
นครเกิ่นเทอกำลังเร่งส่งเสริมการปลูกทุเรียนนอกฤดู ควบคู่กับการเสริมสร้างความเชื่อมโยงในห่วงโซ่อุปทาน หลังจากราคาทุเรียนปรับตัวลดลง และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากประเทศผู้ผลิตในภูมิภาค ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และความสามารถในการทำกำไรของเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่
ณ กลางเดือนพฤษภาคม 2569 นครเกิ่นเทอมีพื้นที่เพาะปลูกทุเรียนมากกว่า 14,400 เฮกตาร์ และมีผลผลิตรวมประมาณ 120,000 ตัน อย่างไรก็ตาม ราคาทุเรียนพันธุ์ Ri6 ในพื้นที่เพาะปลูกสำคัญ ปรับลดลงราว 20,000 ด่ง (24 บาท) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจุบันราคาเฉลี่ยอยู่ 30,000-45,000 ด่ง (36-54 บาท) ต่อกิโลกรัม ขณะที่สวนผลไม้บางแห่งถูกผู้ค้ารับซื้อทุเรียนแบบเหมาสวนในราคาเพียง 20,000-35,000 ด่ง (24-42 บาท) ต่อกิโลกรัม
การปรับตัวลดลงของราคาทุเรียนข้างต้นมีสาเหตุมาจากปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดพร้อมกันจำนวนมาก รวมถึงช่วงฤดูเก็บเกี่ยวของเวียดนามที่ทับซ้อนกับประเทศผู้ผลิตรายสำคัญในภูมิภาค เช่น ไทย สปป. ลาว และกัมพูชา ขณะเดียวกัน ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นยังสร้างแรงกดดันต่อกำไรของเกษตรกรเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว รูปแบบความร่วมมือระหว่างเกษตรกรกับผู้ประกอบการกำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเสถียรภาพด้านราคา โดยสหกรณ์ Truong Khuong A ยังคงสามารถจำหน่ายทุเรียนได้ในราคา 35,000-45,000 ด่ง (42-54 บาท) ต่อกิโลกรัม จากการทำสัญญาระยะยาวกับบริษัทผู้ส่งออก ทั้งนี้ เกษตรกรจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรฐานควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการควบควมสารตกค้างจากสารกำจัดศัตรูพืชและและปริมาณแคดเมียมในดินและผลผลิต ขณะเดียวกัน การนำแนวทางเพาะปลูกที่ช่วยลดต้นทุนมาใช้ ยังช่วยให้สมาชิกสหกรณ์สามารถลดต้นทุนการผลิตลงเหลือเพียง 15,000-17,000 ด่ง (18-20 บาท) ต่อกิโลกรัม ซึ่งต่ำกว่าราคาค่าเฉลี่ยของตลาด ส่งผลให้ยังคงสามารถรักษาระดับผลกำไรได้อย่างมั่นคง
ทั้งนี้ เพื่อรับมือกับความท้าทายในระยะยาว ภาคเกษตรกรรมของนครเกิ่นเทอกำลังปรับยุทธศาสตร์ไปสู่การผลิตทุเรียนนอกฤดู โดยกำหนดช่วงเก็บเกี่ยวระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกับประเทศคู่แข่ง และรองรับความต้องการนำเข้าทุเรียนของจีนที่ยังอยู่ในระดับสูง
ปัจจุบัน ประมาณร้อยละ 20 ของพื้นที่เพาะปลูกทุเรียนของนครเกิ่นเทอสามารถปรับใช้ระบบการผลิตนอกฤดูได้สำเร็จ ขณะเดียวกัน นครฯ ยังเร่งดำเนินการออกรหัสพื้นที่เพาะปลูก (Planting Area Code: PAC) สำหรับสวนทุเรียนมากกว่า 2,700 เฮกตาร์ ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำคัญด้านการตรวจสอบย้อนกลับและการเข้าถึงตลาดส่งออกนอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มจัดตั้งพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่มากกว่า 10 เฮกตาร์ เพื่อลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดมูลค่าสูง เช่น สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และประเทศสมาชิกอาเซียน
BIC นครโฮจิมินห์ เห็นว่า แนวทางการส่งเสริมการผลิตทุเรียนนอกฤดูของนครเกิ่นเทอสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเวียดนามในการปรับโครงสร้างการผลิตผลไม้ส่งออกให้สอดคล้องกับภาวะตลาดโลกมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการควบคุมคุณภาพ การบริหารช่วงเวลาเก็บเกี่ยว และการสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของทุเรียนเวียดนามในตลาดโลกในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การขยายพื้นที่ปลูกและการพึ่งพาตลาดจีนเป็นหลัก ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ผู้ประกอบการและเกษตรกรจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในภาวะที่การแข่งขันด้านราคาในภูมิภาคมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นต่อเนื่อง
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว The Saigon Times เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
https://english.thesaigontimes.vn/can-tho-promotes-off-season-durian-farming-amid-price-slump