
ธนาคารโลก (Word Bank) ระบุว่า เวียดนามอาจสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจคิดเป็นร้อยละ 12–14.5 ของ GDP ภายในปี 2593 หากไม่สามารถรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 400–523 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายงานชี้ว่า ในช่วงปี 2565–2573 เวียดนามจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนระหว่าง 55–92 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อดำเนินมาตรการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตาม National Adaptation Plan (NAP) ฉบับปรับปรุงจนถึงปี 2593 ซึ่งเผยแพร่ในปี 2568 โดย NAP ฉบับนี้สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลเวียดนามในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านสภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ และระดมทรัพยากร ปัจจุบันเวียดนามเป็นหนึ่งใน 65 ประเทศที่ได้ยื่น NAP ต่อ UNFCCC ด้วย
ธนาคารโลกระบุเพิ่มเติมว่า หากเวียดนามยังคงจัดสรรงบประมาณเพียงร้อยละ 1.5 ของ GDP ต่อปีเพื่อการปรับตัวในช่วงปี 2564–2573 ประเทศจะต้องระดมเงินเพิ่มเติมอีก 2.75–6.42 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีจากแหล่งที่ไม่ใช่งบประมาณของรัฐรวมมูลค่า 27.5–64.16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐตลอดทั้งทศวรรษ เพื่อให้สามารถดำเนินมาตรการได้อย่างครอบคลุม นอกจากนี้ ยังคาดว่าในช่วงปี 2565–2583 เวียดนามจะต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มเติมราว 254 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็น 219 พันล้านดอลลาร์สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และ 35 พันล้านดอลลาร์สำหรับโครงการทางสังคมเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวเพื่อรับมือผลกระทบด้านภูมิอากาศ
อย่างไรก็ตาม การระดมทุนจำนวนมหาศาลดังกล่าวถือเป็นความท้าทาย เนื่องจากทรัพยากรภายในประเทศมีจำกัด เวียดนามจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภายนอกทั้งในรูปแบบของการส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน การพัฒนาตลาดคาร์บอน การเข้าถึงเงินกู้แบบผ่อนปรน รวมถึงการสนับสนุนจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ผู้บริจาคทวิภาคีและพหุภาคี และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ
อนึ่ง ธนาคารโลกระบุว่า ความร่วมมือด้านการเงินและเทคโนโลยีระหว่างประเทศจะเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยให้เวียดนามบรรลุเป้าหมายการปรับตัวและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างยั่งยืนภายในปี 2593