
จังหวัดด่งนายกำลังเดินหน้าดำเนินแผนการพัฒนาภาคปศุสัตว์ระยะปี 2569-2573 โดยมุ่งส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของเวียดนาม แผนดังกล่าวมุ่งยกระดับภาคปศุสัตว์สู่ระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่ พร้อมพัฒนาห่วงโซ่มูลค่าแบบครบวงจร ตั้งแต่การเลี้ยง การแปรรูป การจำหน่าย ไปจนถึงการส่งออก เพื่อเพิ่มมูลค่าและขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมโดยรวม
ภายในปี 2573 จังหวัดด่งนายได้ตั้งเป้าหมายให้มีจำนวนสุกรประมาณ 5 ล้านตัว และสัตว์ปีกประมาณ 48 ล้านตัว คาดว่าจะมีผลผลิตเนื้อสัตว์โดยรวม 1.3 ล้านตัน และไข่ประมาณ 2 พันล้านฟองต่อปี โดยจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาการเลี้ยงปศุสัตว์แบบรวมศูนย์ ควบคู่กับการขับเคลื่อนไปสู่ระบบการเลี้ยงแบบอินทรีย์และการผลิตในพื้นที่ปลอดโรค เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับเกณฑ์สากล เช่น Global G.A.P., ISO 22000, HACCP และ BRCGS เพื่อเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดส่งออก รวมถึงตลาดฮาลาล
เพื่อสามารถบรรลุเป้าหมายข้างต้น จังหวัดฯ ได้กำหนดแนวทางดำเนินงานสำคัญ ดังนี้
1. ปรับโครงสร้างการผลิตด้านปศุสัตว์ โดยจะปรับแผนแม่บทการพัฒนาของจังหวัดฯ ให้สอดคล้องกับเขตการปกครองและทิศทางการพัฒนาใหม่ภายหลังการควบรวมจังหวัด โดยนำพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ด้านอื่นมาใช้ในการเลี้ยงปศุสัตว์ โดยเฉพาะฟาร์มขนาดใหญ่โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
2. เร่งดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนรายใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาปศุสัตว์สมัยใหม่บนพื้นฐานของเศรษฐกิจหมุนเวียน
3. กำหนดให้ฟาร์มปศุสัตว์แบบรวมศูนย์ทุกแห่งต้องมีระบบบำบัดของเสียและน้ำเสียที่ได้มาตรฐาน
4. ภายในปี 2573 ก๊าซชีวภาพที่เกิดขึ้นจะต้องถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์หรือจัดการอย่างปลอดภัย โดยไม่ปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมโดยไร้การควบคุม
5. พัฒนากลุ่มปศุสัตว์เพื่อการส่งออกและศูนย์การเลี้ยงแบบเทคโนโลยีขั้นสูงที่ได้มาตรฐานสากล
6. ส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบำบัดของเสียขั้นสูง การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และสารเสริมอาหารสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อสนับสนุนระบบเศรษฐกิจปศุสัตว์แบบหมุนเวียนอย่างครบวงจร
7. สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับฟาร์มที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางชีวภาพ การจัดการของเสีย และพลังงานหมุนเวียน
8. บังคับใช้การประกันโรคระบาดในพื้นที่ที่ได้รับการประกาศเป็นเขตปลอดโรค
9. ดำเนินโครงการนำร่องด้านคาร์บอนเครดิตจากกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซในภาคปศุสัตว์
ปัจจุบัน จังหวัดด่งนาย ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น“เมืองหลวงแห่งปศุสัตว์” ของเวียดนามมีสุกรประมาณ 4.2 ล้านตัว สัตว์ปีก 36.5 ล้านตัว และโค-กระบือราว 170,000 ตัว จากฟาร์มปศุสัตว์ประมาณ 2,000 แห่ง โดยการเลี้ยงสุกรในฟาร์มขนาดใหญ่คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 92 ของจำนวนสุกรทั้งหมด ขณะที่การผลิตสัตว์ปีกในฟาร์มขนาดใหญ่คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 84 ของจำนวนของไก่ทั้งหมด เฉพาะในปี 2568 จังหวัดด่งนายสามารถป้อนตลาดด้วยเนื้อสุกรกว่า 859,281 ตัน เนื้อสัตว์ปีก 277,229 ตัน และไข่ไก่ปีกประมาณ 1.7 พันล้านฟอง สะท้อนบทบาทสำคัญของจังหวัดฯ ในการค้ำจุนความมั่นคงทางอาหารของประเทศ พร้อมก้าวสู่ภาคปศุสัตว์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปล่อยคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม
BIC นครโฮจิมินห์ เห็นว่า แผนพัฒนาปศุสัตว์สีเขียวของจังหวัดด่งนายสะท้อนทิศทางเชิงรุกและเป็นระบบในการปรับโครงสร้างภาคเกษตรให้สอดรับกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ โดยมุ่งเพิ่มกำลังการผลิต ความสามารถในการแข่งขัน และการยกระดับสู่มาตรฐานสากล ควบคู่กับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด แม้ยังมีความท้าทายด้านการบังคับใช้มาตรการสิ่งแวดล้อม การเข้าถึงเงินทุนและเทคโนโลยีของผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อย รวมถึงการเชื่อมโยงตลาดส่งออกอย่างยั่งยืน แต่หากดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จังหวัดด่งนายไม่เพียงจะรักษาสถานะ “เมืองหลวงแห่งปศุสัตว์” ของเวียดนาม หากยังมีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นต้นแบบการพัฒนาปศุสัตว์คาร์บอนต่ำในระดับภูมิภาค ทั้งนี้ แผนดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจเกษตรและอาหาร เทคโนโลยีการเลี้ยงสัตว์ และสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมลงทุนหรือขยายความร่วมมือในเวียดนาม เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงนโยบายสนับสนุนและห่วงโซ่อุปทานในประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดเวียดนามในระยะยาว
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว Vietnam News เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569