จากข้อมูลจากศูนย์นวัตกรรมแห่งชาติเวียดนาม (Vietnam National Innovation Center) ในปี 2567 มูลค่าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกมีมูลค่าถึง 500 พันล้านดอลลาร์ โดยนวัตกรรม AI ยังคงเป็นแรงผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ผลการวิจัยจากบริษัท Deloitte พบว่า อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ จะขาดแคลนแรงงานกว่า 70,000-90,000 คนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า รวมทั้งไต้หวันก็มีแนวโน้มประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรในชั้นแรงงานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งถือเป็นโอกาสของเวียดนามในปัจจุบันที่นักศึกษาและเยาวชนหลายรายเลือกที่จะศึกษาด้านเซมิคอนดักเตอร์และ AI ในเวียดนามเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
นอกจากนี้ หลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสหรัฐฯ เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักศึกษาเวียดนามที่ต้องการศึกษาด้านเซมิคอนดักเตอร์และ AI เนื่องจากมีหลักสูตรที่พัฒนาอย่างก้าวหน้าและรองรับ
ความต้องการของอุตสาหกรรม นอกจากนี้ หลายสถาบันยังให้ทุนการศึกษาและโอกาสฝึกงานกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำนอกเหนือจากการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยแล้ว นักศึกษาหลายคนยังเลือกลงทะเบียนในหลักสูตรระยะสั้น
ที่สถาบันเทคโนโลยีและศูนย์วิจัยชั้นนำในต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างทักษะเชิงลึกและเตรียมพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานระดับโลก
อุตสาหกรรม AI และเซมิคอนดักเตอร์ของเวียดนามกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยรัฐบาลเวียดนามมีเป้าหมายผลักดันให้ประเทศกลายเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีระดับภูมิภาค อย่างไรก็ตาม เวียดนามยังขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง ทำให้หลายบริษัทต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ บริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เช่น Samsung, Intel และ Nvidia กำลังลงทุนในเวียดนามเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และ
เซมิคอนดักเตอร์ ทั้งนี้ แม้ว่ารัฐบาลเวียดนามและภาคเอกชนจะสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในสาขาเทคโนโลยีขั้นสูง แต่เวียดนามยังคงเผชิญกับความท้าทายในการสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งสำหรับ AI และ
เซมิคอนดักเตอร์ การพึ่งพาการศึกษาจากต่างประเทศจึงยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างบุคลากรที่มีความสามารถหากเวียดนามสามารถดึงดูดผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาจากต่างประเทศให้กลับมาทำงานภายในประเทศ พร้อมทั้งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็มีโอกาสสูงที่ประเทศจะกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้าน AI และเซมิคอนดักเตอร์ในภูมิภาคเอเชียในอนาคต
การศึกษาต่อและวิจัยด้าน AI และเซมิคอนดักเตอร์ในกลุ่มเยาวชนเวียดนามมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
POST ON 7 เมษายน 2025