
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 สภาประชาชนนครดานังได้อนุมัติข้อมติที่ 06/NQ-HDND ว่าด้วยการปรับปรุงแผนแม่บทการพัฒนานครดานัง ช่วงปี 2564-2573 โดยมีวิสัยทัศน์จนถึงปี 2593 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของนครฯ ในช่วงที่พื้นที่การพัฒนาได้ขยายตัวมากขึ้นภายหลังการควบรวมกับจังหวัดกว๋างนาม การปรับปรุงแผนแม่บทในครั้งนี้ไม่เพียงมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงข้อมูลหรือขยายขอบเขตการบริหารเท่านั้น แต่ยังมุ่งปรับโครงสร้างรูปแบบการพัฒนาและจัดระเบียบพื้นที่เศรษฐกิจและสังคมของนครแห่งใหม่ในระยะยาว
ภายใต้บริบทใหม่ นครฯ จะยกระดับบทบาทจากการเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาคเวียดนามตอนกลาง ไปสู่การเป็น “ศูนย์กลางการเติบโตระดับประเทศ” ในหลายด้าน ได้แก่ (1) การเป็นผู้นำ
ในด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี นวัตกรรม และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (2) การพัฒนานครฯ ให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับชาติและนานาชาติที่ใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบด้านโลจิสติกส์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นท่าเรือ สนามบิน และเครือข่ายคมนาคมระหว่างภูมิภาค และ (3) การจัดตั้งศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ (International Financial Center: IFC) และเขตประกอบการเสรี (Free Trade Zone: FTZ) เพื่อดึงดูดเงินทุน การค้าระหว่างประเทศ และบริการทางการเงิน
ทั้งนี้ นครดานังได้ตั้งเป้าหมายตัวเลขทางเศรษฐกิจในช่วงปี 2569-2573 ดังนี้
1. อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมท้องถิ่น (GRDP) เฉลี่ยร้อยละ 11-12 ต่อปี
2. GRDP ต่อหัวของประชากรมากกว่า 8,500 ดอลลาร์สหรัฐ
3. เงินลงทุนรวม เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 14-15 ต่อปี
4. รายได้งบประมาณ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 10 ต่อปี
5. มูลค่าการส่งออกสินค้า เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 10-12 ต่อปี
6. ผลิตภาพรวมของปัจจัยการผลิต (TFP) จะมีส่วนสนับสนุนการเติบโตมากกว่าร้อยละ 55
7. เศรษฐกิจดิจิทัลมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 35-40 ของ GRDP
8. อัตราการขยายตัวของความเป็นเมืองร้อยละ 66.5
9. พื้นที่อยู่อาศัยเฉลี่ยมากกว่า 32 ตารางเมตรต่อคน
10. สัดส่วนของตำบลที่ได้รับการรับรองมาตรฐานชนบทใหม่ร้อยละ 75.7
สำหรับวิสัยทัศน์จนถึงปี 2593 นครดานังมุ่งสู่การเป็นเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เมืองอัจฉริยะ และเมืองน่าอยู่ระดับแนวหน้าของทวีปเอเชีย พร้อมทั้งพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล รวมถึงเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับชาติและนานาชาติ ศูนย์กลางอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจกีฬา และเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวชั้นนำของโลก
ในด้านการจัดพื้นที่พัฒนา แผนแม่บทข้างต้นได้กำหนดเขตพัฒนา 3 พื้นที่หลัก ได้แก่
1. เขตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและบริการบนชายฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นแกนกลางการเติบโตและ
เป็นที่ตั้งของศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศ
2. เขตเกษตรกรรมและป่าไม้ทางตะวันตก ซึ่งมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว การปลูกสมุนไพรที่มีมูลค่าสูง อาทิ โสม Ngog Linh และการพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
3. เขตพื้นที่ทางทะเลและเกาะ ซึ่งจะได้รับการพัฒนาแบบบูรณาการสำหรับการท่องเที่ยวชายฝั่งคุณภาพสูง โลจิสติกส์ทางทะเล อุตสาหกรรมชายฝั่ง พลังงานหมุนเวียน และเศรษฐกิจทางทะเลสมัยใหม่
นอกจากนี้ นครดานังยังวางโครงสร้าง “กลุ่มพื้นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มภาคเหนือที่เชื่อมโยงระหว่างใจกลางเมืองนครฯ – แขวงฮอยอัน – ตำบล Dien Ban กลุ่มพื้นที่เชื่อมโยงเหนือ-ใต้บริเวณ Nam Hoi An และกลุ่มภาคใต้ที่เชื่อมกับท่าอากาศยาน Chu Lai – แขวง Tam Ky – ตำบล Nui Thanh
แผนแม่บทดังกล่าวยังระบุภาคเศรษฐกิจหลักด้านต่าง ๆ ที่ต้องเร่งลงทุน ได้แก่
1. ด้านการท่องเที่ยว โดยมุ่งพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด “หนึ่งจุดหมายปลายทาง – หลากหลายประสบการณ์” เพื่อยกระดับให้นครฯ กลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจในระดับโลก
