
นครโฮจิมินห์กำลังเดินหน้าทดลองใช้แพลตฟอร์มซื้อขายเนื้อสุกร และมีกำหนดจะเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 เมษายน 2569 โดยถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับระบบการกระจายสินค้าอาหารให้ทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มความโปร่งใสด้านแหล่งที่มา และมีส่วนช่วยรักษาเสถียรภาพราคาในตลาด
สำนักงานอุตสาหกรรมและการค้านครโฮจิมินห์เปิดเผยว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวได้เริ่มทดลองใช้งานด้านเทคนิคตั้งแต่วันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อประเมินปัญหาและอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น แม้ในช่วงแรกปริมาณการซื้อขายจะยังไม่มาก แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่กี่วัน โดยในวันแรกมีเพียง 2 รายการซื้อขาย ก่อนจะเพิ่มเป็น 6 รายการในวันถัดมา คิดเป็นประมาณ 39 ชิ้นส่วนเนื้อสุกร และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นจากผู้ประกอบการและพ่อค้าในตลาด
การนำเนื้อสุกรมาซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มข้างต้นคาดว่าจะช่วยให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ผู้ผลิตจนถึงผู้ค้าปลีก สามารถบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ได้อย่างยืดหยุ่นตามความต้องการของผู้ซื้อ พร้อมสามารถกำหนดราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น เมื่อเทียบกับช่องทางการจำหน่ายแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ ยังพบว่าพ่อค้าจากตลาดค้าส่งหลายรายได้แสดงความสนใจและสมัครเข้าร่วมใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยกระบวนการเปิดบัญชีสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงประมาณ 1 นาที 30 วินาที
ปัจจุบัน ผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่บางราย เช่น MM Maga Market และ Bach Hoa Xanh ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมแพลตฟอร์มแล้ว โดย Bach Hoa Xanh มีแผนจะเริ่มทดลองทำธุรกรรมในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งการเข้าร่วมของผู้ค้าปลีกรายใหญ่คาดว่าจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและความน่าเชื่อถือให้กับระบบ
แพลตฟอร์มดังกล่าวมีเป้าหมายในการเชื่อมโยงการซื้อขายตั้งแต่ฟาร์มผู้ผลิตไปยังจุดจำหน่ายปลายทางก่อนถึงมือผู้บริโภคโดยตรง ช่วยลดขั้นตอนพ่อค้าคนกลาง ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพสินค้า ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มา เพื่อตอบสนองต่อความต้องการด้านความปลอดภัยอาหารที่เข้มงวดมากขึ้น
อนึ่งนครโฮจิมินห์ถือเป็นศูนย์กลางการบริโภคเนื้อสุกรที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีความต้องการเฉลี่ย 13,000-14,000 ตัวต่อวัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 25 ล้านล้านด่ง (821.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปี
BIC นครโฮจิมินห์ เห็นว่า การจัดตั้งแพลตฟอร์มดังกล่าวถือเป็นแนวทางสำคัญในการยกระดับโครงสร้างตลาดสินค้าเกษตรของเวียดนามให้มีความทันสมัยและโปร่งใสมากขึ้น โดยการนำเข้าแพลตฟอร์มกลางเข้ามาช่วยเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิต ผู้ค้า และผู้ค้าปลีก จะช่วยลดบทบาทพ่อค้าคนกลาง ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ หากสามารถพัฒนาและดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แพลตฟอร์มดังกล่าวจะกลายเป็นกลไกสำคัญในการปรับโครงสร้างตลาดจำหน่ายเนื้อสุกรให้มีความยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นแนวทางที่น่าสนใจสำหรับภาคธุรกิจเกษตรและอาหารของไทย รวมถึงนักลงทุนต่างชาติในการพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าเกษตรแบบดิจิทัล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* * * * *
ที่มา: 1. สำนักข่าว The Saigon Times เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569
https://thesaigontimes.vn/tphcm-se-van-hanh-san-giao-dich-thit-lon-tu-cuoi-thang-4/
2. สำนักข่าว VOV เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2569