเบียบ สินทรัพย์ดิจิทัล ตลอดจนการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ศูนย์ IFC[1]
ในขณะเดียวกัน นครดานังได้ประกาศรับบุคลากรเพื่อปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างระยะเวลาที่กำหนด ณ สำนักงานบริหารศูนย์ IFC นครดานัง โดยกำหนดคุณสมบัติด้านการศึกษาค่อนข้างสูง ผู้สมัครต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ 50 อันดับแรกของโลก หรือระดับปริญญาโทและปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ 100 อันดับแรกของโลก[2] ทั้งนี้ เปิดรับทั้งชาวเวียดนามและชาวต่างชาติ พร้อมให้ความสำคัญเป็นพิเศษแก่ผู้ที่มีใบประกอบวิชาชีพระดับนานาชาติ มีทักษะภาษาอังกฤษระดับดีเยี่ยม และสามารถใช้ภาษาต่างประเทศอื่นเพิ่มเติมได้ ตลอดจนมีประสบการณ์ทำงานในหน่วยงานกำกับดูแลภาครัฐ ศูนย์การเงินนานาชาติ หรือองค์กรการเงินและบรรษัทข้ามชาติที่มีรายชื่อใน Forbes Global 2000 ประจำปี 2568
สำหรับศูนย์ IFC นครดานัง มีเป้าหมายพัฒนาเป็นศูนย์กลางทดสอบและทำธุรกรรมการเงินดิจิทัลของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยมุ่งเน้นการแปลงสินทรัพย์เป็นการเงินสีเขียว และการจัดหาเงินทุนในห่วงโซ่อุปทานยุคใหม่ ทั้งนี้ นครดานังตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2573 ศูนย์ IFC จะดำเนินงานอย่างมีเสถียรภาพ มีสมาชิกจดทะเบียนและได้รับการรับรองมากกว่า 100 ราย และมีความสามารถพึ่งพาตนเองด้านค่าใช้จ่ายประจำบางส่วน พร้อมเปิดตัวโครงการ Sandbox จำนวน 3 โครงการ ออกพันธบัตรสีเขียวครั้งแรก และสร้างความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกอย่างน้อย 5 แห่ง
BIC นครโฮจิมินห์ เห็นว่า การเร่งพัฒนาบุคลากรควบคู่กับการกำหนดมาตรฐานคุณสมบัติในระดับสากลของเวียดนามสะท้อนความตั้งใจและความมุ่งมั่นในการยกระดับศูนย์ IFC ของประเทศให้มีความน่าเชื่อถือและสามารถแข่งขันกับศูนย์กลางทางการเงินชั้นนำในภูมิภาคได้ อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขด้านคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยอันดับต้นของโลกและประสบการณ์ในองค์กรระดับสากลอาจทำให้ตลาดแรงงานมีการแข่งขันสูงและเป็นข้อจำกัดกลุ่มผู้สมัครบางส่วน ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสสำคัญสำหรับบุคลากรไทยที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินดิจิทัล การเงินสีเขียว ฟินเทค การกำกับดูแล และตลาดทุน ซึ่งสามารถใช้ความได้เปรียบด้านความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ ความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจอาเซียน และทักษะภาษาอังกฤษในการเข้าร่วมทำงานหรือสร้างความร่วมมือเชิงวิชาชีพ ซึ่งจะช่วยต่อยอดเครือข่ายธุรกิจการเงินไทยสู่เวียดนามและภูมิภาคในอนาคต
* * * * *
[1] การอบรมใช้ระยะเวลา 4 วัน แบ่งเป็น 2 ช่วงในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2569 โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนที่ผสมผสานการบรรยายเชิงวิชาการ การวิเคราะห์กรณีศึกษาระดับนานาชาติ และ Workshop เชิงปฏิบัติ เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านการวิเคราะห์และกำหนดนโยบาย การวางยุทธศาสตร์พัฒนาศูนย์ IFC การออกแบบมาตรการจูงใจและดึงดูดนักลงทุน ตลอดจนการเสริมสร้างภาวะผู้นำในบริบทการทำงานระดับนานาชาติ
[2] ตามการจัดอันดับสากลที่น่าเชื่อถือ เช่น QS World University Rankings (QS), Times Higher Education (THE) และ Academic Ranking of World Universities (ARWU) ณ ช่วงเวลาที่สำเร็จการศึกษา
ที่มา: 1. สำนักข่าว Tuoitre เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569
2. สำนักข่าว Tuoitre เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569