
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมการบริหารศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศเวียดนามประจำนครโฮจิมินห์ (VIFC-HCMC) ร่วมกับบริษัท Gemadept และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนานครโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh City Institute for Development Studies: HIDS) จัดการประชุมว่าด้วยการส่งเสริมระบบนิเวศการเงินทางทะเลภายใต้ศูนย์ VIFC-HCMC พร้อมเปิดตัว “ระบบนิเวศการเงินทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Finance Ecosystem)” อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็น 1 ใน 4 เสาหลักยุทธศาสตร์สำคัญของศูนย์ VIFC-HCMC
นาย Nguyen Cong Vinh รองประธานคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์ กล่าวว่า ภาคใต้ของเวียดนาม โดยเฉพาะนครโฮจิมินห์และกลุ่มท่าเรือ Cai Mep–Thi Vai ได้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการขนส่งทางทะเลที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม เวียดนามยังคงมีบทบาทหลักในห่วงโซ่การเคลื่อนย้ายสินค้า (Flow of Goods) เท่านั้น ขณะที่การเคลื่อนย้ายทางการเงิน (Flow of Finance) ยังคงกระจุกตัวอยู่ในศูนย์กลางการเงินระดับโลก เช่น สิงคโปร์และฮ่องกง ดังนั้นการพัฒนาเศรษฐกิจทางทะเลอย่างยั่งยืนและการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของเวียดนาม รวมถึงนครโฮจิมินห์นั้น จำเป็นต้องอาศัยระบบนิเวศการเงินทางทะเลที่ครบวงจร ซึ่งสามารถเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านท่าเรือ ระบบโลจิสติกส์ และบริการทางการเงินระหว่างประเทศเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อมูลจากศูนย์ VIFC-HCMC ระบุว่า ในปี 2568 ท่าเรือต่าง ๆ ของนครโฮจิมินห์รองรับตู้สินค้ารวมกันมากกว่า 24 ล้าน TEU คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าและส่งออกราว 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบร้อยละ 20 ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศทั้งหมดของเวียดนาม ขณะที่มูลค่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินค้า โลจิสติกส์ และความต้องการด้านการเงินในระบบท่าเรือมีมูลค่ารวมมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
แม้จะมีศักยภาพสูง แต่บริการทางการเงินที่สร้างมูลค่าเพิ่ม พรีเมียม และมีผลกำไรสูง อาทิ การสนับสนุนเงินทุนเพื่อการค้า และการนำเข้า-ส่งออก การจัดหาเงินทุนสำหรับเรือเดินทะเล การประกันภัยทางทะเล การชำระเงินระหว่างประเทศ และการบริหารความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์ ยังคงดำเนินการผ่านศูนย์กลางทางทะเลในประเทศอื่น ๆ เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น ข้อริเริ่มในการจัดตั้งระบบนิเวศการเงินทางทะเลระหว่างประเทศ สะท้อนถึงโอกาสสำคัญที่เวียดนามสามารถพัฒนาระบบการเงินทางทะเลของตนเองได้ในอนาคต
ภายใต้โครงการนี้ บริษัท Gemadept ทำหน้าที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาดังกล่าว โดยนาย Pham Quoc Long รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Gemadept เปิดเผยว่า แผนดำเนินงานจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ (1) การวางรากฐานในช่วง 1-2 ปีแรก (2) การขยายระบบนิเวศในช่วง 2-3 ปีถัดมา และ (3) การยกระดับสู่ความสมบูรณ์ด้วยการจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะทาง เช่น องค์กรอนุญาโตตุลาการทางทะเลระดับภูมิภาค และตลาดซื้อขายตราสารอนุพันธ์ด้านการเดินเรือ ในระยะยาว ระบบนิเวศการเงินทางทะเลระหว่างประเทศข้างต้นมีเป้าหมายรองรับปริมาณการขนส่งสินค้ามากกว่า 25 ล้าน TEU ต่อปี พร้อมดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่เข้าสู่เวียดนามเพิ่มขึ้นปีละ 1-1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
BIC นครโฮจิมินห์ เห็นว่า การเปิดตัวระบบนิเวศการเงินทางทะเลระหว่างประเทศครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ที่จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่นครโฮจิมินห์ และสร้างตำแหน่งงานคุณภาพสูงจำนวนมากในสาขาการเงิน เทคโนโลยี กฎหมาย โลจิสติกส์ ประกันภัย และบริการเฉพาะทาง อีกทั้งยังผลักดันให้นครโฮจิมินห์ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการค้า โลจิสติกส์ และการเงินของภูมิภาค พร้อมสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศของเวียดนามให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีการเงินโลกในอนาคต
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว Sai Gon Giai Phong เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569
https://www.sggp.org.vn/ra-mat-he-sinh-thai-tai-chinh-hang-hai-quoc-te-post853745.html