
นครเกิ่นเทอกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการนำร่องจัดตั้งและพัฒนาเขตประกอบการเสรี (Free Trade Zone: FTZ) บนพื้นที่ประมาณ 2,000-5,000 เฮกตาร์ โดยมุ่งเชื่อมโยงกับระบบโลจิสติกส์ทางอากาศและท่าเรือ เพื่อสร้างกลไกขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ดึงดูดการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ และส่งเสริมกิจกรรมด้านการค้า บริการ อุตสาหกรรม และนวัตกรรม
ตามแผนแม่บทการพัฒนานครเกิ่นเทอฉบับปรับปรุง ระยะปี 2564-2573 โดยมีวิสัยทัศน์ถึงปี 2593 เขต FTZ จะได้รับการใช้มาตรการจูงใจพิเศษที่ เพื่อดึงดูดทั้งนักลงทุนต่างชาติ และผู้ประกอบการชั้นนำภายในประเทศในสาขาเป้าหมาย พร้อมทั้งสร้างผลเชิงบวกต่อระบบนิเวศการผลิตและการดำเนินธุรกิจของภูมิภาค นอกจากนี้ เขต FTZ ยังถูกกำหนดให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเส้นทางการค้าระหว่างประเทศใหม่ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของนครเกิ่นเทอและภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง
เขต FTZ นครเกิ่นเทอจะบูรณาการระหว่างการพัฒนาโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงกับท่าอากาศยานและท่าเรือน้ำลึก ควบคู่กับกิจกรรมด้านการค้า บริการทางการเงิน อุตสาหกรรมแปรรูปและการผลิต รวมถึงกิจกรรมสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง โดยพื้นที่พัฒนาหลักแบ่งออกเป็น 2 แห่ง ได้แก่
1. พื้นที่ใจกลางนครเกิ่นเทอ ซึ่งเชื่อมต่อกับท่าอากาศยาน ศูนย์โลจิสติกส์ทางอากาศ และเขตเทคโนโลยีขั้นสูง
2. เขตเศรษฐกิจชายฝั่ง Tran De ซึ่งเชื่อมโยงกับท่าเรือน้ำลึกและศูนย์โลจิสติกส์ท่าเรือ
นอกจากนี้ นครเกิ่นเทอยังมีแผนจัดตั้งเขตเศรษฐกิจ Tran De บนพื้นที่กว่า 40,000 เฮกตาร์ ให้เป็นเขตเศรษฐกิจแบบบูรณาการหลากหลายอุตสาหกรรม ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเติบโตใหม่และจุดเชื่อมโยงการค้าทางทะเลระดับนานาชาติของภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ผ่านท่าเรือ Tran De โดยจะพัฒนาให้เป็นพื้นที่นำร่องด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว การผลิตขั้นสูง และการพัฒนาบุคลากรคุณภาพสูง ควบคู่กับการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและกิจกรรมนันทนาการที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจทางทะเลของนครเกิ่นเทอ
ภายใต้แผนแม่บทดังกล่าว นครเกิ่นเทอตั้งเป้าหมายสำคัญในช่วงปี 2569-2573 โดยมีวิสัยทัศน์ถึงปี 2593 ดังนี้
1. อัตราการเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมท้องถิ่น (GRDP) เฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 10 ต่อปี โดยภายในปี2573 โครงสร้าง GRDP คาดว่าจะประกอบด้วย (1) ภาคเกษตร ป่าไม้ และประมง ต่ำกว่าร้อยละ 16 (2) ภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง มากกว่าร้อยละ 35 (ภาคอุตสาหกรรมมากกว่าร้อยละ 29) (3) ภาคบริการ มากกว่าร้อยละ 45และ (4) การจัดเก็บภาษี มากกว่าร้อยละ 4
2. GRDP ต่อหัวประมาณ 8,500 ดอลลาร์สหรัฐ
3. ภายในปี 2593 นครเกิ่นเทอมุ่งพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางด้านพลังงาน โลจิสติกส์ทางแม่น้ำและทะเล และบริการเขตเมืองระดับสูง อุตสาหกรรมสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงการเป็นผู้นำในห่วงโซ่คุณค่าทางการเกษตรที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ
4. การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ 1 แห่ง และนิคมอุตสาหกรรม 40 แห่ง บนพื้นที่รวมประมาณ 61,238 เฮกตาร์ เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรม บริการ และโลจิสติกส์ที่ทันสมัย และสนับสนุนเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการเติบโตของภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง
จากมุมมองของ BIC นครโฮจิมินห์ การพัฒนา FTZ ของนครเกิ่นเทอสะท้อนถึงแนวโน้มเชิงยุทธศาสตร์ของเวียดนามในการขยายการพัฒนา FTZ ไปยังนครหลัก ๆ ในแต่ละภูมิภาคของประเทศ[1] รวมทั้งเป็นการยกระดับภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงจากฐานสำคัญของภาคการเกษตรไปสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมแปรรูปและบริการมูลค่าสูง โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ทั้งทางอากาศและท่าเรือต่าง ๆ ซึ่งมีส่วนช่วยลดต้นทุนการขนส่ง เพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน และส่งเสริมบทบาทของนครเกิ่นเทอในฐานะประตูสู่เศรษฐกิจของภาคใต้เวียดนาม
FTZ ของนครเกิ่นเทอจึงอาจเป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ใหม่สำหรับผู้ประกอบการไทย ซึ่งมีความเชี่ยวชาญทั้งในด้านอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรและอาหาร อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกต์และคลังสินค้า อุตสาหกรรมสนับสนุนต่าง ๆ รวมถึงธุรกิจด้านการบริการ ผู้ประกอบการไทยที่สนใจจึงควรติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินศักยภาพภาพรวมของตลาด โลจิสติกส์ และสิทธิประโยชน์ของ FTZ แห่งใหม่นี้อย่างรอบด้าน พร้อมกำหนดกลยุทธ์การลงทุนที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มและความร่วมมือกับผู้ประกอบการและพันธมิตรท้องถิ่น เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชนไทยในภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงของเวียดนามในระยะยาว
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว Bao Moi เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2569
[1] ก่อนหน้านี้ เวียดนามอนุมัติการจัดตั้งเขต FTZ ในนครดานัง นครโฮจิมินห์ นครไฮฟอง และอยู่ระหว่างพิจารณาข้อเสนอในการจัดตั้งเขต FTZ
ในเมืองอื่น ๆ