
นครโฮจิมินห์กำลังเร่งผลักดันแผนการลงทุนโครงการทางด่วนที่เชื่อมเขตเมือง Ho Tram กับ ท่าอากาศยานนานาชาติ Long Thanh ภายใต้กลไก “โครงการเร่งด่วน” เพื่อเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม รองรับการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ของท่าอากาศยานฯ ในปี 2569 และยกระดับประสิทธิภาพการเชื่อมต่อในภูมิภาคภาคใต้ของเวียดนาม
ตามข้อเสนอของสำนักงานการก่อสร้างนครโฮจิมินห์ โครงการท่าอากาศยานนานาชาติ Long Thanh ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจสำคัญภาคใต้ การพัฒนาโครงข่ายทางด่วนที่เชื่อมต่อโดยตรงกับแหล่งท่องเที่ยว เขตเมือง และศูนย์โลจิสติกส์ จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อรองรับการขยายตัวของการเดินทางและการขนส่ง
โครงการทางด่วน Ho Tram – ท่าอากาศยานนานาชาติ Long Thanh มีความยาว 42.07 กิโลเมตร ออกแบบให้รองรับการจราจรไม่น้อยกว่า 6 ช่องทาง วงเงินลงทุนรวมราว 51 ล้านล้านด่ง (1.94 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีเส้นทางเริ่มต้นจากจุดเชื่อมต่อถนนวงแหวนหมายเลข 4 ของนครโฮจิมินห์และถนนสาย DT.991 และสิ้นสุดที่ถนนเลียบชายฝั่ง ĐT.994 (แขวง Vung Tau – ตำบล Binh Chau) โดยมีช่วงหนึ่งยาว 6 กิโลเมตร ที่จะก่อสร้างเป็นสะพานยกระดับผ่านพื้นที่ป่า Binh Chau – Phuoc Buu เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อพื้นที่ป่าอนุรักษ์
โครงการดังกล่าวเสนอโดยบริษัท Masterise Long Thanh – Ho Tram Expressway Infrastructure Joint Stock ในรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน (Public Private Partnership: PPP) ภายใต้สัญญา Build-Transfer (BT) โดยปัจจุบันได้จัดทำรายงานศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาและขอความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีแผนเริ่มก่อสร้างในปี 2569 และแล้วเสร็จภายในปี 2570
ก่อนหน้านี้ โครงการดังกล่าวได้ถูกบรรจุไว้ในแผนแม่บทการพัฒนาระยะปี 2564-2573 โดยมีวิสัยทัศน์จนถึงปี 2593 ของจังหวัดบ่าเสียะ-หวุงเต่า (เดิม) และถูกรวมอยู่ในรายการโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของนครโฮจิมินห์หลังการปรับเขตการปกครอง การพัฒนาโครงการนี้คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อระหว่างท่าอากาศยานนานาชาติ Long Thanh กับแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งสำคัญ เช่น Long Hai – Phuoc Hai และ Ho Tram – Binh Chau และยังเป็นแรงผลักดันต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค ลดความแออัดของการจราจรในเส้นทางปัจจุบัน ยกระดับประสิทธิภาพการใช้งานของท่าอากาศยานนานาชาติฯ ในอนาคต และสนับสนุนการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว โลจิสติกส์ และอสังหาริมทรัพย์ในภาคใต้ของเวียดนามในระยะยาว
BIC นครโฮจิมินห์ เห็นว่า โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานเชิงบูรณาการของภูมิภาค โดยเฉพาะการเชื่อมโยงระหว่างการขนส่งทางอากาศกับแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการดึงดูดการลงทุนในหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นสาขาอสังหาริมทรัพย์ โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว ทั้งของนครโฮจิมินห์ จังหวัดด่งนาย และจังหวัดโดยรอบในภาคใต้ของเวียดนาม
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว VTCNews เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2569