นครโฮจิมินห์เดินหน้าแผนพัฒนา “ศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ” มูลค่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

POST ON 22 กรกฎาคม 2025

นครโฮจิมินห์เดินหน้าแผนพัฒนา “ศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ” มูลค่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 คณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์ ร่วมกับ Astana International Financial Center (AIFC) ประเทศคาซัคสถาน จัดการประชุมหารือระหว่างภาคธุรกิจจากนครโฮจิมินห์และกรุงอัสตานา ภายใต้หัวข้อ “ความร่วมมือเพื่อพัฒนาศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศในนครโฮจิมินห์” โดยมีจุดประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางและประสบการณ์ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินระดับสากล และส่งเสริมบทบาทของนครโฮจิมินห์ในฐานะเมืองเศรษฐกิจหลักของเวียดนาม

นครโฮจิมินห์ตั้งเป้าใช้เงินลงทุนกว่า 172 ล้านล้านด่ง (ประมาณ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อพัฒนา “ศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ” ครอบคลุมพื้นที่รวม 793 เฮกตาร์ โดยในระยะแรกคาดว่าจะใช้งบประมาณราว 16 ล้านล้านด่ง โดยเป็นงบประมาณสำหรับจัดตั้งสำนักงานหลักราว 2 ล้านล้านด่ง  ทั้งนี้ พื้นที่ศูนย์กลางทางการเงินฯ จะแบ่งออกเป็น 3 พื้นที่หลัก ดังนี้

1. แขวง Ben Thanh (20 เฮกตาร์) และ แขวง Saigon (146 เฮกตาร์) ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางการเงินที่มีอยู่แล้ว โดยมีธุรกรรมทางการเงินที่คึกคัก ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ฟินเทค ธุรกรรมดิจิทัล การเงิน และโลจิสติกส์ ทั้งนี้ พื้นที่ที่ขยายเพิ่มเติมจะรวมถึงอาคารต่าง ๆ ที่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของบริษัทประกันภัย การเงิน และธนาคาร เช่น Saigon Trade Center (อาคาร 31 ชั้น) สำนักงานใหญ่ Prudential อาคาร Mplaza อาคาร Techcombank และอาคาร Saigon Tower เป็นต้น

2. เมืองใหม่ Thu Thiem (563 เฮกตาร์) จะใช้เป็นพื้นที่หลักสำหรับการจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแล โดยกำหนดพื้นที่เฉพาะ 9.2 เฮกตาร์ สำหรับสำนักงานกลาง

3. พื้นที่ริมแม่น้ำ Saigon (64 เฮกตาร์) จะได้รับการพัฒนาเชิงผังเมืองและเชื่อมต่อพื้นที่สำคัญด้วยระบบคมนาคมสมัยใหม่

นครโฮจิมินห์ตั้งเป้าให้ศูนย์กลางการเงินแห่งนี้เป็นแหล่งดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะเงินทุนระยะยาว และเป็นที่ตั้งสำนักงานของบริษัทการเงินข้ามชาติ โดยนครฯ จะสร้างระบบนิเวศทางการเงินรองรับอย่างครบวงจร ประกอบด้วย ธนาคารระหว่างประเทศ ตลาดหลักทรัพย์ บริษัทฟินเทค และบริษัทบริหารสินทรัพย์ระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ ภายในการประชุมข้างต้น นาย Nguyen Loc Ha รองประธานคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์ เน้นย้ำถึงศักยภาพของนครฯ ในการพัฒนาศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจากปัจจัยสำคัญ 6 ประการ ได้แก่

1. บทบาททางเศรษฐกิจ โดยนครโฮจิมินห์มีสัดส่วนทางเศรษฐกิจคิดเป็นร้อยละ 23 ของ GDP ประเทศ

2. ความหลากหลายทางเศรษฐกิจ เป็นศูนย์รวมของภาคการเงิน เทคโนโลยี และบริการ

3. ความพร้อมของภาคการเงิน เป็นที่ตั้งของธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ และสถาบันการเงินต่าง ๆ

4. ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะการพัฒนาฟินเทค และเป็นหนึ่งในเมืองชั้นนำด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลในระดับสูงสุดของภูมิภาคและระดับโลก

5. ต้นทุนการดำเนินงานต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับศูนย์กลางการเงินในภูมิภาคอื่น ๆ

6. ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพสูง ทั้งจากในประเทศและการดึงดูดผู้เชี่ยวชาญจากต่างชาติ

แม้ว่านครโฮจิมินห์จะมีจุดแข็งหลายด้าน แต่โครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน เทคโนโลยี และระบบนิเวศของบริการทางการเงินในปัจจุบันยังไม่สามารถตอบสนองต่อมาตรฐานระดับสากล โดยกำหนด แนวทางดำเนินการหลัก ดังนี้

1. เร่งพัฒนาระบบขนส่งมวลชน โดยจะเดินหน้าเร่งรัดการก่อสร้างและเปิดให้บริการโครงการส่วนขยายของรถไฟฟ้าสายที่ 1 (Ben Thanh-Suoi Tien) รถไฟฟ้าสายที่ 2 (ตลาด Ben Thanh-Tham Luong) และรถไฟฟ้าสายที่ 3A (Ben Thanh-Tan Kien)

2. ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของเมือง โดยจะพัฒนาโครงข่ายถนน จุดตัดสำคัญ และระบบการจราจรให้สามารถรองรับกิจกรรมทางการเงินและการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงยกระดับท่าเรือ Bach Dang ให้เป็นจุดขนส่งทางน้ำที่ทันสมัย

3. ยกระดับระบบดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภค โดยจะมีการติดตั้งเครือข่าย 5G และสถานีฐาน (Base Transceiver Station) ให้ครอบคลุมพื้นที่ศูนย์กลางการเงินทั้งหมดรวมถึงบูรณาการระบบ Internet of Things (IOT) ในการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า ประปา และการจราจร

4. พัฒนาทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยจะร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในการดึงดูดและฝึกอบรมทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพสูง รวมถึงร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อเชิญชวนผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติให้เข้ามาทำงานในศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศของนครฯ

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเร่งปฏิบัติตามข้อมติที่ 222 ของสภาแห่งชาติเวียดนาม ว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์กลางการเงินระดับภูมิภาคและระดับโลกในเวียดนาม ซึ่งข้อมติจะมีผลในวันที่ 1 กันยายน 2568

* * * * *

ที่มา:​  สำนักข่าว Kinhte Saigon Online เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568

ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง



ดูข่าวทั้งหมด

THAIBIZ VIETNAM

THAILAND BUSINESS INFORMATION CENTER

  • หน้าแรก
  • ประชาสัมพันธ์
  • ข่าว
  • ศูนย์ธุรกิจไทยในเวียดนาม
  • บทความ
  • มีเดีย
  • กฎระเบียบที่ควรรู้
  • ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อมูลรายจังหวัด/นคร

ยอดผู้เข้าชม

1

กำลังเข้าชมขณะนี้

658419

เข้าชมทั้งหมด