
เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 คณะกรรมการประชาชนจังหวัดคั้ญฮว่า ร่วมกับกลุ่มบริษัทร่วมลงทุน Trung Nam – Sideros River ลงนามในสัญญาการลงทุนสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) Ca Na เพื่อผลักดันโครงการให้เดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยถือเป็นโครงการ LNG แห่งแรกที่ผ่านการคัดเลือกโดยกระบวนการประมูลระหว่างประเทศภายใต้แผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (PDP8) สะท้อนถึงทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพลังงานของเวียดนามที่มุ่งเน้นความมั่นคงและความยั่งยืน
โครงการโรงไฟฟ้า LNG Ca Na เป็นโรงงานไฟฟ้ากังหันก๊าซแบบผสมผสาน (Combined Cycle Gas Turbine: CCGT) กำลังการผลิต 1,500 เมกะวัตต์ คาดว่าจะผลิตไฟฟ้าได้ราว 9 พันล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี พร้อมด้วยโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร ได้แก่ คลังจัดเก็บและสถานีแปรสภาพก๊าซ LNG ที่มีกำลังการรับรอง 1.0-1.2 ล้านตันต่อปี ถังเก็บก๊าซขนาด 220,000 ลูกบาศก์เมตร และท่าเทียบเรือนำเข้า LNG โดยมีพื้นที่รวมทั้งบนบกและผิวน้ำประมาณ 139.76 เฮกตาร์ มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 57.4 ล้านล้านด่ง (1.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และตั้งเป้าเปิดดำเนินการภายในปี 2573
ควบคู่กันนี้ ได้มีการลงนามสัญญาสินเชื่อสำหรับโครงการท่าเทียบเรือ Ca Na ระยะที่ 1 ระหว่างCa Na General Seaport และธนาคารเพื่อการพัฒนาเวียดนาม (Vietnam Development Bank: VDB) วงเงินสูงสุด 3 ล้านล้านด่ง (95.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง โดยเฉพาะท่าเรือน้ำลึกที่สามารถรองรับเรือขนาด 300,000-500,000 ตัน และเชื่อมโยงระบบคมนาคมหลายรูปแบบ ซึ่งจะยกระดับศักยภาพพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และการถ่ายลำสินค้าในระดับภูมิภาค
โครงการต่าง ๆ สอดคล้องกับนโยบายของเวียดนามในการปรับโครงสร้างพลังงานตามแผน PDP8 ที่มุ่งกระจายแหล่งพลังงาน ลดการพึ่งพาถ่านหิน และเพิ่มสัดส่วนการใช้ LNG มากขึ้น โดยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแบบบูรณาการในพื้นที่ Ca Na ทั้งด้านพลังงาน อุตสาหกรรม และท่าเรือ ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นคงทางพลังงาน และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจของภูมิภาคเวียดนามตอนกลาง ในระยะยาว โครงการดังกล่าวยังมีศักยภาพในการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งภาคอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ และบริการสนับสนุน โดยอาศัยข้อได้เปรียบด้านท่าเรือน้ำลึกและทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ของพื้นที่ Ca Na ซึ่งเอื้อต่อการพัฒนาเป็นศูนย์กลางพลังงานและการขนส่งที่สำคัญ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมพลังงานยุคใหม่ เช่น พลังงานลมนอกชายฝั่ง และพลังงานสะอาด
BIC นครโฮจิมินห์ เห็นว่า การพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า LNG Ca Na และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง สะท้อนทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ของเวียดนามในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานควบคู่กับการพัฒนาระบบโลจิสติกส์อย่างบูรณาการ โดยการเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทผ่านกลไกการประมูลระหว่างประเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนและลดภาระของภาครัฐ ทั้งนี้ การเร่งพัฒนาโครงการพลังงานขนาดใหญ่ของเวียดนามอาจเพิ่มแรงกดดันต่อประเทศในภูมิภาค รวมถึงไทย ในการเร่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายด้านพลังงาน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาคในระยะยาว
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว Bao Chinh Phu เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569