2. ด้านการค้าและการเงิน โดยมีแผนพัฒนาเขต FTZ เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ พร้อมทั้งผลักดันการจัดตั้งศูนย์ IFC ในนครฯ
3. ด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพร โดยมีโสม Ngoc Linh เป็นผลิตภัณฑ์หลัก
4. ด้านเศรษฐกิจทางทะเล โดยมีแผนจัดตั้งศูนย์กลางประมงขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับแหล่งประมงบริเวณหมู่เกาะ Hoang Sa (หมู่เกาะพาราเซล) และพัฒนาท่าเรือ Lien Chieu ให้รองรับสินค้าประมาณ 50 ล้านตันต่อปี
นอกจากนี้ นครฯ จะเร่งลงทุนระบบคมนาคมแบบบูรณาการ 5 ด้าน ทั้งทางถนน ทางรถไฟ ทางน้ำ ทางทะเล และทางอากาศ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ดังนี้
1. การยกระดับท่าอากาศยานนานาชาติดานัง ซึ่งได้รับการอนุมัติแผนพัฒนาถึงปี 2573 โดยมีวิสัยทัศน์ถึงปี 2593 เพื่อเสริมบทบาทของท่าอากาศยานฯ ให้เป็นศูนย์กลางการบินที่สำคัญของภาคกลางเวียดนาม ตามแผนดังกล่าว ท่าอากาศยานฯ จะขยายลานจอดเครื่องบินให้รองรับได้ประมาณ 52 หลุมจอด รวมทั้งก่อสร้างทางขับเพิ่มเติมและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคนิคต่าง ๆ
ในช่วงปี 2564-2573 ท่าอากาศยานฯ คาดว่าจะรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 20 ล้านคนต่อปี และสินค้าทางอากาศประมาณ100,000 ตันต่อปี ตามมาตรฐานระดับ 4E ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) นอกจากนี้ แผนพัฒนายังรวมถึงการขยายอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ T1 ให้รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 14 ล้านคนต่อปี การปรับปรุงอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ T2 ให้รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 6 ล้านคนต่อปี และการก่อสร้างอาคารคลังสินค้าทางอากาศแห่งใหม่
ในวิสัยทัศน์ถึงปี 2593 ปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศของท่าอากาศยานฯ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 330,000 ตันต่อปี ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของนครฯ ในอนาคต
2. การพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติ Chu Lai ให้ได้มาตรฐานระดับ 4F
3. การก่อสร้างระบบรถไฟฟ้า MRT และ LRT เพื่อเชื่อมต่อกลุ่มเขตเมืองต่าง ๆ
4. การขุดเปิดเส้นทางร่องน้ำใหม่ที่ Cua Lo เพื่อรองรับเรือขนาด 50,000 DWT
5. การปรับเปลี่ยนท่าเรือ Tien Sa ให้เป็นท่าเรือเฉพาะทางสำหรับรองรับการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ
นอกจากเป้าหมายทางเศรษฐกิจ แผนแม่บทดังกล่าวยังให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งคาดว่าจะจำนวนประชาชนของนครฯ จะเพิ่มขึ้นเป็น 3.1 ล้านคนภายในปี 2573 โดยตั้งเป้าให้โบราณสถานและแหล่งมรดกทางประวัติศาสตร์ได้รับการบูรณะทั้งหมด และให้ประชากรในเขตเมืองสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้นครฯ ยังมุ่งพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาและการแพทย์ที่มีคุณภาพสูง พร้อมทั้งดึงดูดการลงทุนในโครงการหมู่บ้านดูแลผู้สูงอายุ และรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่ได้มาตรฐานสากล
BIC นครโฮจิมินห์ เห็นว่า แผนแม่บทการพัฒนานครดานังฉบับปรับปรุงดังกล่าวสะท้อนถึงทิศทางการยกระดับบทบาทของนครฯ ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และโลจิสติกส์สำคัญของเวียดนามตอนกลางในระยะยาว โดยเฉพาะการพัฒนาเขต FTZศูนย์IFC และโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งขนาดใหญ่ต่าง ๆ ซึ่งอาจเปิดโอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุนไทยในหลายสาขา เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง การท่องเที่ยวคุณภาพสูง การบริการด้านสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ตลอดจนธุรกิจเกษตรและสมุนไพรที่มีมูลค่าสูง โดยไทยสามารถใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว การแพทย์ และบริการ เพื่อขยายการลงทุนหรือความร่วมมือทางธุรกิจในพื้นที่นครดานังและจังหวัดอื่น ๆ
ในภาคกลางของเวียดนามในอนาคต
* * * * *
ที่มา: 1. สำนักข่าว Bao Da Nang เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569
2. สำนักข่าว Bao Da Nang เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569
3. สำนักข่าว Vietnam News เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569
https://vietnamnews.vn/economy/1766566/master-plan-approved-to-expand-da-nang-international-airport-through-2030.html