
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 คณะกรรมการประชาชนนครดานัง ได้จัดพิธีเริ่มก่อสร้างท่าเรือคอนเทนเนอร์ Lien Chieu อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานทางทะเลที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และเศรษฐกิจของภาคกลางเวียดนาม
โครงการท่าเรือ Lien Chieu มีพื้นที่รวม 172.6 เฮกตาร์ โดยได้รับการพัฒนาในรูปแบบ “ท่าเรือสีเขียว และอัจฉริยะ” เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ท่าเรือมีศักยภาพในการรองรับตู้คอนเทนเนอร์ได้ถึง 5.7 ล้าน TEUs ต่อปี (เทียบเท่าปริมาณสินค้าประมาณ 74 ล้านตัน) และคาดว่าจะมีปริมาณการใช้บริการอยู่ในช่วง 14.25-36.3 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2573
ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน โครงการฯ ประกอบด้วย ท่าเทียบเรือคอนเทนเนอร์จำนวน 8 ท่า ความยาวรวม 2,750 เมตร และสามารถรองรับเรือคอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ได้สูงถึง 18,000 TEUs พร้อมนำระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการบริหารจัดการ โดยโครงการฯ มีกำหนดดำเนินการเป็น 3 ระยะในช่วงปี 2569-2579 ใช้งบลงทุนรวมกว่า 50 ล้านล้านด่ง (มากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมีอายุสัมปทานโครงการประมาณ 50 ปี[1]
ก่อนหน้านี้ นครดานังได้ดำเนินการแล้วเสร็จในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานหลักที่ใช้ร่วมกัน อาทิ เขื่อนกันคลื่น ร่องน้ำเดินเรือความยาว 7.3 กิโลเมตร และถนนเชื่อมต่อเข้าสู่ท่าเรือขนาด 6 ช่องจราจร ซึ่งเป็นฐานสำคัญรองรับการพัฒนาโครงการในระยะต่อไป ทั้งนี้ นครฯ ได้กำชับให้นักลงทุนเร่งรัดการก่อสร้างท่าเทียบเรือ 2 แห่งแรกโดยเร็ว และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการดำเนินโครงการ
ควบคู่กันนี้ นครดานังยังเดินหน้าพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ต่าง ๆ ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรม Tam Anh – An An Hoa มูลค่าการลงทุนประมาณ 157.52 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งอยู่ในตำบล Tam Anh พัฒนาโดยกลุ่ม Geleximco Group บนพื้นที่เกือบ 436 เฮกตาร์ โดยมีเป้าหมายพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่รองรับการขนส่งแบบบูรณาการ และคาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ตอนใต้ของนครดานัง โดยมุ่งดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมสะอาด และธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ซึ่งจะช่วยเสริมบทบาทของนครฯ ในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ของภูมิภาค
BIC นครโฮจิมินห์ เห็นว่า การพัฒนาโครงการท่าเรือ Lien Chieu ควบคู่กับการผลักดันโครงการนิคมอุตสาหกรรมข้างต้น สะท้อนแนวทางการเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ของนครดานัง โดยท่าเรือจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการขนส่งระหว่างประเทศ ขณะที่นิคมอุตสาหกรรมจะเป็นฐานการผลิตรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพของนครฯ ในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคกลางในระยะยาว ทั้งนี้ นักลงทุนไทยควรติดตามพัฒนาการข้างต้น และสามารถใช้ประโยชน์จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของดานังในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในระดับภูมิภาค
* * * * *
ที่มา: 1. สำนักข่าว The Investor เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569
https://theinvestor.vn/work-starts-on-lien-chieu-mega-port-project-in-danang-d18730.html
2. สำนักข่าว Bao Chinh Phu เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569
https://baochinhphu.vn/khoi-dong-du-an-sieu-cang-lien-chieu-da-nang-102260328105015423.htm
[1] โดยดำเนินการผ่านความร่วมมือของกลุ่มนักลงทุน ได้แก่ Hateco Group (เวียดนาม), Hateco Seaport (เวียดนาม) และ APM Terminals (เนเธอร์แลนด์)