
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ภายในงาน Businessmen’s Coffee หัวข้อ “ศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศเวียดนาม นครโฮจิมินห์ (Vietnam International Financial Center in Ho Chi Minh City: VIFC-HCMC)” รองศาสตราจารย์ ดร. Nguyen Huu Huan รองประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์ VIFC-HCMC เปิดเผยข้อมูลว่า หลังจากเปิดดำเนินงานมาเกือบ 5 เดือน ศูนย์ VIFC-HCMC สามารถดึงดูดเงินลงทุนได้แล้วประมาณ 1.91 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจและความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ปัจจุบัน มีธนาคารและสถาบันการเงินระหว่างประเทศจำนวนมากแสดงความสนใจที่จะเข้ามาจัดตั้งนิติบุคคลและดำเนินธุรกิจในศูนย์ฯ อย่างไรก็ตาม ธนาคารและสถาบันการเงินฯ หลายแห่งยังไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมในศูนย์ฯ ได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
ตามกฤษฎีกาที่ 329/2025/ND-CP ธนาคารต่างชาติที่ต้องการจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ที่ถือหุ้นโดยต่างชาติร้อยละ 100 หรือจัดตั้งสาขาของธนาคารต่างชาติในศูนย์ VIFC-HCMC จะต้องมีธนาคารแม่ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) จากสถาบันจัดอันดับสากลในระดับ AA ขึ้นไป ทำให้ในปัจจุบัน มีเพียงธนาคาร JPMorgan ที่ผ่านเกณฑ์ข้างต้น ขณะที่ธนาคารชั้นนำระดับโลกหลายแห่ง เช่น Bank of China, Bank of America และ MUFG Bank ยังไม่สามารถผ่านคุณสมบัติดังกล่าวได้ แม้จะเป็นสถาบันการเงินที่มีขนาดใหญ่และมีบทบาทสำคัญในตลาดโลกก็ตาม
รองประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์ฯ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าปัจจุบันมีธนาคารต่างชาติมากกว่า 10 แห่งที่สนใจเข้าร่วมศูนย์ VIFC-HCMC แต่ยังติดข้อจำกัดด้านเกณฑ์การจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ทั้งนี้ จากสถานการณ์ดังกล่าวศูนย์ VIFC-HCMC ได้เสนอให้รัฐบาลเวียดนามพิจารณาปรับปรุงข้อกำหนดข้างต้นให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาศูนย์ฯ โดยผู้เชี่ยวชาญเห็นพ้องร่วมกันว่า การผ่อนคลายหรือปรับลดเกณฑ์ด้านอันดับความน่าเชื่อถือจะช่วยดึงดูดสถาบันการเงินต่างชาติให้เข้ามามีส่วนร่วมกับศูนย์ฯ มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้มีการขยายตัวของตลาด ความหลากหลายของแหล่งเงินทุน และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของศูนย์ฯ
สำหรับธนาคารและสถาบันการเงินภายในประเทศซึ่งได้รับการยกเว้นข้อกำหนดด้านอันนดับความน่าเชื่อถือ ปัจจุบัน มีธนาคารเวียดนามเพียง 7 แห่ง ได้แก่ Vietcombank, HDBank, SHB, MB, TPBank, LPBank และ Nam A Bank ที่ได้รับอนุมัติในหลักการให้สามารถจัดตั้งธนาคารลูกเพื่อดำเนินธุรกิจภายในศูนย์ VIFC-HCMC ได้ ขณะที่ VietinBank อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ ทั้งนี้ ตามข้อกำหนดในกฤษฎีกาข้างต้น ธนาคารภายในประเทศเหล่านี้จะต้องจัดตั้งนิติบุคคลแยกต่างหาก โดยมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 3 ล้านล้านด่ง (1.14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งภาระด้านเงินทุนที่สำคัญในช่วงเริ่มต้น
รองประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์ฯ ระบุว่า แม้จะมีข้อกำหนดที่เข้มงวด แต่ศูนย์ VIFC-HCMC ยังคงมีศักยภาพในการดึงดูดสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากมีข้อได้เปรียบหลายประการ ได้แก่
1. ความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนระหว่างประเทศโดยตรง
2. กลไกการดำเนินงานที่ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล อาทิ ระบบ Sandbox สำหรับการทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ การทำธุรกรรมทางการเงินด้วยสกุลเงินต่างประเทศ และกลไกการระงับข้อพิพาทตามมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่สาขาทางการเงินใหม่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล FinTech และสินค้าที่มีโครงสร้างซับซ้อนอื่น ๆ
3. โอกาสในการขยายธุรกิจสู่ผลิตภัณฑ์ในภาคการเงินและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น การเงิน การเดินเรือ การเงินการบิน การเงินห่วงโซ่อุปทาน การบริหารสินทรัพย์ และ FinTech
4. การพัฒนาระบบนิเวศทางการเงินแบบครบวงจรที่เชื่อมโยงธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ กองทุนการลงทุน และบริษัท FinTech เข้าด้วยกัน
5. ข้อได้เปรียบของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมตั้งแต่ระยะแรก (First mover) ซึ่งจะมีโอกาสสร้างฐานลูกค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ และกำหนดบทบาทในการแข่งขันในตลาดได้ก่อนคู่แข่งอื่น ๆ
BIC นครโฮจิมินห์ เห็นว่า กรอบกำกับดูแลของศูนย์ VIFC-HCMC ในปัจจุบันสะท้อนความพยายามของรัฐบาลเวียดนามในการรักษามาตรฐานความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของศูนย์ฯ อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขด้านอันดับความน่าเชื่อถือที่เข้มงวดอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการดึงดูดสถาบันการเงินชั้นนำในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา ดังนั้น หากรัฐบาลเวียดนามสามารถปรับสมดุลระหว่างการกำกับดูแลความเสี่ยงและการเปิดกว้างเพื่อดึงดูดผู้เล่นระดับโลกได้อย่างเหมาะสม โดยพัฒนากรอบกฎหมายและกฎระเบียบให้มีความยืดหยุ่นและสามารถแข่งขันได้มากขึ้น จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ศูนย์ VIFC-HCMC พัฒนาเป็นศูนย์กลางการเงินระดับภูมิภาคที่มีความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนเป้าหมายการยกระดับบทบาทของเวียดนามในระบบการเงินระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
* * * * *
ที่มา: 1. สำนักข่าว VTC News เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569