
ภายหลังความตกลง Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership (CPTPP) มีผลบังคับใช้ครบ 6 ปี การใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าของเวียดนามผ่านหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin: C/O) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนบทบาทที่ชัดเจนขึ้นของข้อตกลงดังกล่าวต่อการขยายตลาดส่งออกของประเทศ โดยข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนามระบุว่า มูลค่าการส่งออกไปยังประเทศสมาชิก CPTPP ที่ได้รับการออก C/O เพิ่มขึ้นจากประมาณ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2562 เป็นราว 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 คิดเป็น ร้อยละ 8.8 ของมูลค่าการส่งออกรวมของเวียดนาม
สำหรับตลาดที่เวียดนามได้รับสิทธิพิเศษทางการค้าเป็นครั้งแรกภายใต้กรอบ CPTPP โดยเฉพาะเม็กซิโก อัตราการใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากเพียงร้อยละ 7 ในปี 2562 เป็นประมาณร้อยละ 47 ในปัจจุบัน ขณะที่สินค้าหลายรายการมีอัตราการออก C/O สูงถึง ร้อยละ 70–80
นาง Trinh Thi Thu Hien รองอธิบดีกรมการส่งออกและนำเข้า กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม เปิดเผยว่า อัตราการใช้สิทธิ C/O ภายใต้ CPTPP โดยรวมเพิ่มจากประมาณ ร้อยละ 8 ในช่วงเริ่มต้นของข้อตกลง เป็นราวร้อยละ 17–18 ในปี 2568 โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอาหารทะเล ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีการใช้สิทธิในระดับสูง อย่างไรก็ดี อัตราการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ CPTPP ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับข้อตกลงการค้าเสรีบางฉบับ เช่น ข้อตกลงการค้าเสรีเวียดนาม–สหภาพยุโรป (EVFTA) และข้อตกลงการค้าเสรีเวียดนาม–สหราชอาณาจักร (UKVFTA) สาเหตุสำคัญมาจากการที่หลายประเทศสมาชิก CPTPP มีข้อตกลงการค้าเสรีอื่นกับเวียดนามอยู่แล้ว ทำให้ผู้ส่งออกเลือกใช้สิทธิจากข้อตกลงที่ให้ประโยชน์เหมาะสมที่สุดในแต่ละตลาด แม้การใช้ C/O ภายใต้ CPTPP ในบางประเทศ เช่น ออสเตรเลียและญี่ปุ่น จะยังไม่สูงมากนัก แต่การใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีหลายฉบับควบคู่กันยังคงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของการส่งออกเวียดนามในระยะยาว