
ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 GDP เวียดนามเติบโตขึ้นร้อยละ 7.5 โดยมีปัจจัยสำคัญจากการเร่งการส่งออกสินค้าล่วงหน้าเพื่อรับมือความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าโลก โดยภาคการส่งออกโตขึ้นร้อยละ 14.2 โดยในจำนวนนี้การส่งออกไปยังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 28.3 ในส่วนของการนำเข้าก็ขยายตัวร้อยละ 16 ตามคำสั่งซื้อที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกคาดว่าเศรษฐกิจเวียดนามจะชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปีเนื่องจากภาคการส่งออกจะเริ่มชะลอตัวลง โดยคาดว่า GDP ตลอดทั้งปีนี้ของเวียดนามจะเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 6.6 และ GDP ในปี 2569 จะเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 6.1 เนื่องจากอุปสงค์ภายนอกลดตัวลงอย่างต่อเนื่องและสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ – จีน ทำให้ภาวะเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้าลง
ธนาคารโลกแนะนำให้เวียดนามเร่งขยายการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานโลจิสติกส์ และคมนาคม ควบคู่กับการบริหารหนี้และความเสี่ยงอย่างรอบคอบ โดยนโยบายการคลังควรเป็นกลไกหลักเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้กับสถาบันการเงินต่าง ๆ นอกจากนี้ การรักษาเสถียรภาพการเงินผ่านการเพิ่มเงินกองทุน การกำกับดูแลที่เข้มงวด และการเพิ่มอำนาจให้ธนาคารแห่งชาติเวียดนาม รวมทั้งการปฏิรูปโครงสร้างเพื่อสนับสนุนการเติบโตสีเขียว การพัฒนาทุนมนุษย์ และการบูรณาการภาคเอกชนสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกจะช่วยกระจายความเสี่ยงและเสริมความยั่งยืนทางเศรษฐกิจของเวียดนามระยะยาว