
นครดานังเดินหน้าปฏิรูปภาคประมง มุ่งแก้ปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (Illegal, Unreported and Unregulated Fishing: IUU) โดยเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายในการปลด “ใบเหลือง” จากคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งปัจจุบันส่งผลกระทบต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลไปยังตลาดยุโรป พร้อมผลักดันให้อุตสาหกรรมประมงของนครดานังพัฒนาไปสู่ระบบที่ทันสมัยและยั่งยืนในระยะยาว
ปัจจุบัน นครดานังมีเรือประมงที่ลงทะเบียนในระบบฐานข้อมูลประมงแห่งชาติ (VN-Fishbase) รวม 4,142 ลำ แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ (1) เรือที่มีความยาว 6-12 เมตร จำนวน 2,338 ลำ ซึ่งส่วนใหญ่ทำประมงในน่านน้ำใกล้ชายฝั่ง (2) เรือที่มีความยาว 12-15 เมตร จำนวน 614 ลำ ใช้งานในน่านน้ำชายฝั่ง และ (3) เรือประมงที่มีความยาว 15 เมตรขึ้นไป จำนวน 1,190 ลำ สำหรับการทำประมงในทะเลนอกชายฝั่ง เรือประมงส่วนใหญ่อยู่ในตำบล Tam Hai และตำบล Nui Thanh โดยมีเรือขนาดใหญ่กว่า 350 ลำที่มีความเชี่ยวชาญในการทำประมงระยะไกลในพื้นที่ห่างไกลจากชายฝั่ง
ในช่วงที่ผ่านมา หน่วยงานท้องถิ่นของนครดานังได้ร่วมมือกับชาวประมงในการติดตั้งและใช้งานอุปกรณ์ติดตามเรือ (Vessel Monitoring System: VMS) ระบบสื่อสารระยะกลางและระยะไกล ระบบนำทาง และเครื่องมือค้นหาปลา[1] โดยกำชับไม่ให้นำอุปกรณ์ดังกล่าวไปใช้ในเรือลำอื่นเพื่อแสวงหาผลกำไรส่วนตัว นอกจากนี้ ทางการยังได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการเข้า-ออกของเรือประมง เพื่อให้มั่นใจว่าระบบ VMS ทำงานได้ตลอดระยะเวลาการเดินทาง พร้อมดำเนินมาตรการรับมือกับการทำประมง IUU อย่างทันท่วงที[2] รวมถึงการจัดการฝึกอบรมด้านการป้องกันและปราบปรามการทำประมงผิดกฎหมายให้แก่เรือประมงกว่า 360 ลำ และลูกเรือกว่า 4,000 คน เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของภาคประมงในท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม
มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงตอบโจทย์ข้อกำหนดของคณะกรรมาธิการยุโรป เพื่อปลด “ใบเหลือง” แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมประมงของดานังให้ทันสมัย โปร่งใส และยั่งยืน รวมทั้งสอดรับกับมาตรฐานสากลและความต้องการของตลาดโลก
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว Nhan Dan เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568
[1] ซึ่งได้รับการสบับสนุนจากบริษัทที่ให้บริการโทรคมนาคม เช่น Viettel, VNPT และ Vishipel
[2] ตั้งแต่ต้นปี 2568 จนถึงปัจจุบัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการลาดตระเวนทางทะเลจำนวน 28 ครั้ง โดยสามารถจับกุมเรือประมงที่กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประมงจำนวน 2 ลำ และดำเนินการปรับทางปกครองกับเรือประมงที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบเพิ่มเติมอีก 64 ลำ